“เปรียญสิบ” เห็นภาพ กลุ่มภิกษุณีจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ อดชื่นชมไม่ได้ เนื่องจากแม้ประเทศไทย “ปิดกั้น” ไม่ให้ “กลุ่มสตรี” บวชเป็น “ภิกษุณี”
แต่ “ภิกษุณี” ยังอุบัติเกิดขึ้นในประเทศไทย เป็น “เนื้อนาบุญ” ให้กับพุทธศาสนิกชน และเป็นทางออกให้กับ “สตรี” ในการแสวงหาโมกขธรรมได้อีกช่องทางหนึ่ง
“เปรียญสิบ” ไม่เคยคิดคัดค้าน การเกิดขึ้น ดำรงอยู่ ของ “ภิกษุณี” เพราะถือว่าเป็น “ทางเลือก” ให้กับพุทธศาสนิกชนในการขับเคลื่อนกิจการพระพุทธศาสนา และทั้งคณะสงฆ์เองก็ควรตั้งอยู่ในเมตตาธรรม

การบวชพระภิกษุณีเป็นปัญหาทาง “พระวินัย” และติดขัด “มติ มส.” มาอันยาวนาน เนื่องจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงออกประกาศลงวันที่ 18 มิถุนายน 2471 ห้ามมิให้พระภิกษุสามเณรทุกนิกายบวชหญิงเป็น “ภิกษุณี-สิกขมานา-สามเณรี” และ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระวรธรรมคติเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2544 ห้ามการบวชสตรีเป็นภิกษุณีเช่นกัน ต่อมา “มส.” มีมติเมื่อปี 2545 ประกาศย้ำไม่ให้พระบวชภิกษุณีและสามเณรี

เนื่องจากมองว่า “พระภิกษุณีสายเถรวาท” ขาดสูญไปนานแล้ว พร้อมกับกำชับกระทรวงการต่างประเทศควบคุมการเข้ามาของคณะสงฆ์ต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการบวชสตรี เช่น ไม่ออกวีซ่า หากไม่มีหนังสือรับรองจากคณะสงฆ์ไทย
ปัจจุบัน “สตรีเพศ” หากจะบวชเป็นภิกษุณี ต้องเดินทางไปบวชที่ศรีลังกา หรือ ไต้หวัน เท่านั้น เพราะทั้ง “เถรวาท” ที่ศรีลังกา และ “มหายานไต้หวัน” ฟื้นฟูกลับขึ้นมาใหม่
ส่วนการบวชของ “ภิกษุณี” ที่ศรีลังกาหรือไต้หวัน บวชได้อย่างไร หรือ “คณะสงฆ์ศรีลังกา-ไต้หวัน” รับรองหรือไม่ นั่นอีกประเด็นหนึ่ง

ปัจจุบันการดำรงอยู่ของ “ภิกษุณี” ในประเทศไทย แม้ “มส.” ห้ามการบวช แต่เท่าที่ดู “มส.” เองก็หยวน ๆ คือ เมตตาให้อยู่ได้ ไม่ได้เข้มงวดเหมือนดังในอดีต
“เปรียญสิบ” มีความรู้และวิสัยทัศน์แบบ “ตื้นเขิน” จึงเห็นด้วยกับการดำรงอยู่ของภิกษุณีในประเทศ และทั้งไม่ติดใจหาก “มส.” ห้ามการบวชในประเทศไทย เพราะ “มส.” ท่านเชี่ยวชาญเรื่อง “พระวินัย” และคงมีเหตุผลประการอื่นจึง..ห้ามสตรีบวชเป็นภิกษุณี

เพียงแต่!! ขออย่าใช้ข้ออ้าง “พระวินัย” และ “มติ มส.” รังควานหรือรังแก “กลุ่มพระภิกษุณี” ที่ดำรงอยู่ในประเทศไทยก็เพียงพอ!!
“เปรียญสิบ” จะไม่ขอยก “ตัวบุคคล” มาเล่าต่อว่า ปัจจุบันมีภิกษุณีในประเทศเท่าไร อยู่ที่ไหนกันบ้าง
เพียงแต่..อยากให้มหาเถรสมาคม “ทบทวน” และขอให้สังคมไทย “หาทางออก” ให้กับ “กลุ่มภิกษุณี”และรวมทั้ง..กลุ่มแม่ชี

“มหาเถรสมาคม” และ “รัฐไทย” ต้องถกหาทางออกเรื่องนี้..อย่างจริงจังเสียที
เพื่อให้ “กลุ่มสตรี” เข้ามามีบทบาท “เสริมทัพ” ให้กับ..พระพุทธศาสนา
“เปรียญสิบ” เวลาฟัง “พระเถระบางรูป” หรือ “นักวิชาการศาสนา” บางคน บอกว่า “ภิกษุณี” ขาดสายไปแล้ว..ยังพอทนฟังได้!! แต่มีบางรูปพูดว่าสตรีไม่เหมาะอยู่ในวัด ใกล้ชิดพระภิกษุสงฆ์
บอกตามตรง..ฟังแล้วสะอิดสะเอียน จะอ้วก!!
……………………………………..
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย…“เปรียญสิบ” / [email protected]
ขอบคุณภาพ..เพจภิกษุณีอาราม ธุดงคสถานมหาวัน ลำปาง



















