“อภิสิทธิ์”ร่ายยาวสับเละคดี“ฮั้วเลือกสว.” นำทีมเสนอตัดงบ“กกต.-ป.ป.ช.”ลง 10%

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

เดือดกลางสภา! “อภิสิทธิ์” นำทีมฝ่ายค้านเสนอตัดงบ กกต.-ป.ป.ช. 10% ร่ายยาวสับเละคดีฮั้วเลือก สว. กางคำพิพากษาศาลฎีกาหักล้าง กกต. ขู่ 4 กรรมการระวังเจอข้อหาผลประโยชน์ต่างตอบแทน หากลงมติช่วยผู้มีพระคุณ ด้าน “รักชนก” ร่วมผสมโรง จี้สอบสายตรง สว.บุรีรัมย์ ถึงเลขาฯ กกต. เตือนอย่าคิดว่ามีคนคุ้มกะลาหัว

วันที่ 10 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา  ในการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เป็นการพิจารณาในมาตรา 32 งบประมาณรายจ่ายขององค์กรอิสะและองค์กรอัยการ ต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า องค์กรอิสระเป็นเสาหลักของประชาธิปไตย แต่กระบวนการตรวจสอบทำได้ค่อนข้างยาก โพลของสถาบันพระปกเกล้าเคยระบุกกต.ได้รับคะแนนความน่าเชื่อถือต่ำสุด และหากคำของบของกกต.ผูกพันกับคำว่า การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม แต่เหตุใดกลับไม่มีความเชื่อมั่นในกระบวนการนี้ ในส่วนการเลือกสว.นั้น ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การได้มาซึ่งสว.  มาตรา 62ระบุว่า ถ้ามีหลักฐานเชื่อได้ว่า มีการกระทำทุจริต ให้กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลนั้น ถือเป็นสิ่งที่กกต.ต้องทำ ไม่ต้องพิสูจน์ ให้ส่งศาล และก่อนเลือกสว. เลขาธิการกกต.คนปัจจุบัน โพสต์เฟซบุ๊กเตือนผู้สมัครสว. อย่าแลกคะแนน พร้อมยกคำพิพากษาศาลฎีกา 2คดีในการเลือกสว.ระบุว่า ลำพังแค่แลกคะแนนก็ผิดแล้ว ถือเป็นบรรทัดฐานท่ศาลฎีกาวางไว้แล้ว และการเลือกสว.ปี2567 กกต.ส่งเรื่องไปศาลฎีกาเป็นระยะๆ โดยมีบรรทัดฐานศาลฎีการะบุคำพิพากษาว่า การแลกคะแนน ทำให้การเลือกสว.ไม่ได้มาจากเจตจำนงอิสระของผู้เลือก ศาลเคยบอกว่าการแลกคะแนนเป็นเรื่องผิด กกต.เคยเชื่อมาแล้ว แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันใหญ่โตกว่าการส่งไลน์ขอแลกคะแนน มีทั้งการได้คะแนนเหมือนกัน การประชุมกันในโรงแรม  แต่กลับมีความพยายามอธิบายว่า ต้องมีหลักเกณฑ์ต่างๆ ทำให้เกิดความคลางแคลงใจคดีนี้ตรงไปตรงมาหรือไม่ และเชื่อมโยงนักการเมืองและพรรคการเมืองหรือไม่ จะลังเลอะไรกับสิ่งที่ศาลชี้มาแล้ว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กรณีการเลือกสว. กรมสอบสวนคดีพิเศษเคยตั้งเรื่องความผิดฐานอั้งยี่ ฟอกเงิน แม้สุดท้ายสั่งฟ้องได้แค่ 8คน แต่ดีเอสไอเห็นว่า ข้อมูลเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อกกต. จึงส่งเรื่องให้กกต.ประกอบการพิจารณา แต่กกต.ไม่รับ รวมถึงดีเอสไอเคยขอข้อมูลกกต. เพื่อนำมาใช้ในคดีอั้งยี่ ฟอกเงิน แต่กกต,มีมติไม่ส่งให้ จนกระทั่งเกิดกระแสเปิดโปงข้อมูลฮั้วสว.  เลขาธิการกกต.จึงชี้แจงหลักเกณฑ์ส่งฟ้อง 3ข้อ เช่น บอกต้องเป็นเฉพาะผู้สมัคร แต่มาตรา 76 พ.ร.บ.การได้มาซึ่งสว.พูดถึงการกระทำความผิดของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในการช่วยเหลือผู้สมัครให้ได้รับเลือกเป็นสว. ไม่มีตรงไหนที่ระบุว่า ต้องเป็นการกระทผิดเฉพาะผู้สมัคร ความพยายามของคณะอนุกรรมการชุด 36 สวนทางกับข้อเท็จจริงของกกต.ที่ไม่เคยตั้งข้อสงสัยที่เหตุการณ์ต่างๆมาเกี่ยวข้องกับนักการเมืองของพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว บอกแค่บังเอิญและบังเอิญเป็นคำตอบ ทั้งที่มีการโอนเงินวันเดียวกัน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือ กกต. 4คนที่จะลงมติตัดสินคดีฮั้วสว.วันที่ 14ก.ย. มาจากสว.ที่ถูกกล่าวหา ถ้าเป็นกฎหมายวิธีพิจารณทางปกครอง จะไม่มีสิทธิตัดสินคดี แต่ความเป็นองค์กรเฉพาะถ้าไม่ครบองค์ประชุมจะวินิจฉัยไม่ได้ ถ้าดูตามหลักธรรมาภิบาล หากกกต. 4คนลงมติเป็นคุณกับผู้มีพระคุณของตัวเอง หนีไม่พ้นข้อหาการมีส่วนได้เสีย เรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทน มีผลประโยชน์ทับซ้อน งบกกต.จึงจำเป็นต้องตัด กกต.ไม่ใช่องค์กรอิสระองค์กรเดียว ยังเสอนให้ตัดงบป.ป.ช.ที่น่าเป็นห่วง เชื่อหรือไม่ระหว่างพิจารณากฎมหายนี้เพี่งได้รับจดหมายจากป.ป.ช.แจ้งผลการพิจารณาที่ตนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา เมื่อ 15ปีที่แล้วระบุว่า ไม่มีความผิด  ทำไมใช้เวลา 15ปี รวมถึงเคยเสนอต่อป.ป.ช.ว่า พวกเรามีภาระมากมายเรื่องการแสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่ทะเบียนข้อมูลทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ในมือรัฐอยู่แล้ว ป.ป.ช.ควรทำข้อตกลงกับธนาคารแห่งประเทศไทย กรมการขนส่ง กรมที่ดิน  ว่า ข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของพวกเราอยู่ที่ไหนบ้าง เพื่อตรวจสอบ ไม่ต้องเป็นภาระให้พวกเราต้องไปขอเอกสารไปยื่นตรวจสอบ ล่าสุดเพิ่งจัดสัมมนาเรื่องวิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระ ผู้ใหญ่ในบ้านรเมืองแสดงความเห็นทางเดียวกัน ถ้าระบบนี้ไม่ทำงาน ประชาธิปไตยที่ออกแบบไว้ ไม่อาจจะเกิดผลได้จริง ภารกิจการรักษาประชาธิปไตยเป็นของพวกเรา เริ่มต้นด้วยการส่งสัญญาณตัดงบประมาณหน่ยงานเหล่านี้ 10%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการอภิปรายของ สส.ฝ่ายค้าน อภิปรายต่องบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เชื่อมโยงถึงคดีฮั้ว สว. ที่ กกต. เตรียมวินิจฉัย ในวันที่ 14 กันยายน จากนั้น น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า กกต. ต้องระวังต่อผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ สว.บุรีรัมย์ ในปัจจุบัน ช่วงก่อนที่ได้รับเลือกพบว่าโทรศัพท์หานายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นเวลา 39 วินาที  ซึ่งสังคมสงสัยว่าคุยอะไร ได้แจ้งเบาะแสการโกง สว. หรือไม่ รวมไปถึงกรณีที่ สว.บุรีรัมย์ กรอกใบสมัครไม่ตรงกับคุณสมบัติและอ้างว่า เจ้าหน้าที่เขียนคำว่า อาวุโสให้ และบุคคลนี้ เคยเป็นอดีตคนขับรถให้กับนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานสภาฯ จึงมีประเด็นว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรหรือไม่ ทั้งที่จะต้องขาดคุณสมบัติตั้งแต่แรก

