หมดยุค“กองทัพ”ยึดอำนาจ!!!

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

20 ปีรัฐประหาร 49 และ 50 ปี 6 ตุลา 19 เป็น 2 เดือนประวัติศาสตร์การเมือง ที่ดูคึกคักเป็นพิเศษในครั้งนี้ และมาตรงกับจังหวะบรรยากาศที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคาะ “คดีฮั้ว สว.” ส่ง ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง กรองเอาเฉพาะ “งวง-งา” ไม่เอา “ช้างทั้งตัว” จนเกิดกระแส “รัฐประหาร” ขึ้นมาอีกครั้ง 

แม้มีระดับผู้นำยืนยัน “ไม่มีปัจจัยหรือเงื่อนไขที่นำไปสู่รัฐประหาร” แต่กระแสยังค่อย ๆ ไหลตามการเคลื่อนไหวของ “มวลชน” นำโดยเฉพาะ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ถึงขั้นเป็นจุดไม้ขีดก้านเดียวลามทุ่งได้ ขึ้นอยู่ที่พฤติกรรมรัฐบาล ตรงไป-ตรงมา…ก็จุดไม่ติด  

โดยมี อดีตกุนซือรมว.กลาโหม อย่าง “วันวิชิต บุญโปร่ง” อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ช่วยดับต้นตอข่าวลือ “อ้างมีกลุ่มอำนาจหรือสัญญาณพิเศษต้องการล้มรัฐบาล” แต่เมื่อเอ็กซเรย์กระดานแห่งอำนาจ ไม่พบสัญญาณ 

แต่มีคีย์เวิร์ดที่ว่ากันว่า พูดกันระดับในแวดวงระดับ “บิ๊กวงการสีเขียว” ทั้งทางลับและทางแจ้ง “กองทัพไม่ทำ และไม่มีตัว” บังเอิญตรงกับถ้อยคำของอดีตกุนซือรมว.กลาโหมที่ระบุว่า “ก่อนพูดถึงการล้มรัฐบาล ต้องตอบให้ได้ว่า หากรัฐบาลนายอนุทิน (ชาญวีรกูล) พ้นจากอำนาจแล้ว ใครจะเข้ามาบริหารประเทศต่อ”  

พร้อมชี้ให้เห็นรัฐบาลที่ห้อยโหนกระแสชาตินิยม…มาตลอด สามารถรับมือปัญหาความมั่นคงรอบด้านได้ ไล่ตั้งแต่ชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ ชายแดนฝั่งตะวันตกและเหนือริ่มตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมาร์ 

ต่างกับภาคประชาชนที่สรุปตูม “เงื่อนไขเข้ายึดอำนาจ” แม้ภาคประชาชนไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ ที่ทำให้ประเทศชาติถอยหลังลงคลอง 

“เท่าที่รู้ รับทราบจากคนที่รู้จักหลายคน ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง บอกว่าคราวนี้การเคลื่อนไหวเอาด้วย สะท้อนภาพกระแสความไม่พอใจของประชาชนมีสูง มีสูง สูงมาก” “คมสัน โพธิ์คง” นักวิชาการอิสระด้านกฎหมาย ผู้ผ่านเหตุการณ์เปลี่ยนผ่านทางการเมืองมาหลายครั้ง ชี้สวนทางฝ่ายเชียร์อำนาจรัฐ 

เมื่อประมวลภาพทั้งหมด โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของ “นายกฯหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” ยังเชื่อมั่นว่า รัฐบาลฝ่ามรสุมการเมืองที่ดาหน้าเข้าถล่มหลายลูกไปได้

แต่อย่าลืมประวัติศาสตร์การเมืองในช่วงหลัง ๆ ผู้นำประเทศที่ยิ่งใกล้…ยิ่งมีอำนาจ เท่ากับยืนอยู่บนเชือก โดยเฉพาะ “เสี่ยนิด-เศรษฐ ทวีสิน” ขนาดผ่าน “ดีลลับ” ยังอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 11 เดือน 23 วัน หรือ “อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร” ก็เช่นกันนั่งเก้าอี้นายกฯได้แค่ 1 ปี 13 วัน 

ฉะนั้นมาชวนตามลุ้นชะตาเก้าอี้ “นายกฯหนู” สมัยสองกันดีกว่า ว่ากันว่ายิ่งกว่า “ดีลลึก-ดีลลับ”เสียอีก เป็นนายกฯตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.69 ยังไม่ถึงขวบปี

บนเสถียรภาพเสียง สส.ค้ำบัลลังก์แน่นปึ๊ก ไม่มีพรรคการเมืองใดล้มรัฐบาลตามระบบได้ โดยเฉพาะเมื่อล็อก “พรรคกล้าธรรม” เป็น “อะไหล่” คอย “เสียบเพื่อชาติ” ได้ตลอดเวลา 

ขอให้รอดูฝีมือฝ่ายค้าน ทั้ง พรรคประชาชน-พรรคประชาธิปัตย์ จับมือเขย่าอำนาจครั้งนี้ ข้อมูล แผลใหม่ ๆ ที่รอถูกเปิดถลกหนัง “ระบอบสีน้ำเงิน” น็อกรัฐบาลไม่ได้ แต่รับรองสะบักสะบอม  

หากนายกฯจะถือโอกาสล้างไพ่ปรับ ครม. เพิ่มพรรคกล้าธรรมเข้ามา เพื่อกระตุ้นรัฐมนตรีให้ทำงานเต็มที่ก็ควรทำ!!!

อยากให้รัฐบาลบริหารประเทศจนครบ 4 ปี แม้ถูกข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน โกงกิน 30% ทุกโครงการ งบประมาณ 5 แสนต้องผ่านด่านถูกตรวจสอบก่อนอนุมัติผ่าน  แต่งตั้งคนของตัวเองเข้าไปกุมอำนาจกลไกรัฐ  

พฤติการณ์แบบนี้ “กองทัพ” หรือ “รัฐพันลึก” ควรปล่อยให้ “ชนชั้นใต้ปกครอง” ได้เรียนรู้ ซึมซับไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง “มะม่วงสุกคาต้น” โหวตเตอร์ถึงได้รู้เช่นเห็นพฤติกรรม และคอยสังสอน “นักการเมือง” ในวันเลือกตั้ง ดีกว่า “ซ้ำรอยประวัติศาสตร์” เปลี่ยน “คนโกงกิน” จาก “นักการเมือง” ไปเป็น “ทหาร”

………………………………..

คอลัมน์ : ไขกุญแจ-ไขแหลก

โดย #ราษฎรเต็มขั้น 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img