มติสภาโหวตผ่านงบฯ มาตรา 27-31 ฉลุย

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สภาผู้แทนราษฎรเดือด! พรรคประชาชนรุมสกรัมงบประมาณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ชี้ความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างหลายรายการ ทั้งชุด EOD อุปกรณ์ดำน้ำ และงบซ่อมเครื่องบินที่ราคาสูงเกินจริงหลายเท่าตัว ด้าน กมธ. แจงถูกตัดงบไป 5 หมื่นล้านกระทบเบี้ยเลี้ยงชั้นผู้น้อย ก่อนสภาฯ ลงมติผ่านฉลุยมาตรา 27 และลามต่อเนื่องถึงมาตราสภา-ศาลรัฐธรรมนูญ

วันที่ 10 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2570 วงเงิน 3.78ล้านล้านบาท วาระ2-3 ต่อเนื่องเป็นวันที่ มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณามาตรา27 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม วงเงิน 41,956บาท โดยสส.พรรคประชาชน หลายคนอภิปรายพุ่งเป้าไปที่งบประมาณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ตั้งข้อสังเกตการจัดซื้อจัดจ้างหลายรายการมีราคาแพงเกินจริง ทั้งชุดอุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเบิด งบซ่อมเครื่องบิน ค่าซ่อมสนามยิงปืน

น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า สตช.จัดหาชุดอุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเบิด 50ชุด ราคาชุดละ 6แสนบาท รวม 30ล้านบาท ตามทีโออาร์ระบุว่า จะแต่ละชุดประกอบด้วยอุปกรณ์ 40รายการ อาทิ เชือก ตะขอ หมุดตอก ครีมล็อก มีดพับ รอก และอุปกรณ์พื้นฐานอื่นๆ ที่ต้องมีคุณภาพ มาตรฐาน แต่เมื่อตรวจสอบชุดอุปกรณ์ลักษณะเดียวกันที่ผู้ผลิตต่างประเทศเปิดเผยราคาต่อสาธารณะ อาทิ ผู้ผลิตจากสหรัฐฯ ราคา 120,000บาท หรืออีกรายราคา 140,000บาท ขณะที่ผู้ผลิตจากจีนราคาอยู่ชุดละ 40,000บาท ราคาที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่ที่40,000 -140,000 บาท แต่สตช.ตั้งราคาชุดละ 6แสนบาท ส่วนต่างอีกหลายแสนบาทต่อชุด เกิดจากอะไร ต้องแจกแจงให้เห็นว่าเงิน 600,000 บาทต่อชุด จ่ายไปกับอะไรบ้าง ทำให้ราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่ขายอยู่ในตลาดหลายเท่าตัว ไม่ได้เสนอให้ตำรวจเลือกซื้อของถูกที่สุด เพราะชีวิตเจ้าหน้าที่ไม่ใช่พื้นที่ลดต้นทุน แต่ของที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ ต้องจัดซื้อในราคาที่อธิบายได้ งานเก็บกู้ระเบิดสิ่งที่มีค่ามากที่สุด ไม่ใช่อุปกรณ์ในกระเป๋า แต่คือชีวิตเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเป้าหมายควรเป็นการลดเวลาที่มนุษย์เข้าไปอยู่ใกล้วัตถุระเบิดให้เหลือน้อยที่สุด ภารกิจใดหุ่นยนต์เข้าไปเสี่ยงแทนคนได้ ก็ให้หุ่นยนต์ไปก่อน ขอเสนอใช้อุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเกิด และหุ่นยนต์EOD ร่วมกันระหว่างตำรวจและทหาร

