รัฐบาลใกล้เคาะเกณฑ์ขรก. Early Retire เล็งจ่ายอัตราค่าตอบแทนมากกว่า12เท่า

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ปกรณ์” เผยโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดข้าราชการพลเรือนสามัญ อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด เหลือสรุปหลักเกณฑ์ค่าตอบแทน โดยมีแนวคิดจ่ายมากกว่า 12 เท่า ตั้งเป้าลดอัตรากำลัง 5% ใช้งบระยะแรกประมาณ 7,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยความคืบหน้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียด เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยประเด็นที่ยังต้องสรุปคืออัตราค่าตอบแทนที่จะจ่ายให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีแนวคิดว่าควรได้รับมากกว่า 12 เท่า แต่จะเป็นจำนวนเท่าใดต้องหารือกับกระทรวงการคลังก่อนกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน

สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการในเบื้องต้น จะพิจารณาข้าราชการอายุ 50 ปีขึ้นไปเป็นหลัก ส่วนผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป หากมีความประสงค์เข้าร่วม จะต้องมีเหตุจำเป็น เช่น ต้องลาออกเพื่อดูแลบิดามารดา หรือมีปัญหาสุขภาพ โดยให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้พิจารณา

นายปกรณ์คาดว่าโครงการจะสามารถดำเนินการได้ภายในปีงบประมาณ 2570 โดยตั้งเป้าลดอัตรากำลังข้าราชการลง 5% ต่อปีจากจำนวนทั้งหมด สำหรับระยะแรกที่ตั้งเป้าลดอัตรากำลัง 5% คาดว่าจะใช้งบประมาณประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นอาจใช้งบกลาง และคาดว่าในปีถัดไปงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการจะทยอยลดลง

ส่วนการบริหารทรัพยากรบุคคลภายหลังการยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ครม.มีมติให้โอนบุคลากรจำนวน 48 คน ไปสังกัดคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) สำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีภารกิจใกล้เคียงกัน โดยจะปฏิบัติงานในหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ (SDU) เพื่อดำเนินงานด้านแผนที่และปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ หรือ One Map

นายปกรณ์ระบุว่า เมื่อจัดทำ One Map เสร็จสมบูรณ์แล้ว จะเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบ ก่อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขแผนที่ท้ายกฎหมายลำดับรองภายในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน โดยระบุว่าการดำเนินงานเรื่องนี้ผ่านมาแล้วกว่า 10 ปี แต่ยังไม่สำเร็จ

ขณะที่การลดหน่วยงานรัฐที่มีภารกิจซ้ำซ้อนในระดับภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) อยู่ระหว่างพิจารณา โดยนายปกรณ์ย้ำว่าต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากเกี่ยวข้องกับอัตรากำลังและภารกิจของหน่วยงาน แต่ยืนยันว่าจะผลักดันให้เป็นแผนระยะยาว

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด (MSF) เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ยังเร่งรัดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน หลังมีการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกฯ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันในการจัดการเรื่องร้องเรียน เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม การรุกล้ำที่ดิน และการทุจริตของเจ้าหน้าที่ ช่วยลดความซ้ำซ้อนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการติดต่อรับบริการจากภาครัฐ

นายปกรณ์กล่าวด้วยว่า ในช่วง 6 เดือนที่เข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลด้านกฎหมายครบทุกหัวข้อแล้ว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img