‘ษัษฐรัมย์’ น้ำตาคลอ ขอบคุณนายจ้าง-ผู้ประกันตน เทคะแนน ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ลั่นเป็นเด็กเอาแต่ใจเพื่อสังคมที่ดีขึ้น

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘ษัษฐรัมย์’ น้ำตาคลอ นำ ‘ทีมประกันสังคมก้าวหน้า’ แถลงขอบคุณนายจ้าง-ผู้ประกันตน โหวตทีมส้มถล่มทลาย ลั่น เราเป็นเด็กที่เอาแต่ใจเพื่อให้สังคมนี้ดีขึ้น เชื่อหากไม่มีเรื่องชอบมาพากล โกยแต้มมากกว่านี้ เตรียมเปลี่ยนกติกาให้ไลฟ์การประชุมภายใน 7 วัน เมินให้เครดิต ‘จุลพันธ์’ แก้ระเบียบ ขอยก ‘ชลิต’ เป็นคนต่อสู้ตัวจริง ฝาก ‘พนัส’ ประชาชนโหวตเตอร์เลือกปฏิรูปมากกว่าปฏิทิน

วันที่ 11 ต.ค. 2569 ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดยนายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี หัวหน้าทีม แถลงข่าวขอบคุณประชาชน ผู้เป็นนายจ้างและผู้ประกันตน ที่ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งประกันสังคมในวันนี้ โดยทีมประกันสังคมก้าวหน้าใช้เวลามอนิเตอร์ผลก่อนลงมาแถลงข่าวประมาณ 5 ชั่วโมง

นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า วันนี้ขออภัยในความล่าช้า ซึ่งเป็นกระบวนการตามปกติที่จะมอนิเตอร์คะแนนเลือกตั้งประกันสังคม ตนในฐานะตัวแทนของทีม วันนี้สิ่งที่เราต้องส่งสัญญาณเป็นอันดับแรกคือ เรารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากต่อคะแนนเสียงจากผู้คนจำนวนมากมายมหาศาลทั่วประเทศที่ต้องการเห็นประกันสังคมกลับคืนสู่การเป็นประกันสังคมของพวกเราอย่างแท้จริง การใช้สิทธิครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิสูงกว่าปี 2566 หลายเท่า ขณะเดียวกันเราเห็นความยากลำบากของผู้ประกันตนและนายจ้าง บางท่านยังอยู่ในพื้นที่อุทกภัยก็ต้องเดินทางอย่างยากลำบากไปที่หน่วยเลือกตั้ง บางท่านต้องตื่นมาแต่เช้าเพื่อรออยู่หน้าหน่วย เพราะต้องไปทำงานต่อ ตอนนี้ผลการนับคะแนนอยู่ที่ประมาณ 15-20% ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับคะแนนสูงอย่างมีนัยสำคัญ

นายษัษฐรัมย์ กล่าวด้วยน้ำตาคลอว่า สิ่งเหล่านี้ต้องพูดได้ว่าเราคือความหวังของประชาชน เราเป็นปีศาจของเหล่าชนชั้นนำและปรสิตเสมอ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากนี้ ตามสโลแกนและนโยบายที่เราวางไว้ว่า เราคือบอร์ดสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่บอร์ดของชำร่วย เราเอาปฏิรูป ไม่เอาปฏิทิน สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นสำนักงานประกันสังคมอยู่ในเงามืด การส่งแสงสว่างของพวกเราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เราสามารถเพิ่มเงินเด็กได้ 1.2 ล้านคน ทำให้คนว่างงานนับแสนคนได้รับค่าชดเชย ทำให้คนที่ได้รับบำนาญเกือบล้านคนสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ทำให้คนปวดฟันมากกว่า 100,000 คนสามารถผ่าฟันคุดได้ แต่สิ่งเหล่านี้เราทำภายใต้เงื่อนไขการมีตัวแทนเพียง 6 คนจาก 21 คน สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เราจะมีเสียงเพิ่มขึ้นเป็น 14 เสียง ซึ่งจะเพียงพอต่อการปฏิรูปประกันสังคมให้กลับมาเป็นของคนธรรมดาอย่างแท้จริง สมกับงบประมาณมหาศาลที่ใช้ ทำให้งบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผลวนกลับมาสู่สิทธิประโยชน์ของประชาชน สองปีหลังจากนี้ เราจะทำให้คนไทยโดยทั่วไปสามารถตระหนักได้ว่าเราคู่ควรที่จะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้ คนที่ทำงานอย่างหนัก มีลูกเล็กต้องดูแล ยามแก่มีความกังวล พวกเราคือตัวแทนของพวกเขาที่ทำให้กองทุนสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้กลับมาเป็นของทุกคน

“อาจจะมีคนบอกว่าเราเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่ความเอาแต่ใจของเราคือความเอาแต่ใจที่ปรารถนาให้ชาติกำเนิดของทุกคนเป็นโมฆะ ความเอาแต่ใจของเราคือความเอาแต่ใจที่ปรารถนาไม่ให้เด็กคนไหนต้องอดตายในความมั่งคั่งของประเทศนี้ ทำให้คนแก่ทุกคนได้รับบำนาญที่สมเหตุสมผล สมกับที่พวกเขาได้ส่งมาทั้งชีวิต เราเป็นเด็กที่เอาแต่ใจเพื่อให้สังคมนี้ดีขึ้น”

นายษัษฐรัมย์ ย้ำว่า วันนี้คือก้าวแรกแต่ไม่ใช่ก้าวสุดท้าย ปี 2569 อาจจะเป็นฝันร้ายที่ยาวนานของคนไทย แต่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้พิสูจน์แล้วว่าเราคือปราการสุดท้ายของการปฏิรูป และเราคือแนวหน้าของการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคม ขอบคุณสำหรับแฟน ๆ ขอบคุณสำหรับทุกคะแนนเสียง ทุกความเชื่อในความเป็นไปได้