ร.อ.ท.ธนเดช เพ็งสุข  สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขอตัดงบกองบินตำรวจ โครงการซ่อมเครื่องบิน ที่ปี2570 ของบซ่อมเครื่องบิน 3รายการคือ 1.รายการแรก 619ล้านบาท รายการสอง 270ล้านบาท รายการสาม 683ล้านบาท แม้ว่าอนุกมธ.ปรับลดงบ 10% แต่ไม่พอ เหตุผลที่ขอปรับลดคือ งบซ่อมเครื่องบินปี2568 ยังใช้ไม่หมด งบปี2569 ยังไม่ได้ใช้ เพราะมีประเด็นไม่สามารถลงนามสัญญาได้ ปกติกองบินตำรวจจะจ้างการบินไทยซ่อมอากาศยาน แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงตามความเห็นคณะกรรมการองค์กรบริหารความสมควรเดินอากาศอย่างต่อเนื่อง แต่การบินไทยทำหนังสือคัดค้าน ทำให้ไม่สามารถลงนามได้ มีข้อมูลว่า กองบินตำรวจ มีเครื่องบิน 41ลำ ใช้งานได้ 8ลำ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการตั้งบุคคลนามสมมติ “ดร.วช” วงการการบินตำรวจรู้จัก ให้เป็นกรรมการกำหนดทีโออาร์ ผู้ต่อรองราคา ในการประชุมครั้งหนึ่ง ดร.วช. พูดกับที่ประชุมถึงการคัดเลือกผู้ประกอบการไม่ต้องผ่านกรรมการ อ้างปรึกษาผู้ช่วยผบ.ตร. แล้วให้มีอำนาจเลือกผู้ประกอบการทันที ดร.วช.คนนี้ ผบ.ตร.ตั้งให้เป็นที่ปรึกษา อยู่ร่วมในทุกกระบวนการ สงสารบุคลากรกองบินตำรวจที่ไม่ปลอดภัยในชีวิต แต่บุคคลนี้เลือกผู้ประกอบการ ตนมีคลิปเสียงที่เตรียมพร้อม ขอฝากนายกฯที่กำกับสตช. และ ว่าที่ ผบ.ตร. หากปล่อยปละการทำงบประมาณ กองบินตำรวจจะพังพินาศ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายว่า เสนอขอตัดลดงบสตช. สำนักงาน10% อิงอยู่บนฐานพฤติกรรมที่ประชาชนมองตำรวจรังแก ตั้งด่านรีดไถประชาชน ทั้งด่านลอย ด่านสุ่มตรวจ ด่านที่ตั้งโดยไม่มีเหตุผล ไม่มีเจตนาปกป้องประชาชนที่ผิดกฎหมายจราจร แต่ต้องการให้ตำรวจยึดกฎหมายจริงจัง ไม่เอาช่องโหว่นี้ไปรีดไถ ทำให้เกิดการส่งส่วยไปซื้อขายตำแหน่ง แต่ไม่มีใครแก้ไขได้ ควรยกเลิกนโยบายตั้งด่าน ตอนนี้เทคโนโลยีไปไกลมาก ตำรวจสามารถใช้กล้องวงจรปิดจับอัตราความเร็ว ไม่ต้องตากแดดและตากฝน เพราะแรงบันดาลใจในการรีดไถหรือไม่ ทราบว่า ถ้าปรับประชาชนที่ผิดกฎหมายจราจร ตำรวจไม่ได้ส่วนแบ่ง แต่ถ้าปรับเองที่บนทางหลวง ตำรวจจะได้ส่วนแบ่ง ขอเรียกร้องยกเลิกส่วนแบ่งจราจร จะได้ผ่อนหนักเป็นเบาในการตั้งใจรีดไถประชาชน และควรยกเลิกให้ตำรวจรับใช้นักการเมือง ต้องให้ตำรวจไปรับใช้ประชาชน ทำให้ต้องตัดงบสตช. 10%

น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า สตช.ขอจัดซื้ออุปกรณ์ดำน้ำ ของกองต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) 1ชุด ราคา 3.4 – 3.5ล้านบาท ถือว่าผิดปกติ คนดำน้ำรู้ว่าอุปกรณ์ดำน้ำยี่ห้อที่หรู สุดแพงเต็มที่ 1 ชุดไม่เกิน 2-3แสนบาท แต่การขอซื้อราคา 3.5ล้านบาท แพงกว่าเกือบร้อยเท่า ต้องตรวจสอบ รวมถึงใบเสนอราคา 3เจ้า มีการเสนอราคากลาง 3ล้านบาททั้งหมด เมื่อดูทีโออาร์พบว่าไม่มีความแตกต่างจากที่ใช้ในตลาด รวมถึงมีรายการที่เพิ่มมาคือ เรือคายัค อุปกรณ์พาย ย้อนแย้งการดำน้ำแบบสคูบามาโผล่อยู่ในใบเสนอราคาได้อย่างไร ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ไม่อยากเกิดข้อครหาสตช.ทุจริตกับแค่งบอุปกรณ์ดำน้ำ

