ย้อนคำพิพากษาฎีกา‘ยิงผู้บุกรุกในบ้าน’ กับ‘ม.68’ป้องกันตัวชอบด้วยกฎหมาย!

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สำหรับ การยิงปืนใส่โจร หรือ ผู้บุกรุกภายในบ้าน ที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย บอกว่า “อย่างไรก็มีความผิด” นั้น จุดประสงค์เพราะ “นายกฯ” อาจต้องการมุ่งเตือนภัย สำหรับการครอบครองอาวุธปืน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 1262/2553 ที่น่าสนใจ เป็นองค์ประกอบ ของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 เรื่องการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

การใช้อาวุธปืนยิงผู้บุกรุก ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีความผิดเสมอไป แต่กฎหมายเปิดช่องให้การกระทำดังกล่าวเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย หากเข้าเงื่อนไขตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68

มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2553 ที่ผู้ตายเคยใช้มีดไล่ฟันจำเลยมาก่อน และต่อมาเดินทางกลับมาที่บ้านของจำเลย พร้อมอาวุธปืน ก่อนขึ้นไปหาจำเลยบนบ้าน และท้าทายให้ใช้อาวุธปืนยิงกัน

ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงถึงเจตนาที่จะเข้ามาใช้อาวุธปืนทำร้ายจำเลย จึงถือเป็น “ภยันตรายที่ใกล้จะถึง” และจำเลยมีสิทธิป้องกันตัว ในคดีนี้ จำเลยยิง 2 นัด แต่กระสุนถูกผู้ตาย 1 นัด และหลังผู้ตายถูกยิงแล้ว จำเลยไม่ได้ยิงซ้ำ ศาลจึงเห็นว่า เป็นการป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ และไม่เป็นความผิดตามฟ้อง

จะเห็นได้ว่า มีองค์ประกอบสำคัญ คือ

-มีการประทุษร้ายที่ผิดกฎหมาย นั่นคือ ต้องมีการคุกคามหรือทำร้ายที่ละเมิดต่อกฎหมาย ไม่ใช่เพียงการทะเลาะหรือการไม่พอใจกัน

-ภยันตรายต้อง “ใกล้จะถึง” ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว หรือภัยหมดไปแล้ว การป้องกันต้องเกิดขึ้นในช่วงที่ยังมีอันตรายอยู่

-ผู้ป้องกันไม่ได้เป็นฝ่ายก่อเหตุโดยสมัครใจ หากเป็นฝ่ายเริ่มวิวาทแล้วนำไปสู่การใช้อาวุธ การอ้างป้องกันตัวจะมีปัญหามากขึ้น

-การตอบโต้ต้อง “พอสมควรแก่เหตุ” ถือเป็นหัวใจสำคัญของมาตรา 68 การป้องกันต้องสัมพันธ์กับสถานการณ์และอันตรายที่กำลังเกิดขึ้น

-เมื่อภัยหมด ต้องหยุดการป้องกัน ในคำพิพากษาฎีกาคดีนี้ ศาลให้น้ำหนักว่า หลังผู้ตายถูกยิงแล้ว จำเลยไม่ได้ยิงซ้ำ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าการกระทำยังอยู่ในขอบเขตการป้องกัน

ดังนั้น การยิงผู้บุกรุกในบ้านจะไม่ผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีว่า มีภัยที่ใกล้จะถึงจริงหรือไม่ ผู้ยิงมีความจำเป็นต้องป้องกันหรือไม่ และการใช้กำลังนั้นพอสมควรแก่เหตุหรือเกินขอบเขตการป้องกัน ด้วยหรือไม่ ต้องย้ำว่าข้อเท็จจริงในแต่ละคดีมีความแตกต่างกัน และศาลจะพิจารณาพฤติการณ์ทั้งหมดเป็นรายคดี

……………………………………..

คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img