‘ประธานสภาฯ’ ชี้คดี2สส.พรรคส้ม ‘ภาวุธ-สมชาติ’ หากมีหนังสือขอตัวช่วงสมัยประชุมฯ ต้องขอมติจากสภาฯ เหตุมีเอกสิทธิ์คุ้มครองตามกม. เผยที่ผ่านมาตามธรรมเนียมปฏิบัติส่วนใหญ่จะไม่อนุญาต ยกเว้นอยากพิสูจน์ตัวเอง เมินเกราะป้องกัน
วันที่ 23 ก.ย.2569 เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)จะส่งสำนวนฟ้องคดีฟอเร็กซ์ ให้อัยการคดีพิเศษภายในสัปดาห์นี้ อาจจะต้องมีการทำหนังสือเพื่อขอตัวนายภาวุธ พงษ์วิทยภาณุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนจากสภาผู้แทนราษฎรหากมีการออกหมายจับ เนื่องจากอยู่ในช่วงสมัยประชุมสภาฯว่า กรณีที่สมาชิกถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นหมายเรียกหรือหมายจับ หากอยู่ในสมัยประชุมจะต้องขอสภาฯ หากสภาฯอนุญาตก็สามารถดำเนินการได้ แต่ถ้าสภาฯไม่อนุญาตมันก็เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นตามหลักแล้วยังไงก็ต้องขอสภาฯ หรือสมาชิกท่านใดไม่ประสงค์ใช้เอกสิทธิ์สส.คุ้มครองก็เป็นเรื่องของแต่ละคน ในกรณีของนายภาวุธคงต้องรอดู หากมีหนังสือมาก็ค่อยว่ากัน เพราะยังไงกฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน ว่าต้องได้รับการอนุญาตจากสภาฯโดยการโหวตในที่ประชุม หรือบางกรณีในอดีตก็เคยมีสส.ขอไม่ใช้เอกสิทธิ์สส.คุ้มครอง แต่โดยปกติส่วนใหญ่จะมีการถามมติในที่ประชุมสภาฯ ที่ผ่านมาถ้าถามมติส่วนใหญ่จะไม่อนุญาต แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี แล้วแต่ดุลยพินิจของเจ้าตัวที่จะตัดสินใจ
เมื่อถามถึงกรณีคดีถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดร่วมกับชาวต่างชาติของนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ที่ดีเอสไอเตรียมออกหมายเรียกครั้งสุดท้ายวันที่28ก.ย.นี้ จะเป็นแนวปฏิบัติเดียวกันด้วยหรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า เป็นแนวปฏิบัติเดียวกัน ถ้าเป็นสมาชิกมีเอกสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมายอยู่แล้ว ดำเนินการอย่างอื่นไม่ได้ ยกเว้นเจ้าตัวอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยการไม่ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง แต่โดยธรรมเนียมปฏิบัติ สภาฯก็ไม่อนุญาตอยู่แล้ว หากต้องขอมติในที่ประชุมสภาฯ



