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า สตช.ของบโครงการปรับปรุงระบายน้ำในพื้นที่กองบินตำรวจ 50ล้านบาท มีรายการปรับภูมิทัศน์ ถนน บ่อนํ้า โรงพระ โรงพักอากาศยาน  ขอตั้งข้อสังเกตเรื่องงานเดินสายที่ตั้งราคาสูงถึง 1,480,000บาท เป็นค่าวัสดุ 9แสนบาท ค่าแรง 580,000บาท ขณะที่ผู้รับเหมาเอกชน 3ราย ได้ประเมินราคางานนี้อยู่ที่ประมาณ 6แสนบาทเท่านั้น ค่าแรงและค่าวัสดุที่ตั้งมาสูงกว่าราคาตลาด 2เท่า รวมถึงมีความผิดปกติราคาเซิร์ฟเวอร์ระบบคอมพิวเตอร์กล้องวงจรปิด ตั้งราคาไว้ 2ล้านบาท คิดเป็นค่าลิขสิทธิ์ 1.9ล้านบาท ค่าติดตั้ง 1 แสนบาท แต่บริษัทเอกชนคู่เทียบเสนอราคาซอฟต์แวร์ตัวเดียวกันนี้ ราคา 4.5แสนบาท ราคาที่ขอมาสูงกว่าราคาตลาดเกือบ 4 เท่า

นายภูริวรรธก์กล่าวว่า กองบินตำรวจยังของบปรับปรุงสนามยิงปืน 75.8ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้าง 48.27 ล้านบาท มีคำถามถึงความเหมาะสม แม้ค่าโครงสร้าง ค่าวัสดุพื้นฐาน ค่าเหล็กรูปพรรณ และค่าแรง อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่งบประมาณไปกระจุกตัวอยู่ที่วัสดุเฉพาะทางแบบผิดปกติ เช่น งานระบบกันกระสุน เป็นแผ่นยางขนาด 50X50 เซนติเมตร ราคาแผ่นละ 12,300บาท ใช้รวม 800แผ่น คิดเป็น 9.84ล้านบาท สูงกว่าราคาตลาดโลกที่ตกแผ่นละ 1,300บาทเท่านั้น ส่วนแผ่นเหล็กกันกระสุนก็ราคาสูงชนเพดาน ความหนา 8.2 มิลลิเมตร ตั้งราคาไว้ 25,000ต่อตารางเมตร ราคานี้จะเหมาะสมเมื่อเป็นเหล็กกันกระสุนเกรดนำเข้า หากเป็นเหล็กเหนี่ยวนำธรรมดาถือว่าแพงมหาศาล และมีการตั้งรายการรางเป้าแขวน 14.4 ล้านบาท แต่ไม่แจกแจงช่องจำนวนยิง สเปคของมอเตอร์ ระยะทางสนาม ทำให้ไม่สามารถประเมินความคุ้มค่าได้ โครงการนี้แม้ดูสมเหตุสมผลเรื่องโยธา แต่ด้านครุภัณฑ์แพงมาก ขอให้ทบทวน มาคุยใหม่ในปีหน้า ขอตัดงบทั้งโครงการ

ต่อมาเวลา 11.20น. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ.เสียงข้างมาก ชี้แจงว่า สตช.ของบมา 1.7แสนล้านบาท แต่ถูกมธ.ตัดลดเหลือ 1.2แสนล้านบาท ผบ.ตร.มาร้องขอกมธ.ให้ช่วยด้วย เพราะงบที่ถูกปรับลด 5หมื่นล้านาท กระทบเบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมันของตำรวจชั้นผู้น้อย ส่วนเรื่องการด่านที่มีทั่วบ้านเมือง ผบ.ตร.ระบุว่า  การตั้งด่านมีระเบียบการตั้งด่าน ต้องมีตำรวจระดับสารวัตรเป็นหัวหน้า ตำรวจดีก็มีมาก ตำรวจไม่ดีก็มี เหมือนกันทุกองค์กร ถ้าพบตำรวจไม่ดีก็จะตัดทิ้ง

นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ.เสียงข้างมาก ชี้แจงว่า เรื่องรายละเอียดการซื้อชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด กล้องวงจรปิด เสื้อเกราะกันกระสุน แผ่นกันกระสุน สนามยิงปืน ของสตช.ที่คณะอนุกมธ.ไอซีทีมีการปรับลดงบนั้น  จะพิมพ์เอกสารส่งชี้แจงตามไป จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 27ด้วยคะแนน 270ต่อ124 เสียง  งดออกเสียง 26 ไม่ลงคะแนน 1

จากนั้นเวลา 11.50น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา28 จังหวัดและกลุ่มจังหวัด วงเงิน 4.27 พันล้านบาท มีสมาชิกอภิปรายคนเดียว ก่อนที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 273 ต่อ115เสียง งดออกเสียง 25เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เช่นเดียวกับมาตรา29 รัฐวิสาหกิจ วงเงิน 7.37หมื่นล้านบาท ทั้ง 2มาตราใช้เวลาพิจารณา 40 นาที เนื่องจากมีผู้อภิปรายไม่มาก

