‘เอกนิติ’สั่ง4จว.รับมือน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง ชี้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำขนของขึ้นที่สูง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เอกนิติ” รับข้อห่วงใย “อนุทิน” กำชับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการรับมือมวลน้ำเจ้าพระยา หลังเตรียมระบายน้ำท้ายเขื่อน 1,500–2,000 ลบ.ม./วินาที คาดระดับน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ 4 จังหวัดเพิ่มอีก 0.70–1.70 เมตร พร้อมประสาน กทม. แจ้งเตือนชุมชนริมแม่น้ำ

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง กำชับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามข้อห่วงใยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเน้นย้ำความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

นายเอกนิติ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น จึงได้กำชับให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมดูแลและช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง โดยข้อมูลจากกรมชลประทานระบุว่า มีแผนทยอยระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 0.70–1.70 เมตร

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา ใน อ.เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร จ.อ่างทอง ใน อ.วิเศษชัยชาญ ป่าโมก ไชโย และเมืองอ่างทอง จ.สิงห์บุรี ใน อ.อินทร์บุรี และพรหมบุรี และ จ.ชัยนาท ใน อ.สรรพยา

พร้อมกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่ โดยให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และเตรียมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง รวมถึงจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับประชาชนหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ ให้ประสานศูนย์ ปภ. เขต เพื่อเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล และทรัพยากรที่จำเป็นในการช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งเฝ้าระวังพื้นที่เกษตรที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม และแจ้งเตือนเกษตรกรล่วงหน้า เพื่อลดความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร

ส่วนกรุงเทพมหานคร ขอให้แจ้งเตือนชุมชนริมแม่น้ำ แพ ร้านอาหาร ตลอดจนผู้ดำเนินงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ให้เตรียมมาตรการด้านความปลอดภัยและเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับทุกพื้นที่ให้สื่อสารข้อมูลสถานการณ์กับประชาชนอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงที

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนข้อสั่งการไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำ การแจ้งเตือนภัย และการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลแจ้งเตือนภัยผ่านแอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img