“สนธิ ลิ้มทองกุล” ผนึกกำลัง “ปานเทพ-พิชิต-นิติธร” แถลงด่วนเปิดศึกชน องค์กรอิสระ ชี้มติ กกต. คดีฮั้ว สว. เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หลังยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาร่วมร้อยชีวิต ปล่อย “อนุทิน-เนวิน” หลุดคดี นัดมวลชนใส่เกียร์เดินหน้าบุกศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ 25 ก.ย.นี้ ทวงคืนความยุติธรรมและหยุดวงจรฮั้วประเทศ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ก.ย. ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมด้วย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, นายพิชิต ชัยมงคล และนายนิติธร ล้ำเหลือ นำทีมแกนนำภาคประชาชนเปิดแถลงข่าวด่วน ประกาศนัดหมายมวลชนครั้งใหญ่ เตรียมเดินทางไปร่วมลงชื่อและยื่นหนังสือจี้ตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันศุกร์ที่ 25 ก.ย. 2569 เวลา 10.00 น. ณ อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อกดดันให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และหยุดพฤติกรรมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

การเคลื่อนไหวครั้งสืบเนื่องมาจากความกังขาในมติของ กกต. เกี่ยวกับสำนวนคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 คน แต่กลับมีมติส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญาเพียง 77 คน ในจำนวนนี้เป็น สว. ชุดปัจจุบัน 26 คน ขณะที่ผู้มีอำนาจและบุคคลสำคัญอย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายเนวิน ชิดชอบ กลับรอดพ้นและหลุดพ้นจากคดีทั้งหมด
ด้าน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ระบุว่า มติของ กกต. ในรอบนี้ยังมีความบกพร่อง ไม่ครอบคลุมปัญหาเชิงโครงสร้าง และเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากละเลยไม่พิจารณาเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาอีก 229 คน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 62 ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 ทั้งที่มีพยานหลักฐานชัดเจนในสำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ทว่า กกต. กลับเร่งรีบตัดตอนและพลิกคำตัดสินโดยให้น้ำหนักเพียงเอกสารจดหมายกลับคำของพยาน 3 ปาก ขาดการไต่สวนเพิ่มเติม ไม่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หรือการใช้งานโทรศัพท์มือถือ รวมถึงไม่มีการดำเนินคดีกับพยานฐานให้การเท็จแต่อย่างใด พร้อมเตือนว่า หากปล่อยให้ สว. ถูกครอบงำโดยฝ่ายการเมือง จะส่งผลกระทบลูกโซ่เป็นโดมิโน่ ทำลายการถ่วงดุลขององค์กรอิสระทั้งหมดจนระบบนิติรัฐพังทลายลง

ขณะที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวเสริมและทิ้งท้ายว่า สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนชัดเจนว่า ฝ่ายการเมืองกำลังพยายามเข้ามาครอบงำองค์กรอิสระอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการเลือก สว. ที่มีมลทิน เพื่อเปิดทางให้นำไปสู่การแต่งตั้งองค์กรอิสระมาฟอกขาวให้แก่พวกพ้องของตนเอง
นายสนธิ กล่าวย้ำด้วยว่า การลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อล้มรัฐบาล หรือมุ่งหวังผลประโยชน์ให้แก่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นการออกโรงเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนร่วมกันแสดงพลัง ใช้พลังภาคประชาชน ศีลธรรม และความกล้าหาญ เดินทางมาลงนามยื่นหนังสือที่ศูนย์ราชการฯ ในวันที่ 25 ก.ย. นี้ เพื่อร่วมกันกดดันให้หยุดวงจรการฮั้วประเทศไทย และทวงคืนหลักนิติรัฐ นิติธรรมอันเที่ยงธรรมกลับคืนสู่สังคมไทย พร้อมประกาศกร้าวว่า การเคลื่อนไหวหลังจากนี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และมีความพร้อมที่จะยกระดับการกดดันในอนาคตต่อไป


















