ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กรมประมงและอธิบดีกรมประมง เร่งควบคุม ป้องกัน และระงับการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ตามแผนปฏิบัติการฯ ภายใน 180 วันนับแต่คดีถึงที่สุด พร้อมสั่ง รมว.มหาดไทย ให้ ผวจ.สมุทรสงคราม ประกาศพื้นที่ 3 อำเภอเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กรมประมง โดยอธิบดีกรมประมงต้องควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำในพื้นที่การแพร่ระบาด ตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567-2570 และมาตรการอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อไป โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) และ รมว.กษ. ร่วมกันกำกับดูแลและสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ให้การปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ของกรมประมง ดังกล่าวบรรลุผล ภายในระยะเวลา 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด และให้ รมว.มหาดไทย สั่งการให้ ผวจ.สมุทรสงคราม ออกประกาศให้พื้นที่ อ.อัมพวา อ.เมืองสมุทรสงคราม และ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือนายณัฐพร หลักแหลม กับพวกรวม 54 คน ผู้ฟ้องคดีที่ได้รับความเสียหายจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำตามหลักเกณฑ์และแนวทางการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 ต่อ ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
ส่วนคำขออื่นให้ยกเป็นไปตามคำฟ้องของนายณัฐพร หลักแหลม กับพวก ทั้ง 54 คน กลุ่มเกษตรกรผู้ทำประมง จ.สมุทรสงคราม ในฐานะตัวแทนเกษตรกรทำประมงที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ของปลาหมอสีคางดำทั่วประเทศ ยื่นฟ้องกรมประมง อธิบดีกรมประมง คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ คณะกรรมการระดับสถาบันด้านความปลอดภัยและความหลากหลายทางชีวภาพของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รมว.กษ. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย (มท.) รมว.มท. และกระทรวงการคลัง ว่า ละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมาย ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำในพื้นที่ระบาด และออกประกาศเขตและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน โดยมีบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร้องสอด
ศาลให้เหตุผลว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่านับตั้งแต่มีการอนุญาตให้บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) นำปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามใบอนุญาต ฉบับที่ 41/2554 ลงวันที่ 12 พ.ย. 2553 กรมประมง โดยอธิบดีกรมประมง ไม่เคยมีการดำเนินการควบคุม ตรวจสอบการศึกษาวิจัยกรณีการนำเข้าปลาสายพันธุ์ดังกล่าวของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ว่าได้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการนำเข้าปลาสายพันธุ์ดังกล่าวหรือไม่ จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ในการป้องกัน ควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นตาม พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในเวลานั้นกำหนด และเมื่อเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำในช่วงปี พ.ศ. 2555-ปัจจุบัน ไม่ว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากการกระทำของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือไม่ ต้องถือว่า กรมประมง โดยอธิบดีกรมประมง มีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567-2570 ตามที่ พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 ให้ต้องปฏิบัติ
สำหรับกรณีการประกาศให้พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเพื่อดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา นายณัฐพร หลักแหลม กับพวก ทั้ง 54 คน ตามมติคณะทำงานพิจารณากรอบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ แต่ไม่ปรากฏว่า ผวจ.สมุทรสงคราม ได้ดำเนินการออกประกาศดังกล่าว จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร
.



















