‘ไชยชนก’เดินหน้า‘TH-AI Passport’ เตือนแล้วไม่ฟังก็ต้องลากขึ้นซักฟอก

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

แม้ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ “พรรคประชาชน-พรรคประชาธิปัตย์” จะออกมาเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ เพื่อส่งเสียงเตือนไปยัง “ลูกเทพ-ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ยกเลิก โครงการ TH-AI Passport ที่เป็นโครงการเรือธงของกระทรวงดีอีฯ “ยุคไชยชนก” เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ

แต่สุดท้าย “ไชยชนก” ก็ไม่รับลูก สั่งเดินหน้าอย่างเดียว จนมีการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิ์โครงการดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.69 ที่ผ่านมา ซึ่งจนถึงช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า มีคนลงทะเบียนไปแล้วหนึ่งล้านกว่าคน

แต่ฝ่ายค้าน เช่น “ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์-รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน” ที่ตรวจสอบโครงการดังกล่าวมาต่อเนื่องหลายเดือน ก็ยังคงวิพากษ์วิจารณ์โครงการดังกล่าว ในมุมที่พยายามชี้ว่า การเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport มีจุดอ่อน-ข้อเสียงอย่างไร พ่วงกับประเด็นเชิงการเมือง

เช่น “ไอซ์-รักชนก” อ้างว่า มีการทำเพจ IO เพื่อคอยอวยโครงการ TH-AI Passport ขึ้นมาโดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ขณะที่ “ดร.การดี” จากประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามถึงโครงการรดังกล่าวในลักษณะ แสดงความเป็นห่วงต่อเรื่องความมั่นคงและอธิปไตยของข้อมูล เพราะเมื่อมีการใช้ชุดคำสั่งใน AI ต่างๆ ของคนไทยนับล้านคน เป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานผ่านโมเดลต่างชาติอาจมีการส่งข้อมูลออกนอกประเทศ

ขณะเดียวกัน หากจับกระแสความเห็นจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว พบว่า ยังมีอีกหลายประเด็นที่ออกมา วิจารณ์ “ข้อเสีย” ของโครงการ รวมถึงการตั้งข้อกังขา ต่อการเดินหน้าโครงการต่อไป เช่น เสียงวิจารณ์ต่อเรื่องงบประมาณประมาณ 1.6 พันล้านบาท สุดท้ายแล้วคุ้มค่าจริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเป็นการให้สิทธิ์ใช้งาน AI แทนการสร้างขีดความสามารถระยะยาว, เสียงวิจารณ์เรื่องความโปร่งใสของ TOR และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างก่อนหน้านี้ที่มองว่าเร่งรัดผิดปกติ และอาจมีลักษณะล็อกสเปกหรือเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางราย, ความกังวลเรื่องคุณภาพของ AI ที่อาจด้อยกว่าบริการฟรีบางตัว ทำให้ไม่สอดคล้องกับงบที่ใช้, เสียงกังขาต่อรูปแบบการจ่ายเงินให้กับเอกชนที่เปลี่ยนมาเป็นแบบ Pay per Active User ว่ายังมีความไม่ชัดเจนหลายเรื่องโดยเฉพาะการนิยามผู้ใช้งานจริงและ การตรวจสอบการใช้บริการที่มองว่าโครงการยังไม่มี KPI หรือผลลัพธ์ที่วัดได้ชัดว่าประชาชนที่ลงทะเบียนเมื่อใช้สิทธิในโครงการนี้แล้วจะยกระดับทักษะ AI ได้มากขึ้นเพียงใด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริหารกระทรวงดีอี นำโดย “พชร อนันตศิลป์” ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ก็เปิดแถลงข่าวชี้แจงโครงการนี้อย่างเป็นทางการ อย่างประเด็นเรื่อง IO ก็ออกมาปฏิเสธว่า “ภาครัฐไม่มีนโยบายและไม่สามารถว่าจ้างปฏิบัติการข่าวสารไอโอเพื่อสร้างกระแสตามที่ถูกกล่าวหาได้ ยืนยันว่าในโครงการ TH-AI Passport ไม่มีการจัดสรรหรือซ่อนงบประมาณสำหรับดำเนินการในลักษณะดังกล่าว”

“ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ยังอธิบายต่อว่า โครงการดังกล่าวมีการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเดิม หลังจากกระทรวงฯได้เปิดรับฟังความคิดเห็น โดยจุดที่มีการแก้ไขก็เช่น การจ่ายตามการใช้งานจริง โดยสาเหตุที่กระทรวงไม่ทําแบบนี้ตั้งแต่แรก เพราะมีข้อจํากัดในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างตามแบบแผนของราชการ สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนใช้งานนั้น ผู้ที่ลงทะเบียนใน 3 เดือนแรก ได้รับสิทธิ์ผู้สร้างสรรค์ 30 วัน หรือสิทธิ์โปร สามารถเข้าใช้โมเดลเอไอของค่ายต่างๆ แบบโปรทันที และมีคะแนนให้ 100 คะแนน จะเริ่มนับคะแนนเมื่อเริ่มใช้งานแบบโปรจริง เมื่อเริ่มใช้คะแนนก็จะเริ่มถูกตัด ซึ่งคะแนนนี้จะกลับมาเพิ่มก็ต่อเมื่อไปอบรมภายใต้โปรแกรมต่าง ๆ เมื่ออบรมก็จะมีคะแนนเพิ่มให้ แต่ถ้าคะแนนน้อยกว่า 100 คะแนน จะถูกปรับสิทธิ์เป็นระดับผู้เริ่มต้น โดยการคิดเงิน จะคิดก็ต่อเมื่อมีการยิงคําถามในโมเดลที่เป็นโปรหรือพรีเมียมเท่านั้น

“ส่วนข้อกังวลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ยืนยันว่า กระทรวงดีอีทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่และดีที่สุดในประเทศตามมาตรฐาน โดย TOR กำหนดให้ผู้รับจ้างใช้บริการบริษัท AI ที่ไม่มีการนำชุดคำถามหรือข้อมูลไปเทรนต่อยอดในต่างประเทศ และหลังจบโครงการ ชุดคำถามคำตอบทั้งหมดจะถูกนำไปพัฒนาต่อยอดให้แก่ AI สัญชาติไทย” ปลัดกระทรวงดีอี ระบุ

หลังการออกมาแถลงข่าวชี้แจงจาก “พชร อนันตศิลป์” ปลัดกระทรวงดีอีแล้ว ต่อไป ต้องรอดูว่า “ฝ่ายค้าน” จะมีการติตดามตรวจสอบโครงการนี้อย่างไรต่อไป รวมถึงจะมีคำโต้แย้ง การแถลงข่าวของดีอีอย่างไร เพราะข้อกล่าวหาว่า สุ่มเสี่ยงต่อการทำให้ข้อมูลภายในประเทศรั่วไหลไปต่างประเทศได้ถูกหักล้างไปแล้ว ต้องดูว่าฝ่ายค้านมองว่าคำชี้แจงของดีอีฯ ฟังขึ้นหรือไม่ หรือมีข้อมูลอะไรใหม่ที่จะมางัดกับกระทรวงดีอีฯ ได้อีก

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของฝ่ายค้าน โดย “พรรคประชาชน-พรรคประชาธิปัตย์” ที่ผ่านมา ออกมากระทุ้ง “ไชยชนก” หลายรอบว่า โครงการนี้ไม่โปร่งใส มีปัญหา แต่เมื่อ “ไชยชนก” รับฟังและมีการให้แก้ไขสัญญาเพื่ออุดช่องโหว่ไปแล้ว จนมีการเดินหน้าโครงการอย่างที่เห็น จึงต้องดูว่าฝ่ายค้านจะมีข้อมูลอะไรเด็ด ๆ มาตรวจสอบนโยบาย TH-AI Passport ของ “ไชยชนก” ต่อไปอีกหรือไม่?

แต่หากดูจากท่าทีก่อนหน้านี้ พบว่า “ฝ่ายค้าน” ประกาศแล้วว่า หากไม่มีการยกเลิกโครงการ ก็จะมีการนำไปเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ “ไชยชนก” ที่หากฝ่ายค้านยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยไร้ชื่อ “ไชยชนก” ก็คงเสียรังวัดพอสมควร หลังโหมโรงกระแทกโครงการ TH-AI Passport มาหลายเดือน โดยหากยื่นซักฟอกแล้ว “ฝ่ายค้าน” ก็ต้องมีข้อมูล-พยานหลักฐานที่ชัดเจนมากกว่าที่ผ่านมา ในการล็อกเป้าซักฟอก “ไชยชนก” กลางสภาฯ

เพราะหากยังไร้ข้อมูลเด็ด แล้วมายื่นซักฟอก ก็จะกลายเป็นเวทีให้ “ไชยชนก” ได้ใช้เวทีสภาฯ ชี้แจงโครงการ-ข้อดีของโครงการไป จนสถานการณ์พลิกกลับ

จึงอยู่ที่ฝีมือของ “ฝ่ายค้าน” แล้วว่า จะมี “ของดี” อะไรงัดมาโชว์ จนถล่ม “ไชยชนก” กลางสภาฯ ชนิดชี้แจงไม่ขึ้น และอาจต้องถูกปรับออกจาก “รมว.ดีอีฯ” หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้นลง

………………………………………..

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย “พระจันทร์เสี้ยว”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img