‘ไชยชนก-เจเศรษฐ์-วรศิษฏ์’ ประชุมติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนทุกมิติ ทั้งแจ้งเตือน สิ่งดำรงชีพ การแพทย์ ศูนย์พักพิง งบประมาณ และทรัพยากร ‘ไชยชนก’ เผย ประสาน ปภ.-กทม. จัดเตรียมถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยใน กทม. เบื้องต้น 100,000 ชุด เครื่องนอน 3,000 ชุด
วันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 20.00 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย , นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศ โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยจังหวัดที่มีสถานการณ์ เข้าร่วมรายงานสถานการณ์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
นายไชยชนก ได้ติดตามการให้ความช่วยเหลือเหตุอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยวางแผนสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์สำหรับรองรับประชาชนที่พักอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวของกรุงเทพมหานคร ซึ่งหากมีการอาศัยอยู่ต่อเนื่อง ต้องจัดหาสิ่งของสนับสนุนให้เพียงพอ จึงประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) และกรุงเทพมหานคร จัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตกรุงเทพมหานครในเบื้องต้น จำนวน
100,000 ชุด และเครื่องนอน 3,000 ชุด
พร้อมย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกจังหวัด อย่ามองข้างเรื่องสาธารณูปโภค ระบบไฟฟ้า ที่ต้องพร้อมสำรองให้พร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนเดือดร้อนกับประชาชนเพิ่มเติม
ในส่วนของกระทรวง DE ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัด ดูแลระบบอินเตอร์เน็ตให้เข้าถึงและใช้งานได้อย่างเสถียร โดยเฉพาะบริเวณอาคารสูงในเขตกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงระบบไปรษณีย์ไทยที่จะต้องดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำทุกพื้นที่ที่มีสถานการณ์ให้ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะที่จังหวัดสระแก้วที่สถานการณ์ขยายพื้นที่ และมีแนวโน้มว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจังหวัดสระแก้วได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิ้นแล้วแล้ว จำนวน 7 อำเภอ 22 ตำบล มีผู้ที่ได้รับผลกระทบ 8,706 ครัวเรือน ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดที่อำเภออรัญประเทศ ซึ่งย้ำให้จังหวัดสระแก้วดูแลผู้ที่มาพักพิงที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยเฉพาะที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวอำเภอเมือง ที่มีผู้พักพิงจำนวนมาก ต้องจัดหาอุปกรณ์ สิ่งดำรงชีพ ให้เพียงพอ หากอุปกรณ์ใดไม่เพียงพอให้แจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งจะสั่งการจัดสรรเข้าพื้นที่ในทันที และขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และพื้นที่ที่มีสถานการณ์คาดว่าจะมีน้ำเพิ่มขึ้น และขอให้ทุกท่านทำงานด้วยความปลอดภัย
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณของท้องถิ่นในการช่วยเหลือประชาชนได้ตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ และเน้นย้ำการดูแลความปลอดภัยของพื้นที่ที่มีสถานการณ์ ในเรื่องการเคลียร์เส้นทางจราจรที่มีสิ่งกีดขวางเส้นทาง และอาจทำให้การสัญจรของประชาชนมีอันตราย รวมทั้งได้ประสานกรุงเทพมหานครจัดหายาเวชภัณฑ์ให้เพียงพอ โดยผู้ประสบภัยที่เป็นผู้ป่วยได้แบ่งเป็นสองส่วน สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤตซับซ้อนจะนำส่งโรงพยาบาล ส่วนบุคคลทั่วไปได้ช่วยเหลือยให้ไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวของ กทม. ที่ได้มีการตั้งในทั่วทุกเขต
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้หารือร่วมกันหลังจากการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย โดยกระทรวงมหาดไทย และบูรณาการร่วมกับหน่วยทหาร ตำรวจ สาธารณสุข การประชาสัมพันธ์ การคมนาคม และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนมาตรการาช่วยเหลือประชาชนตามแนวทางของรัฐบาล โดยกำหนดให้มีการติดตามสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศผ่านกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งจะมีเจ้าหน้าติดตามข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง
นี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดสื่อสารสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง โดยเป็นข้อมูลที่ออกในนามรัฐบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และไม่ให้เกิดความสับสนในระหว่างที่มีสถานการณ์ในพื้นที่ รวมทั้งให้ท้องถิ่น ท้องที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อสารไปยังประชาชนให้รู้เท่าทันต่อสถานการณ์ และการช่วยเหลือจากรัฐบาล เพื่อให้เข้าถึงในทุกพื้นที่
ขณะที่นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝากไปถึงผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ ปภ. และอาสาสมัคร มูลนิธิ ที่ได้เข้ามาร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชน ขอให้ดำรงการสื่อสาร และประสานการปฏิบัติร่วมกันตามแผนเผชิญเหตุ และแผนปฏิบัติงาน เพื่อให้การทำงานมีความรวดเร็ว ตรงจุดและหากมีความต้องการรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยจาก ปภ. ขอให้ประสานมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงย้ำไปทางพื้นที่ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำฝน น้ำท่า อย่างใกล้ชิด หากประเมินแล้วมีความเสี่ยงที่สถานการณ์จะรุนแรงขึ้น ให้รีบประสานมายังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาต เพื่อแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังพื้นที่ล่วงได้ล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมพร้อม และลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น



















