‘สีหศักดิ์’เดินหน้าดัน FTA ‘ไทย-ยูเรเชีย’ เปิดทางการค้า-การลงทุน‘ตลาดรัสเซีย’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“สีหศักดิ์” หารือรองนายกฯ รัสเซีย เดินหน้าขยายความร่วมมือการค้า การลงทุน เกษตร และพลังงาน พร้อมผลักดันเปิดเจรจา FTA ไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย หลังยื่นความจำนงมานาน 10 ปี ชี้ตลาด 180 ล้านคน GDP 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นโอกาสสำคัญของไทย ย้ำต้องเร่งหาทางเลือกด้านเศรษฐกิจท่ามกลางการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ หารือกับนายอเล็กซานเดอร์ โนวัค (Alexander Novak) รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย โดยทั้งสองฝ่ายหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยและรัสเซียในด้านการค้า การลงทุน การเกษตร และพลังงาน รวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและศักยภาพทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย

ประเด็นสำคัญในการหารือคือ การผลักดันการเริ่มต้นเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Thai-EAEU FTA) โดยรัสเซียถือเป็นคู่ค้าอันดับ 36 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือในกรอบเศรษฐกิจพหุภาคี อาทิ BRICS ซึ่งไทยมีสถานะเป็นประเทศหุ้นส่วน

นายสีหศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับรองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ซึ่งรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจว่า ฝ่ายรัสเซียต้องการให้ไทยพิจารณารัสเซียเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานนิวเคลียร์ เนื่องจากรัสเซียมีทรัพยากรและความก้าวหน้าด้านพลังงาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีอุปสรรคเรื่องการชำระเงินและการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยฝ่ายรัสเซียเห็นว่าสามารถดำเนินการได้โดยไม่เป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และมีแนวทางที่สามารถทำได้ แต่จำเป็นต้องหารือในระดับภาคเอกชนเพื่อสร้างความมั่นใจและความสบายใจเกี่ยวกับรูปแบบการชำระเงิน

สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปยังรัสเซีย นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยต้องการขยายโอกาสในตลาดรัสเซีย โดยครั้งนี้นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย ได้ร่วมคณะเดินทางมาด้วย ซึ่งรัสเซียถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ขณะที่ร้านอาหารไทยในรัสเซียได้รับความนิยมและมีความต้องการวัตถุดิบและเครื่องปรุงจากไทยอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่ที่ภาษี แต่เป็นมาตรฐานด้านสุขอนามัยและการตรวจสอบโรงงานผลิต โดยรัสเซียได้เข้ามาตรวจสอบโรงงานของไทยแล้ว ขณะเดียวกัน รัสเซียมีความสนใจส่งออกเนื้อวัวและเนื้อหมูมายังประเทศไทย แต่กระบวนการตรวจสอบโรงงานผลิตของไทยยังไม่แล้วเสร็จ โดยรมว.เกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าว และส่งผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย (Joint Commission on Bilateral Cooperation-JC) ครั้งที่ 9

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ยังมีอุปสรรคด้านเอกสารและการใช้ภาษารัสเซีย ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การค้าและการลงทุนระหว่างกันไม่คล่องตัว จึงได้หารือเพื่อหาแนวทางลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกให้การค้าการลงทุนราบรื่นขึ้น รวมทั้งเตรียมขยายโอกาสความร่วมมือในอนาคต

ส่วนการหารือกับนายบาคึตจาน ซากินตาเยฟ (Bakytzhan Sagintayev) ประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชีย นายสีหศักดิ์กล่าวว่า กลุ่มยูเรเชียมีตลาดรวมประมาณ 180 ล้านคน และมี GDP ราว 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยกระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญกับ “การทูตที่ตอบโจทย์ประเทศ” โดยเฉพาะการผลักดันด้านเศรษฐกิจ

“ช่วงนี้ยอมรับว่าเรามีปัญหาการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ จึงต้องหาทางเลือกของเรา” นายสีหศักดิ์กล่าว พร้อมระบุว่า ภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศในแต่ละครั้ง นอกจากการหารือด้านการเมืองและความมั่นคงแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้วย

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการผลักดัน FTA ไทย-ยูเรเชีย ไทยได้ยื่นความจำนงมาแล้วประมาณ 10 ปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า โดยเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ตนเดินทางไปประเทศคาซัคสถาน ซึ่งเป็นประธานยูเรเชีย และได้หารือเรื่องดังกล่าว พร้อมได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายยูเรเชีย

การเดินทางมารัสเซียครั้งนี้จึงได้นำประเด็นดังกล่าวมาหารืออีกครั้ง เนื่องจากยังมีกระบวนการทางเทคนิคและต้องมีการศึกษาว่าการจัดทำ FTA จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายมากน้อยเพียงใด โดยขอให้สำนักเลขาธิการยูเรเชียเร่งดำเนินการศึกษาร่วมกัน เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวอาจใช้เวลานานกว่า 1 ปี และหากผลการศึกษาชี้ว่ามีความจำเป็นต้องเจรจา ก็จะต้องใช้เวลาในขั้นตอนต่อไปอีก

นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า ไทยและยูเรเชียยังมีกลไกคณะทำงานร่วมกันด้านการค้าและเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ได้ประชุมมาระยะหนึ่งแล้ว จึงจะพยายามผลักดันให้กลับมาขับเคลื่อนอีกครั้ง ควบคู่กับการเดินหน้าเรื่อง FTA รวมถึงมีกลไกหารือด้านการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งฝ่ายยูเรเชียให้ความสนใจ เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเป็นสาขาที่กลุ่มยูเรเชียสามารถเข้ามาสนับสนุนและลงทุนในประเทศไทยได้

“เขามองประเทศไทยในฐานะที่เป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน เพราะทุกวันนี้คนก็มองไปที่อาเซียน โดยเฉพาะยุคที่มีความขัดแย้งต่างๆ ของตะวันออกกลาง ที่ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อใด หลายฝ่ายมองว่าในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ อาเซียนมีความปลอดภัยสูง จึงเป็นจังหวะดีที่เราจะผลักดันประเด็นเหล่านี้” นายสีหศักดิ์กล่าว

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ยังได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับสภาธุรกิจรัสเซีย-ไทย ซึ่งมีความกระตือรือร้นในการแสวงหาโอกาสทางการค้าและการลงทุนกับประเทศไทย โดยมีนักธุรกิจจากหลายสาขาเข้าร่วม ทั้งอาหาร ยา และพลังงาน ขณะที่ภาคเอกชนไทยก็สนใจเข้ามาลงทุนในรัสเซีย แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการชำระเงิน ธุรกรรมทางการเงิน และกฎระเบียบต่างๆ ที่ต้องหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยและรัสเซียอาจมีความห่างเหินในการติดต่อระดับสูงและการเยือนระหว่างกัน แต่เชื่อว่าหากมีการติดต่อระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ จะสามารถคลี่คลายลง และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาทำธุรกิจได้มากขึ้น

“ในที่สุดแล้วผู้ที่จะขับเคลื่อนจริงๆ คือภาคเอกชน และภาคเอกชนครั้งนี้ก็มีความตื่นตัว มาร่วมคณะด้วย ระหว่างที่ตนประชุมกับภาครัฐ เอกชนก็ได้ประชุมหารือกับภาคเอกชนของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี และหลังจากนี้ภาคเอกชนจะติดตามและขยายต่อไป ซึ่งคงจะนำไปสู่การร่วมทุน การค้าการลงทุนระหว่างกัน” นายสีหศักดิ์กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img