“สนธิ”นำมวลชนจี้ทบทวนคดีฮั้วเลือกสว. อ้างพบพิรุธ-พยานหลักฐานหลายประเด็น

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

มวลชนกลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน เอาประเทศไทยของเราคืนมา” ทยอยรวมตัวหน้า กกต. ก่อน “สนธิ ลิ้มทองกุล” พร้อมแกนนำภาคประชาชนเข้ายื่นหนังสือกล่าวโทษ กกต. กรณีการพิจารณาคดีทุจริตเลือก สว. 2567 เรียกร้องทบทวนมติเดิมและดำเนินการตามกฎหมาย โดยกลุ่มผู้ร้องอ้างมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 ราย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าอาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีมวลชนกลุ่มสนับสนุนทยอยเดินทางมารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำรถขยายเสียง 6 ล้อเข้ามาจอดบริเวณพื้นที่ พร้อมเปิดเวทีปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต.

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) พร้อมด้วย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และอดีตโฆษกพันธมิตรฯ นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นายนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำ คปท. และเครือข่ายภาคประชาชน เดินทางมาสมทบกับมวลชน เพื่อเตรียมยื่นหนังสือกล่าวโทษต่อคณะกรรมการ กกต.

สำหรับการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ทุ่งสองห้อง ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ได้วางกำลังดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรโดยรอบพื้นที่อย่างใกล้ชิด ขณะที่แกนนำ คปท. ขึ้นรถขยายเสียงปราศรัย ก่อนเข้ายื่นหนังสือต่อตัวแทน กกต. ในเวลา 11.00 น.

ภายหลังการยื่นหนังสือ นายสนธิมีกำหนดขึ้นปราศรัยปิดท้าย เพื่อสรุปทิศทางการเคลื่อนไหว ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะประกาศยุติกิจกรรมและแยกย้ายกันกลับ

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนในนาม “รวมพลังแผ่นดิน เอาประเทศไทยของเราคืนมา” ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต. โดยเรียกร้องให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม รวมถึงไม่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีการพิจารณาและลงมติในคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567

เนื้อหาในหนังสือระบุข้อกล่าวอ้างของกลุ่มผู้ร้องว่า กระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา มีข้อพิรุธและพยานหลักฐานหลายประเด็นที่กลุ่มเห็นว่าอาจขัดต่อกฎหมาย อาทิ การจัดทำโพยรายชื่อล่วงหน้า พฤติกรรมเกี่ยวกับการแต่งกายและการพักอาศัยในโรงแรมเดียวกัน เส้นทางการเงิน การจัดตั้งผู้สมัครในลักษณะตัวแทน หรือนอมินี เพื่อบล็อกโหวต รวมถึงข้อกล่าวอ้างเรื่องการแทรกแซงจากพรรคการเมือง

กลุ่มผู้ร้องยังกล่าวอ้างว่า พฤติการณ์ดังกล่าวมีลักษณะเชื่อมโยงกันเป็นขบวนการ และตั้งข้อสังเกตต่อการใช้ดุลพินิจของ กกต. เสียงข้างมาก โดยระบุว่า มีการดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาเพียง 77 ราย ทั้งที่คณะสืบสวนและไต่สวนชุดแรก หรือคณะที่ 26 ได้รวบรวมพยานหลักฐานและตั้งข้อกล่าวหาผู้มีพฤติการณ์ทุจริตไว้ 229 ราย

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ร้องยังระบุว่า กกต. ไม่ได้นำแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับการรับฟังพยานหลักฐานในลักษณะเชิงโครงสร้าง นิติวิทยาศาสตร์ และข้อมูลประวัติการใช้โทรศัพท์ มาประกอบการพิจารณาอย่างเพียงพอ พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการดำเนินการต่อพยาน 3 รายที่มีการกลับคำให้การ

จากข้อกล่าวอ้างดังกล่าว กลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน” เรียกร้องให้ กกต. ทบทวนมติเดิมที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมด โดยนำแนวคำพิพากษาของศาลฎีกามาประกอบการพิจารณา และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ถูกกล่าวหาที่กลุ่มระบุจำนวน 229 ราย

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นข้อมูลจากฝ่ายผู้ร้องและยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยผู้ถูกกล่าวหาย่อมมีสิทธิชี้แจงและต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

กลุ่มผู้ร้องระบุด้วยว่า หาก กกต. ยังคงไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง เครือข่ายภาคประชาชนจะพิจารณายื่นคำร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับ กกต. ต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img