รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ นักวิชาการเศรษฐศาสตร์การเมือง โพสต์วิจารณ์มุมมองของปิยบุตรต่อการทำงานของพรรคประชาชน ชี้พรรคต้องเดินสองทาง ทั้งทำงานความคิดกับประชาชนและทำหน้าที่ฝ่ายค้าน พร้อมตั้งคำถามกลับว่า หากการทำงานตรวจสอบรัฐบาลได้ยอดไลก์และเอ็นเกจสูง แล้วเนื้อหาของปิยบุตรที่ได้รับความสนใจอย่างมากจะเรียกว่า “บันเทิงธิปไตย” ได้หรือไม่
วันที่ 11 ต.ค.69 รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความระบุว่า
“พรรคประชาชนและ สส.รับเงินภาษี และคะแนนเสียงจากประชาชนหลายล้านคน แกนนำ สส. ผู้ปฏิบัติงานไม่ใช่ผู้วิเศษ มีจุดอ่อนและผิดพลาดได้ จึงย่อมถูกวิจารณ์ได้
ทว่าพรรคไม่ได้ทำงานอยู่ในสุญญากาศ หากทำงานกับประชาชนที่มีหลายพวกหลายระดับ ต่อสู้กับแก๊งนักการเมืองชั่วและเผด็จการที่รอตัดศรีษะอยู่ทุกเวลา ปริบทของประชาชน รัฐสภา และผู้ปกครอง เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เส้นทางไปสู่ประชาธิปไตยสมบรูณ์ ไม่ใช่เส้นตรงเดี่ยว หากแต่คดเคี้ยว ไม่มีสูตรหนึ่งเดียวตายตัว มีกระแสสูง-กระแสต่ำ มีเดินหน้า-ถอยหลัง มีชนะ-แพ้
พรรรคประชาชนวันนี้ ไม่ใช่พรรคอนาคตใหม่เมื่อปี 62-63 พรรคอนาคตใหม่เกิดและเติบโตในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเผด็จการทหาร มาสู่ระบบรัฐสภาจำแลง ปิยบุตรวางจุดยืนของพรรคเป็น “ซ้ายกลาง” (center-left) ซึ่งสอดรับกับฐานมวลชนหลักในขณะนั้นคือเยาวชนที่ต้องการความหวังใหม่ การทำงานทางความคิด และชูปัญหาเชิงโครงสร้างที่แหลมคมและท่วงทำนองทะลุทะลวงเป็นที่ตอบรับทั้งจากมวลชนและสื่อ กระแสประชาธิปไตยอยู่ในช่วงขาขึ้น
พรรคประชาชนวันนี้ไม่ใช่พรรคอนาคตใหม่ที่เป็น “ซ้ายกลาง” ไม่ใช่พรรคเยาวชนแอ็คติวิสต์ แต่เติบโตเป็นพรรคเสรีนิยมด้วยนักการเมืองอาชีพในระบบรัฐสภา นับแต่เลือกตั้ง กพ.69 กระแสประชาธิปไตยตกต่ำและถดถอย พรรคประชาชนที่พ่ายแพ้ ต้องหันมาเก็บรับบทเรียน พรรคประชาชนวันนี้มีสองบทบาทและต้องเดินสองขา คือทำงานความคิดกับ ปชช. และเป็นฝ่ายค้านในระบบรัฐสภา–ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเปิดโปงนักการเมืองชั่ว
พรรคประชาชนต้องเลือกจุดสมดุลของสองบทบาทนี้ ซึ่งย่อมเน้นหนักต่างกันในปริบทและสถานการณ์ที่ต่างกัน พรรคประชาชนยังคงเดินสองขา แต่ประชาชนและสื่อ ตอบรับบทบาทฝ่ายค้านที่แหลมคม มากกว่าการชี้นำทางความคิด
ปิยบุตรวิพากษ์ว่า นี่เป็น “บันเทิงธิปไตย” “พรรคประชาชนทำงานความคิดไม่ดีพอ!”
แน่นอนว่า แกนนำ สส.และผู้ปฏิบัติงานต้องรับฟัง ตั้งคำถามถึงการทำงานความคิดของตน
แต่คำวิพากษ์ของปิยบุตรก็ขาดมุมมองปริบท ขาดภาพสถานการณ์ใหญ่ และกระแสประชาธิปไตยโดยรวม ที่สำคัญคือไม่เข้าใจว่าพรรคต้องเปลี่ยนแปลงและเติบโตให้สอดคล้องกับภารกิจระยะยาวและสถานการณ์เฉพาะหน้า
จะให้พรรคประชาชนเป็นเหมือนอนาคตใหม่หรือก้าวไกลได้อย่างไร? พรรคประชาชนวันนี้อยู่ในปริบทที่แตกต่าง เยาวชนยุคอนาคตใหม่วันนี้จบการศึกษาทำงาน มีอาชีพแล้ว ฐานของพรรคประชาชนคือชนชั้นกลาง สายอาชีพ คนทำงาน นักธุรกิจ ซึ่งมีขีดจำกัดและท้อถอย ผู้คนส่วนข้างมากล้าหลังมึนชาทางการเมือง การทำงานตรวจสอบรัฐบาลและนักการเมืองชั่ว มีคนสนใจมากกว่า มียอดไลค์ เอ็นเกจเยอะกว่า ขณะที่การทำงานความคิดจมหายไปกับน้ำท่วม ทั้งหมดนี้คือ “บันเทิงธิปไตย”!?!
แต่จังหวะเวลา ท่วงทำนอง วิธีการ ภาษาสำนวนของปิยบุตร ได้ยอดไลค์ เอ็นเกจ ทั้งบทสัมภาษณ์ ล้วนทะลุชาร์ต ทั้งติ๊กต็อก อินสตาแกรมเรียล ยูทูบ กระทั่งนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามก็เอาไปใช้กันสนุกปาก โดยไม่สนใจเนื้อหาของปิยบุตรเอง ทั้งหมดนี้ถ้าไม่ใช่ “บันเทิงธิปไตย” แล้วเป็นอะไร?



















