“สนธิ ลิ้มทองกุล” นำมวลชนยื่นหนังสือถึงสถานทูตอิสราเอล เรียกร้อง 4 ข้อ ทั้งกำชับพลเมืองให้เคารพกฎหมายไทย ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ตรวจสอบการครอบครองที่ดินในฉะเชิงเทรา และส่งสารให้รัฐบาลอิสราเอลยุติการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมประกาศเดินหน้าลงพื้นที่ต่างจังหวัด และจับตาท่าที กกต. วันที่ 14 ก.ย. หากไม่เป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวัง อาจระดมมวลชนชุมนุมใหญ่อีกครั้ง
เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 2 ถนนสุขุมวิท นายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมมวลชน เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องต่อสถานทูตอิสราเอล โดยระบุว่าจุดยืนในครั้งนี้มีความชัดเจนและต้องการเห็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการรับทราบหรือคำตอบตามพิธีการ
นายสนธิกล่าวว่า ประเทศไทยให้เกียรติผู้มาเยือน แต่การต้อนรับไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะยอมให้มีการละเมิดกฎหมายหรือสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน พร้อมเรียกร้องให้นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศเคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และคนไทย
ส่วนกรณีพฤติกรรมของชาวอิสราเอลบางรายในประเทศไทย นายสนธิระบุว่าได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการสร้างความเดือดร้อนและไม่เคารพท้องถิ่น พร้อมตั้งข้อสังเกตเรื่องการครอบครองที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมองว่าประเด็นดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบตามกฎหมายไทย
ทั้งนี้ นายสนธิกล่าวถึงแนวคิดเรื่อง “การยึดครอง” ในหลายรูปแบบ และอ้างว่ามีข้าราชการและนักการเมืองไทยบางส่วนให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อกล่าวอ้างจากผู้ปราศรัยและยังต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายสนธิยังกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของรัฐบาลอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ยุติการกระทำที่ตนมองว่าเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ
4 ข้อเรียกร้องถึงอิสราเอล
นายสนธิระบุข้อเรียกร้องต่อสถานทูตและรัฐบาลอิสราเอล 4 ประการ ได้แก่
- ควบคุมและกำชับพลเมืองของตนเอง ให้เคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และประชาชนไทย
- ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ไทยในการดำเนินคดี โดยไม่ใช้สิทธิทางการทูตเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
- ตรวจสอบการครอบครองที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงการดำเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามกฎหมายไทย
- ส่งสารถึงรัฐบาลอิสราเอล ให้ยุติการกระทำที่นายสนธิมองว่าโหดร้าย และปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ
นายสนธิกล่าวด้วยว่า คนไทยพร้อมให้เกียรติผู้มาเยือน แต่ผู้มาเยือนก็ต้องเคารพเจ้าของบ้าน หากมีการกระทำผิดกฎหมาย ประชาชนย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้รัฐดำเนินการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ นายสนธิประกาศว่าจะเดินหน้าลงพื้นที่ต่างจังหวัดร่วมกับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โดยระบุว่ามีกำหนดลงพื้นที่หาดใหญ่ในวันที่ 16 ก.ย. ก่อนเดินทางต่อไปยังภูเก็ต ชลบุรี จันทบุรี และขอนแก่น เพื่อพบปะประชาชน
จับตา 14 ก.ย. ปม กกต.
นายสนธิยังกล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมือง โดยให้จับตาวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งเป็นวันที่คาดว่าจะมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกรณี สว. จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
นายสนธิระบุว่า หากมติของ กกต. ทั้ง 5 คน ไม่เป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวัง หรือเห็นว่ากระบวนการไม่โปร่งใส จะเชิญชวนประชาชนออกมาชุมนุมใหญ่ โดยอาจเป็นวันที่ 18 หรือ 19 ก.ย.
อย่างไรก็ตาม นายสนธิระบุว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายโดยตรงในการขับไล่รัฐบาล แต่ต้องการกดดันให้รัฐบาลต้องทำงานท่ามกลางการตรวจสอบจากประชาชน
สำหรับการกล่าวถึงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ของ กกต. นั้น เป็นการแสดงความเห็นและจุดยืนของนายสนธิ ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าบุคคลใดมีความผิดแล้ว โดยการจะมีความผิดหรือไม่ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย
นายสนธิยังกล่าวถึงปัญหาทุนสีเทาและนอมินี โดยเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายและเพิ่มบทลงโทษ พร้อมยืนยันว่าจะสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายที่มีการตรวจสอบพบ



