เมื่อถามว่าสิ่งแรกที่อยากทำคืออะไร นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ใน 7 วันแรก เราจะเปิดเผยรายงานการประชุมควบคู่ไปกับไลฟ์สดการประชุม สิ่งเหล่านี้จะทำให้การนำเสนอทุกอย่างต้องมีความรับผิดรับชอบ นอกจากนี้ นโยบายที่เราตรวจสอบการทุจริตต่าง ๆ เราจะไม่ให้ทุกอย่างจบเพียงแค่คนที่ทุจริตเงินของคุณ หาเช้ากินค่ำ สุดท้ายก็ย้ายไปเกษียณที่งานอื่น เงินที่หายไป 3,000 ล้านบาท เทียบเท่ากับเงินเด็ก 11.2 ล้านคน เงินทำปฏิทินที่ไม่สมเหตุสมผลปีละ 50 ล้านบาท เท่ากับเงินทุพพลภาพของแรงงานอิสระหลายหมื่นคน ถือเป็นสิ่งที่เราจะทำใน 7 วันแรก และเราจะมีโรดแมป 1-2 ปี ตามที่รณรงค์ไว้ นอกจากนี้ ยังจะตามเช็กบิลคนที่ทุจริตไปพร้อมกัน ซึ่งตนมองว่าเป็นสิ่งที่ควรทำแม้จะไม่มีทีมประกันสังคมก้าวหน้าก็ตาม สิ่งใดที่เป็นการทุจริตต้องมีคนได้รับบทลงโทษและถอดบทเรียน เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

เมื่อถามว่าการทุจริตที่จะเช็กบิลเกี่ยวข้องกับอะไร นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ในงบประกันสังคมมีมากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี สิ่งที่เราจะทำคือพิจารณาว่างบใดมีความจำเป็น และนโยบายใดที่ไม่มีความจำเป็นก็ต้องยุติลง รวมถึงต้องตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ที่ทับซ้อนที่เกิดขึ้น

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง ต้องให้เครดิตนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า มีความพยายามของสำนักงานประกันสังคมตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาในการเปลี่ยนรูปแบบการเลือกตั้งจากหนึ่งเลือกเจ็ดให้กลายเป็นหนึ่งเลือกหนึ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นการลดทอนอำนาจของผู้ประกันตนอย่างมาก ซึ่งอดีตผู้สมัครของเราคือนายชลิต รัษฐปานะ ต่อสู้เรื่องนี้ ถ้าจะให้เครดิต ตนขอให้เครดิตนายชลิต เราไม่เคยได้ยินเสียงของเขา แต่เขาควรที่จะได้รับเครดิตไม่น้อยกว่านายจุลพันธ์

“มีความพยายามชะลอการเลือกตั้ง สิ่งที่ทำกันคือทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้ฟ้องต่อศาลปกครองว่า คำสั่งชะลอโดยไม่มีการกำหนดเวลาเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย และมีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้ว ซึ่งเราก็พร้อมจะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะท่านจุลพันธ์ ซึ่งคงจะมีเจตจำนงและจุดมุ่งหมายแบบเดียวกัน นั่นคือการทำให้ประกันสังคมเป็นหลักพิงที่สำคัญให้กับประชาชน”

เมื่อถามว่ามีอะไรจะฝากถึงนายพนัส ไทยล้วน อดีตกรรมการประกันสังคม 8 สมัยหรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า กระบวนการประชาธิปไตยมีคนแพ้คนชนะ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนส่วนมากส่งสัญญาณว่า คนธรรมดาอย่างพวกเราต้องการปฏิรูปสร้างความก้าวหน้า ส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยมีคนที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งที่นายพนัสเคยกระทำมาในอดีต ก็มีส่วนที่ก้าวหน้าและมีความผิดพลาด วันนี้ตนก็ส่งสัญญาณจากผลคะแนนนี้ ซึ่งคงมีความชัดเจนว่า ประชาชนต้องการปฏิรูปมากกว่าปฏิทิน ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงมากกว่าคิดถึงโครงสร้างที่มีมาในอดีตหลายสิบปี

เมื่อถามว่าสำนักงานประกันสังคมจะประกาศคะแนนในวันพรุ่งนี้ กังวลเรื่องการทุจริตหรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า มีหลายหน่วยเลือกตั้งแจ้งมาว่ามีความผิดปกติ เช่น ที่บางพลี คะแนนผู้สมัครหายไปหมดเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ และมีบางหน่วยที่คะแนนของตนหายไปทั้งหน่วย ไม่นับที่จังหวัดราชบุรีที่คะแนนหายไปเช่นเดียวกัน และมีการขีดฆ่าและนับใหม่ เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่ตนอยากสะท้อนไปยังสำนักงานประกันสังคมในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง คือการลงทุนครั้งนี้มีงบประมาณมหาศาล ประชาชนส่วนมากกำลังเฝ้ารออยู่ รวมถึงเลขาธิการประกันสังคมคนใหม่ ตนก็เชื่อว่าท่านต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์โปร่งใส ให้สมกับการเข้ารับตำแหน่งใหม่ของท่าน

เมื่อถามว่าหากไม่มีเรื่องไม่ชอบมาพากล คะแนนของประกันสังคมก้าวหน้าคงได้เยอะกว่านี้ใช่หรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ใช่ครับ ความล่าช้าของการรายงานคะแนนนับมาแล้ว 5 ชั่วโมงกว่า แต่มีการรายงานผลการนับคะแนนไม่ถึง 20% แต่สัดส่วนคะแนนเราเห็นความชัดเจน จึงอยากขอบคุณผู้ประกันตนและนายจ้าง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img