“สส.พรรคประชาชน” อภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ชำแหละกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ทุ่มงบ 960 ล้านบาทจัดซื้อเรดาร์อากาศ 2 สถานีใหม่ในอุดรธานีและนครราชสีมา ชี้พิกัดซ้ำซ้อนกับเรดาร์เดิมที่มีอยู่และของกรมอุตุนิยมวิทยา แถมไร้เหตุผลความคุ้มค่ารองรับ
วันที่ 8 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในชั้นกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่สอง จากนั้นนายชยพล สะท้อนดี ส.ส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร หลังพบการขอจัดซื้อเรดาร์อากาศในร่างงบประมาณปี 2570 จำนวน 2 สถานี ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดนครราชสีมา มูลค่าสูงถึงสถานีละ 480 ล้านบาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 960 ล้านบาท ซึ่งจากการตรวจสอบพบประเด็นความผิดปกติและข้อสังเกตสำคัญ 1.ภารกิจหลักของกรมฝนหลวงคือการปฏิบัติการทำฝน แต่กลับตั้งงบประมาณสูงถึงสถานีละ 480 ล้านบาท เพียงเพื่อใช้ตรวจวัดเมฆและฝน 2.ปัจจุบันกรมฝนหลวงมีสถานีเรดาร์อยู่แล้ว 5 สถานี ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยามีเรดาร์ครอบคลุมทั่วประเทศอีก 12 สถานี ซึ่งในความเป็นจริงสามารถเชื่อมโยงและใช้ข้อมูลร่วมกันได้โดยไม่ต้องจัดซื้อเพิ่ม 3.พิกัดของสถานีใหม่ทั้ง 2 แห่ง ตั้งซ้อนทับอยู่ในรัศมีของเรดาร์เดิมที่มีอยู่แล้ว ทั้งของกรมฝนหลวงเองและของกรมอุตุนิยมวิทยา และ4.คำขอจัดซื้อไม่ได้ระบุเหตุผลความจำเป็นหรือแสดงความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณแผ่นดิน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการอุปกรณ์และงบประมาณ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้ใช้เวลาพิจารณา มาตรา 13 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นานเกือบ 4 ชั่วโมง ก่อนที่จะผ่านมาตราดังกล่าว ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าสส.ที่อภิปรายส่วนใหญ่ เป็นของสส.พรรคภูมิใจไทย ที่สะท้อนถึงปัญหาในพื้นที่และขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้หน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทั้งนี้เมื่อหลังจากที่สภาฯ ลงมติผ่านมาตราดังกล่าวนายธนยศ ทิมสุวรร สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ฐานะวิปรัฐบาล แจ้งว่า การอภิปรายงบประมาณ เมื่อ 7 กันยายน ใช้เวลารวม 15 ชั่วโมง แบ่งเป็น กมธ.ชี้แจง 2 ชั่วโมง 30 นาที สส.รัฐบาล ใช้เวลาอภิปราย 4 ชั่วโมง 6 นาที และ สส.ฝ่ายค้าน ใช้เวลา 7 ชั่วโมง 41 นาที ขณะที่การพิจารณามาตรา 15 มีผู้ลงชื่ออภิปราย รวมเวลาที่จะอภิปราย 2 ชั่วโมง 10 นาที ส่วนมาตรา 16 และ มาตรา 17 มีผู้ลงชื่ออภิปราย รวมเวลาที่จะอภิปรายมาตราละ 1 ชั่วโมง
ทำให้ นายพีรพล กนกวลัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ว่า ขอให้ควบคุมการประชุม ผู้ที่อภิปรายเป็นผู้ที่สงวนคำแปรญัตติ หรือ แปรญัตติ ผู้ที่ลงชื่ออยู่ในประเด็นตัดหรือปรับลด หากปล่อยให้อภิปรายเหมือนอภิปรายในวาระแรกไปเรื่อยๆ จะควบคุมเวลาไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านั้นช่วงที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้เปรยกับที่ประชุมช่วงก่อนเข้าวาระว่า ขอให้วิปแต่ละฝ่ายควบคุมเวลาการอภิปรายให้เป็นไปตามที่หารือ เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้ต้องใช้เวลาประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ70 จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน ได้



















