เจาะลึก!!บริษัท“แรบไบยิวสัญชาติไทย” 21ปีขยาย10สาขาโยง“ชาบาด”ทั่วไทย

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

หลังจากทีมข่าวได้เจาะลึกเครือข่ายบริษัทของ “แรบไบโจเซฟ” และลูกหลาน ที่เข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทยนานกว่า 30 ปี จนกระทั่งได้สัญชาติไทยเมื่อปี 2560 โดย “แรบไบโจเซฟ” ถือเป็นบุคคลสำคัญ ในการเผยแพร่ศาสนายูดายในไทย

ที่น่าตกใจ คือ การจัดงานกาลาดินเนอร์ที่สหรัฐฯ ในทุก ๆ ปี เพื่อระดมทุนขอรับเงินบริจาค ในการขยาย “ชาบาดเฮาส์” เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอิสราเอลในประเทศไทย โดยกฎหมายของสหรัฐฯ กำหนดให้องค์กรทางศาสนาที่รับเงินบริจาคต้องเปิดเผยรายได้ และพบว่า “แรบไบโจเซฟ” ได้รับเงินบริจาคมาแล้วกว่า 1 พันล้านบาท (กว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

ส่วนธุรกิจของแรบไบโจเซฟและบุตรชาย ที่ตรวจสอบพบ มีอย่างน้อย 25 บริษัท สร้างรายได้ 5 ปี ย้อนหลังมากกว่า 4 พันล้านบาท แต่เมื่อตรวจสอบการเสียภาษีเงินได้ พบว่าจ่ายภาษีเพียง 5 บริษัท เป็นยอดเงินกว่า 40 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนจ่ายภาษีเข้ารัฐ ประมาณ 1% เศษ ๆ เท่านั้น

วันนี้ (9 ก.ย.) ทีมข่าวได้เจาะลึก ถึงการขยาย “ชาบัดเฮาส์” ไปตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย โดย “ชาบัดเฮาส์” มีจุดประสงค์การจัดตั้ง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวยิวทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวที่ปลดประจำการทหาร แล้วต้องการออกเดินทางท่องเที่ยว

“ชาบาดเฮาส์” จึงถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและชุมชนย่อย ๆ ในสิ่งแวดล้อมแบบปิด สำหรับผู้คนเชื้อชาติอิสราเอลเท่านั้น นอกจากมีการร่วมประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว ยังมีร้านอาหารโคเชอร์ตามหลักศาสนายูดาย ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวยิว ที่จะต้องรับประทานอาหารให้ถูกหลักศาสนา ดังนั้น “อาหารโคเชอร์” จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เชื่อมโยงกับการขยายตัวของชาบาดเฮาส์

ข้อมูลจากเว็บไซต์ “ชาบาด โลเคเตอร์” ระบุว่ามีชาบาดในประเทศไทยกระจายอยู่ 7 พื้นที่หลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เกาะพะงัน เกาะสมุย นนทบุรี ปาย และภูเก็ต โดยในกรุงเทพฯ จะมีความสำคัญ คือ มี “ชาบาดเฮาส์” ดั้งเดิมบนถนนรามบุตรี ถนนข้าวสาร และยังจัดตั้ง “สมาคมชาวยิวแห่งประเทศไทย” อยู่ที่โบสถ์ยิวขนาดใหญ่ กำลังก่อสร้างอยู่ในซอยสุขุมวิท 22

ทีมข่าวตรวจสอบ “ชาบาดเฮาส์” ของ “แรบไบโจเซฟ” ทั่วประเทศไทย พบว่าดำเนินการในชื่อบริษัท “เดอะโคเชอร์เพลส ไทยแลนด์ จำกัด” ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการอาหารโคเชอร์ ตามหลักศาสนายูดาย มีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แจ้งสาขารวมทั้งสิ้น 10 สาขา

ปี 2548 เปิดสาขาที่ 1 สำนักงานใหญ่ ในอาคารศูนย์การค้า มิลลี่ มอลลี่ สุขุมวิท 20
ปี 2549 เปิดสาขาที่ 2 บนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
ปี 2551 เปิดสาขาที่ 3 ในพื้นที่ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ปี 2559 เปิดสาขาที่ 4 บนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
ปี 2561 เปิดสาขาที่ 5 ในพื้นที่ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
ปี 2562 เปิดสาขาที่ 6 แจ้งที่ตั้งในซอยสุขุมวิท 22 กรุงเทพ
ปี 2566 เปิดสาขาที่ 7 แจ้งที่ตั้งบนถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพ
ปี 2566 เปิดสาขาที่ 8 บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี
ปี 2568 เปิดสาขาที่ 9 ในพื้นที่โกดังแถวการท่าเรือ กรุงเทพ
ปี 2569 เปิดสาขาที่ 10 ในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

เมื่อตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของ เดอะ โคเชอร์ เพลส (ไทยแลนด์) จำกัด จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง แจ้งมีสินทรัพย์รวม 126.4 ล้านบาท / รายได้รวม 920.7 ล้านบาทเศษ จ่ายภาษีเงินได้รวมทั้งสิ้น 15.7 ล้านบาทเศษ

จะเห็นว่า การขยาย “ชาบาดเฮาส์” ของแรบไบโจเซฟ ในรอบ 21 ปี ที่ผ่านมา ภายใต้การดำเนินการธุรกิจร้านอาหารในชื่อบริษัท “เดอะโคเชอร์เพลส ไทยแลนด์ จำกัด” มีการปักหมุดหมายตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญไปทั่วประเทศไทย แน่นอนว่า มีการซื้อขายที่ดินอย่่างถูกต้อง ตามสิทธิพลเมืองของประเทศไทย

แต่อย่างที่ทีมข่าวได้รายงานไปก่อนหน้านี้ ว่าบริษัทในเครือแรบไบโจเซฟ รวม 25 บริษัท กวาดรายได้โดยใช้ทรัพยากรในประเทศไทย เฉพาะ 5 ปี ย้อนหลัง รายได้รวมมากกว่า 4 พันล้านบาท แต่จ่ายภาษีเข้ารัฐ ในสัดส่วนเล็กน้อยมากเพียง 1% เท่่านั้น จึงเป็นหน้าที่ตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ ที่เกี่ยวข้อง จะเข้ามาตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส

………….

คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img