ผู้ว่าฯ กทม.เผยฝั่งตะวันออกมีฝนตก 60 มม.เมื่อคืน แต่ลดลงจากช่วงก่อนหน้าที่เคยสูงถึง 200 มม. คาด 3 วันจากนี้ฝนลดลง เปิดทางเร่งระบายน้ำ เผยคลองหลักใช้เวลาราว 2 วัน ถนน 2-3 วัน ส่วนชุมชนอาจใช้เวลาประมาณ 7 วัน พร้อมเร่งสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำรับมือคลองประเวศบุรีรมย์
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 3/2569 ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตลาดกระบังว่า เมื่อคืนวันที่ 27 ก.ย. มีฝนตกประมาณ 60 มิลลิเมตร ในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่เขตมีนบุรีไปจนถึงลาดกระบัง แต่ถือว่าปริมาณฝนลดลงจากช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเคยมีฝนตกสูงถึงประมาณ 200 มิลลิเมตร
นายชัชชาติ กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานในที่ประชุมว่า ในช่วง 3 วันจากนี้ ปริมาณฝนน่าจะลดลงค่อนข้างมาก ซึ่งจะเป็นจังหวะสำคัญในการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่
สำหรับสถานการณ์น้ำในภาพรวมของกรุงเทพฯ ขณะนี้คลองแสนแสบเริ่มมีระดับน้ำดีขึ้น จะช่วยดึงน้ำจากบริเวณคลองจั่นและบางกะปิได้ ขณะที่คลองเปรมประชากรมีสถานการณ์ดีขึ้นเช่นกัน สะท้อนจากพื้นที่ถนนวิภาวดีที่เริ่มกลับมาดีขึ้น
ส่วนจุดที่ยังระบายได้ยากคือคลองประเวศบุรีรมย์ เนื่องจากต้องเร่งดึงน้ำจากพื้นที่ลาดกระบังลงไปยังพระโขนง ซึ่งเส้นทางคลองมีความคดเคี้ยวค่อนข้างมาก โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้หน่วยงานที่มีศักยภาพสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ ทั้งกรมชลประทานและกองทัพเรือ เข้ามาช่วยเร่งผลักดันน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ลงสู่ประตูระบายน้ำพระโขนงให้เร็วที่สุด
นายชัชชาติ กล่าวว่า ระบบสามารถผลักดันน้ำได้ประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยทุกหน่วยงานกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากปริมาณน้ำในพื้นที่มีจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องทยอยดึงน้ำออกจากพื้นที่
“ตัวคลองหลักคิดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน ถึงจะลดลง ส่วนถนนคิดว่า 2–3 วันนี้น่าจะดีขึ้น แต่ในส่วนของชุมชนต้องค่อย ๆ ทยอยเอาน้ำออก น่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน” นายชัชชาติกล่าว
ผู้ว่าฯ กทม. อธิบายว่า น้ำที่เข้าสู่ชุมชนบางแห่งเป็นน้ำที่ไหลข้ามคันกั้นน้ำเข้ามา ไม่ได้เข้าสู่ระบบท่อระบายน้ำตามปกติ ดังนั้นเมื่อระดับน้ำลดลงจึงต้องใช้เครื่องสูบน้ำดูดออกจากพื้นที่เป็นจุด ๆ โดยขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างสำรวจและประเมินสถานการณ์แต่ละพื้นที่อย่างละเอียด
ส่วนศักยภาพการรองรับน้ำของบึงหนองบอน นายชัชชาติ กล่าวว่า โดยปกติบึงหนองบอนสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีน้ำอยู่ประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่การนำน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์เข้าสู่บึงหนองบอนยังทำได้ไม่สะดวก เนื่องจากต้องผ่านคลองหนองบอน
ทั้งนี้ รัฐบาลได้อนุมัติโครงการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมจากคลองประเวศบุรีรมย์มายังบึงหนองบอนแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง หากโครงการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ได้มากขึ้น ขณะที่ปัจจุบัน กทม.เร่งสูบน้ำจากบึงหนองบอนอย่างเต็มกำลัง โดยเน้นช่วยเหลือพื้นที่บริเวณถนนเฉลิมพระเกียรติเป็นหลัก
สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากและกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ โดยแต่ละเขตอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ทั้งผู้ป่วยติดเตียงและประชาชนที่ต้องการอาหาร เบื้องต้นคาดว่ามีประชาชนที่ต้องจัดส่งอาหารประมาณ 60,000–70,000 คน
กทม.ได้ตั้งกองบัญชาการในแต่ละเขต พร้อมนำครัวเข้าไปประกอบอาหารในพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเร่งจัดส่งอาหารให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
ส่วนการเยียวยาประชาชน นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดมาตรการเยียวยาเป็นพิเศษ แต่ กทม.มีหลักเกณฑ์การเยียวยาตามแนวทางของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ใช้ดำเนินการมาโดยตลอด โดยพิจารณาตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง พร้อมขอให้ประชาชนเก็บหลักฐานความเสียหายไว้ เนื่องจากการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยจะทำให้สามารถรวบรวมหลักฐานเพื่อประกอบการขอรับความช่วยเหลือได้ ส่วนมาตรการเยียวยาเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาล
เมื่อถามถึงโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมซ้ำในปีนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากฝนตกหนักและตกสะสมในพื้นที่เป็นเวลานาน โดยบางช่วงมีปริมาณฝนสูงถึงประมาณ 300 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงมาก
นายชัชชาติ กล่าวว่า ในระยะยาว กทม.จำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณฝนที่มากขึ้น โดยเฉพาะการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำที่สามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เปรียบเสมือนทางด่วนน้ำ เพื่อช่วยระบายน้ำออกจากคลองที่มีข้อจำกัดด้านศักยภาพการรองรับน้ำ
สำหรับกรณีที่อาจมีฝนตกลงมาอีกในช่วง 2–3 วันนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้การพยากรณ์อากาศยังไม่พบหย่อมความกดอากาศต่ำที่หมุนวนและทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องเหมือนช่วงที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะมีเพียงอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่อาจนำฝนเข้ามาบ้าง อย่างไรก็ตาม การพยากรณ์อากาศมีข้อจำกัด จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างเต็มที่



