ขณะที่มาตรา30  รัฐสภา วงเงิน 3,012ล้านบาท นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า งบประมาณโครงการส่งเสริมประชาธิปไตย 714.6 ล้านบาท ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สว.พยายามยัดเยียดประชาธิปไตยไปสู่ประชาชน แต่ไม่ฟังเสียงประชาชนกลับมาที่สว. ไม่ต่างกับประชาธิปไตยทางเดียว งบปี70 สว.มีแต่โครงการไม่สมเหตุสมผล และมีเรื่องน่าตกใจคือ เมื่อสว.ตั้งกระทู้ถามในสภา ต้องจ้างบุคคลภายนอก 1ล้านบาท มาวิเคราะห์กระทู้ที่ถาม เพื่อวิจัยและติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ ขณะเดียวกันปัจจุบันสว.มีแต่คำว่าโกง สีน้ำเงิน ไม่ทำให้ประชาชนจดจำอำนาจสว.ได้ อย่าใช้งบประมาณฟอกขาวตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย อย่าแอบอ้างประชาธิปไตยพร่ำเพรื่อ ทั้งที่ไม่เคยพิสูจน์ได้ว่า ประชาชนได้อะไรจากสว.

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ติดใจการตั้งงบงบประมาณของรัฐสภาเกี่ยวกับการเผยแพร่ประชาธิปไตย ไม่ห่วงสภาผู้แทนราษฎร แต่ห่วงวุฒิสภา เพราะมีที่มาไม่เหมือนสส. บางคนบอกสว.มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ เหมือนไส้ติ่งมีก็ไม่เป็นไร ตัดทิ้งก็ไม่เป็นไร อยากให้ทบทวนการให้งบประมาณแก่องค์กรที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย 100% ไปเผยแพร่ประชาธิปไตยแก่ประชาชน จะเป็นการให้ยาพิษทางประชาธิปไตยแก่ชาวบ้าน ไม่ใช่ให้งบส่งเดช แล้วไปเผยแพร่ตามทฤษฎีที่ตนเองได้มา จะเป็นผลร้ายต่อระบอบประชาธิปไตย อยากให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าใจว่า สว.เปรียบเสมือนไส้ติ่ง มีก็ได้ไม่มีก็ได้ จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นด้วยมาตรา30 ด้วยคะแนน 271ต่อ124 งดออกเสียง 46 ไม่ลงคะแนน7

ขณะที่ มาตรา31 หน่วยงานศาล วงเงิน 8,690ล้านบาท น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน อภิปรายตัดทิ้งงบประมาณโครงการอบรมหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย(นรป.) รุ่น15 ของศาลรัฐธรรมนูญ วงเงิน7.9ล้านบาท แก่ผู้เข้าร่วมอบรม 52คน เป็นการใช้ภาษีประชาชนไปแฮงค์เอาต์ กลายเป็นเครือข่ายระดับสูงศาลรัฐธรรมนูญ ขอถามจะสร้างเครือข่ายตัวเองไปทำไม ถ้ามีคุณค่าจริง ทำไมตัวชี้วัดตอบไม่ได้ว่า ประชาชนได้ประโยชน์อะไร หรือเข้าใจกระบวนการรัฐธรรมนูญมากขึ้นแค่ไหน แต่คน 52คนได้มาร่วมเป็นเครือข่ายระดับสูงของศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรตุลาการควรอยู่ห่างการสร้างเครือข่าย ไม่ให้ต้นทุนความน่าเชื่อถือด้านกระบวนการยุติธรรมลดลง ทราบว่ารายชื่อผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่เป็นนักการเมือง ตำรวจ อัยการ องค์กรอิสระ ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ เอกชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ก็เคยเข้าหลักสูตรนี้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. พ.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ก็เรียนหลักสูตรนี้ งบดังกล่าวเคยถูกตัดทั้งก้อนในชั้นอนุกมธ.งบบูรณาการ แต่ศาลรัฐธรรมนูญขออุทธรณ์ กมธ.ก็คืนงบให้ เพราะหน่วยงานส่งคนในพรรครัฐบาลมาเจรจากล่าวคืน ถ้าศาลรัฐธรรมนูญต้องการเผยแพร่ความรู้ พร้อมสนับสนุน แต่ถ้าเอาภาษีประชาชนมาสร้างเครือข่ายระดับผู้นำให้ศาลรัฐธรรมนูญ ยอมไม่ได้  จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 31 ด้วยคะแนน 272ต่อ122 งดออกเสียง47 ไม่ลงคะแนน1

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img