“เทพไท เสนพงศ์” เสนอรัฐบาลเติมงบสนับสนุน กยศ. แก้ปัญหาสภาพคล่อง เปิดโอกาสเด็กยากจนเข้าถึงการศึกษา พร้อมเสนอแนวคิดยกหนี้ลูกหนี้ กยศ. ที่เรียนจบแล้วไม่มีงานทำต่อเนื่อง 15 ปี ชี้รัฐควรรับผิดชอบต่อปัญหาการว่างงาน มองการศึกษาเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตประเทศ
เมื่อวันที่ 23 ก.ย.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมืองและอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ภายหลัง น.ส.รัชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความคิดเห็นถึงปัญหาทางการเงินของกองทุน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสนับสนุน โดยระบุว่า
กู้ กยศ. ตกงาน15ปี เสนอรัฐบาลยกหนี้ให้
ผมเห็นกระแสข่าวเกี่ยวกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือกยศ. ที่นางสาวรัชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาของกองทุนกยศ. และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดงบสนับสนุนกองทุนกยศ.ด้วย และยังแสดงความเห็นต่อไปว่าสภาพการเงินของกองทุนกยศ.ขาดสภาพคล่องหรือถังแตก
ในปีงบประมาณ 2570 กองทุนกยศ. ขาดทุนถึง7000ล้านบาท และมีปัญหากับนักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ที่ต้องใช้วิธีการกู้ยืมเงินจากกองทุนกยศ.เพื่อนำไปศึกษาต่อ และถ้าหากรัฐบาลไม่สนใจ ไม่สนับสนุนกองทุนกยศ.ให้มีสภาพคล่อง พอที่จะให้นักเรียนนักศึกษากู้ยืมได้ ก็จะทำให้นักเรียนนักศึกษาที่ยากจนขาดโอกาสในการศึกษาต่อ
ผมในฐานะที่เคยเป็นส.ส.มาก่อน และได้สนับสนุนโครงการกยศ.ที่รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ริเริ่มตั้งแต่สมัยนายชวน หลีกกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี และเห็นว่าโครงการนี้มีประโยชน์กับประชาชน หรือลูกหลานของคนยากคนจน ที่สามารถจะใช้วิธีการกู้ยืมเงินจากกองทุนกยศ. สามารถเรียนต่อจนประสบความสำเร็จ
เมื่อเห็นนางสาวรัชนกออกมาเปิดโปงว่า รัฐบาลไม่สนใจจัดเงินงบประมาณสนับสนุนโครงการกยศ.เลย ก็ทำให้มีความรู้สึกว่า รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษา ทั้งที่การศึกษาเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาคน หรือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
จึงอยากให้รัฐบาลได้สนับสนุนกองทุนกยศ.เพื่อให้มีสภาพคล่อง และกลับมาเป็นกองทุนที่ให้นักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถกู้ยืมได้ และการลงทุนในกองทุนกยศ.รัฐบาลก็ไม่ควรที่จะคิดหวังกำไร หรือสภาพกองทุนให้มีความคล่องตัวในเรื่องการเงินจนเกินไป ถ้าหากกองทุนกยศ. จะขาดทุนไปบ้าง ก็ถือว่าเป็นการลงทุนให้กับอนาคตของชาติ และการลงทุนในเรื่องการศึกษา มีความคุ้มค่ามากกว่าการลงทุนในเรื่องอื่นใด
จึงสนับสนุนให้มีการเพิ่มเงินให้กับกองทุนกยศ. และส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาที่ฐานะยากจนได้กู้เรียน แม้ว่าที่ผ่านมาจะขาดสภาพคล่องจากคนกู้ไปเรียน เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วไม่ชำระหนี้ก็ตาม ก็ถือว่าเป็นการลงทุนในเรื่องการศึกษาให้กับประชาชน หรือพลเมืองในประเทศ และไม่ควรที่จะไปบังคับการใช้หนี้ตามกฏหมายมากจนเกินไป
ผมเคยเสนอมาหลายครั้งว่า นักเรียนนักศึกษาที่กู้เงินของกองทุนกยศ. และเมื่อเรียนจบแล้ว ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ เพราะไม่มีงานทำหรือยังตกงาน รัฐบาลก็ควรจะให้โอกาสหางานภายในระยะเวลา 15 ปี ถ้าหากผ่าน 15 ปีไปแล้ว ลูกหนี้กยศ. ยังไม่มีงานทำ รัฐบาลก็ควรจะยกหนี้ให้กับลูกหนี้ไป หรือตัดเป็นหนี้ศูนย์ ถือว่าเป็นการลงทุนทางด้านการศึกษา และรัฐบาลต้องรับผิดชอบในกรณีที่นักศึกษาจบมาแล้วว่างงาน ไม่มีงานทำ รัฐบาลก็รับผิดชอบในส่วนนี้ โดยยกหนี้ให้กับนักศึกษาที่กู้ยืมจากกองทุนกยศ.ไป
จึงขอฝากความคิดเห็นและประเด็นเกี่ยวกับกยศ.มาให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกคน และฝากไปยังส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต ได้เริ่มและตั้งกองทุนกยศ. ขึ้นมา จนประสบความสำเร็จถึงทุกวันนี้ ไม่ควรจะนิ่งดูดายหรือเพิกเฉย ควรสานต่อและต่อสู้ให้กองทุนกยศ.เดินหน้าแบบยั่งยืนต่อไป



















