‘เทพไท’ชี้ไม่มีอะไรล้ม‘รัฐบาลน้ำเงิน’ได้ ทั้ง‘ม็อบ-รัฐประหาร’!!เว้น‘ตุลาการภิวัฒน์’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” วิเคราะห์การเมืองไทย ชี้ประชาชนเริ่มอึดอัดและสนใจการเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล หลัง “สนธิ ลิ้มทองกุล” ประกาศนัด 7 ก.ย. เดินหน้า “เอาประเทศไทยเราคืนมา” แต่เชื่อม็อบเพียงอย่างเดียวไม่อาจล้มรัฐบาลสีน้ำเงินได้

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความกรณี

ไม่มีอะไรล้มรัฐบาลได้ ยกเว้นตุลาการภิวัฒน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

เมื่อนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ประกาศท่าทีว่า จะนัดวันที่ 7 กันยายน 2569 ประกาศเคลื่อนไหวทางการเมือง “เอาประเทศไทยเราคืนมา” มีการวิพากษ์วิจารณ์ มีการวิเคราะห์ มีการตั้งคำถามว่า ม็อบของคุณสนธิจะจุดติดไหม

ผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และเฝ้าสังเกตการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาโดยตลอด เห็นว่าสถานการณ์การเมืองในวันนี้ ความสุกงอมของมวลชนหรือประชาชนคนไทย มีความรู้สึกอึดอัด อยากเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางการเมือง บางคนตั้งคำถามว่า จะถนนกันเมื่อไหร่ จะนัดชุมนุมกันเมื่อไหร่ มีการเตรียมรองเท้าผ้าใบไว้แล้ว

เมื่อคุณสนธิประกาศท่าทีว่า จะมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเกิดขึ้น ส่วนตัวผมไม่อยากวิเคราะห์ว่า ม็อบจุดติดหรือไม่ติด แต่เท่าที่สังเกตดูและได้ไปท่องโลกโซเชียล และไปส่องดูในโซเชียลบัญชี หลายเพจ และดูหลายคลิป พบว่าทุกคลิปที่มีการพาดหัว หรือขึ้นบนปกว่า จะมีการชุมนุม หรือเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง เกี่ยวกับการปลูกม็อบ เกี่ยวกับการทำม็อบ จะมีคนเข้าไปดูจำนวนหลักแสนคน แสดงให้เห็นว่า ประชาชนสนใจข่าวการเมืองเกี่ยวกับการชุมนุม การปลุกม็อบ การขับไล่รัฐบาล

ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าว เรื่องการยุบสภาเกิดขึ้น คลิปใดก็ตามที่โพสต์เรื่องเกี่ยวกับการยุบสภา ก็จะมีคนเข้าไปดูหลัก 5 แสนถึง 7 แสนคน นับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก เป็นดัชนีที่วัดความรู้สึกของประชาชนคนไทยได้ว่า ต้องการที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจริงๆ

แต่ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ และการเมืองภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ที่มีความแข็งแกร่ง ไม่มีองค์กรใด หรือเรื่องไขใด ที่จะล้มรัฐบาลนี้ได้ และไม่มีกระแสกดดันใดๆ ที่ทำให้รัฐบาลต้องยุบสภา นายกรัฐมนตรีต้องลาออก หรือรัฐบาลต้องมีอันเป็นไป แม้กระทั้งการปลุกม็อบนัดชุมนุมขับไล่รัฐบาล ก็ไม่สามารถที่จะล้มรัฐบาลนี้ได้

ยิ่งอำนาจนอกระบบที่หลายคนคิดถึงการรัฐประหาร ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะยุคนี้ทหารก็เป็นทหารอาชีพ และไม่มีเงื่อนไขการทำรัฐประหาร และการรัฐประหารได้ให้บทเรียนกับสังคมมามากพอสมควร จนประชาชนรู้สึกเข็ดหลาบกับการรัฐประหาร จึงไม่มีกระแสการรัฐประหารเกิดขึ้นเลย ทั้งที่มีวิกฤตการเมืองเกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งคดีฮั้วส.ว. คดีโกงสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น คดีที่ดินเขากระโดง และTH AI Passport

สิ่งที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด แม้ว่าจะเป็นเพียงแสงสว่างที่ริบหรี่อยู่ปลายอุโมงค์ก็ตาม นั่นก็คือตุลาการภิวัฒน์รอบ3 ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นโมฆะ ด้วยข้อหาการพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง ไม่เป็นความลับ ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หรือถ้าหากกกต.ทนกระแสกดดันจากประชาชนและสังคมไม่ไหว สั่งฟ้องคดีฮั้วส.ว. 229 คน ให้กับศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง

อาจจะเป็นเงื่อนไขของตุลาการภิวัฒน์จาก2ศาล คือศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งและศาลรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ศาลใด จะรับบทบาทการทำหน้าที่ เป็นตุลาการภิวัฒน์เหมือนกับในอดีต ที่มีการผ่าทางตันและปลดล็อกการเมืองมาแล้วหรือไม่

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img