“กกต. ต้องทบทวนตามข้อสังเกต ของกมธ. คือ ทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ประพฤติตัวให้คนสงสัยว่าทำตรงข้ามกับการต่อต้านการทุจริต แต่เป็นส่วนหนึ่งของอาชญากรรม อาชญากรสีน้ำเงิน” น.ส.รักชนก อภิปราย

น.ส.รักชนก อภิปรายต่อว่าตนได้รับเอกสารฉบับหนึ่ง ที่ระบุว่าเป็นคำชี้แจงของบุคคล ชื่อขึ้นต้นด้วย น.หนู มีสระ เอ นำหน้า และลงท้ายด้วย บ.ใบไม้ ชี้แจงว่า ประกอบอาชีพ ทำธุรกิจบริหารกิจการ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด  และสนามช้าง ซึ่งในฐานะประธานบริหาร ต้องทุ่มเทเวลา ดูแล บริหารต่อเนื่อง ซึ่งที่ต้องการบอกคือ คนนี้อยู่ จ.บุรีรัมย์ ไม่ยุ่งกับการโกง สว.

“ขอตั้งข้อสังเกตุจากที่ได้ทราบว่า ใครที่จะรับตำแหน่ง ผู้อำนวยการกอง หรือ อธิบดี ปลัด หรือ องค์กรอิสระ ที่อยากดำรงตำแหน่งที่หมายปอง ต้องตีตั๋วไปที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อให้บางดูหน้าตา ว่าใช้ไดหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ แต่ขอให้ กกต. ป.ป.ช. เช็คตั๋วบินไปที่ จ.บุรีรัมย์ ของคนที่กำลังแต่งตั้งโยกย้ายในตำแหน่งสูงในระยะเวลา 1 ปี  ส่วนว่าที่อธิบดีดีเอสไอ ที่มีภาพสวัสดีนายกฯ อาจไปด้วยอีกเหตุผลก็ได้  ทั้งนี้คนที่มีอำนาจ มีวาสนา และอยู่ในอำนาจ อย่าคิดว่ามีคนคุ้มกะลาหัว จะใช้อำนาจในสภา นอกสภา และองค์กรอิสระ แบบไม่เห็นหัวประชาชน  ต้องระวัง เพราะอำนาจไหลไปได้ และอาจถูกเช็คบิลได้ในอนาคต”น.ส.รักชนก กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img