‘ศราริน‘ พี่สาวเท้ง ขอบคุณประชาชน กาง 6 นโยบาย 7 วันแรก ’บอร์ดประกันสังคมก้าวหน้า‘ จ่อรักษาสัญญา หั่นงบไอที 1,500 ล้าน เหลือ 300 ล้าน ดันสูตร Care บำนาญ ถ่ายสดประชุม รื้อกรอบ ’งบบริหาร‘ จากเดิม 10% ของรายรับจากเงินสมทบ เหลือไม่เกิน 3%
วันที่ 11 ต.ค. 2569 นางสาวศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ฝั่งนายจ้าง พี่สาวนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิหัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน กล่าว ระหว่างการแถลงขอบคุณประชาชนของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ว่า “สิ่งแรกที่จะทำคือ ต้องการให้กองทุนเงินประกันสังคม มีความโปร่งใส ทั้งในเรื่องของการบริหาร และการบริหารเงิน ทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้กองทุนมีความยั่งยืน และกลับไปเป็นสวัสดิการให้กับผู้ประกันตน
สำหรับสิ่งแรกที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะปฏิบัติภารกิจการบริหาร ในฐานะกรรมการประกันสังคม เมื่อได้รับการรับรองคะแนนอย่างเป็นทางการ จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสํานักงานประกันสังคม จากนั้น จะต้องเสนอชื่อไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานลงนามหนังสือแต่งตั้ง และประกาศราชกิจจานุเบกษา คือ นโยบาย 7 วันแรก ประกอบไปด้วย 6 ด้าน คือ
ด้านงบประมาณ – ตั้งกรอบงบการบริหารสํานักงานปีละไม่เกิน 3% ของรายรับจากเงินสมทบจากเดิมตั้งไว้ 10% , วางเงื่อนไขติดตามหนี้รัฐบาล ให้สำนักงบประมาณต้องรายงานความคืบหน้าการชำระหนี้เงินสมทบจากรัฐบาล , หากมีการตั้งงบประมาณประเภทอุดหนุน จะต้องเปิดทําการประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและเปิดเผยรายงานสู่สาธารณะ เช่น งบจากการอบรม งบจัดงานวันสําคัญต่าง
ด้านการตรวจสอบป้องกัน – จัดตั้งอนุกรรมการตรวจสอบโครงการที่มีความเสี่ยงในการทุจริต เช่น โครงการทางด้านการลงทุน โครงการทางด้านไอที และทําการถอดบทเรียนวางมาตรการป้องกันความเสี่ยง พร้อมส่งข้อมูลความผิดให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการ นําตัวผู้กระทําความผิดมาลงโทษ
ด้านบำนาญ – ผลักดันการใช้สูตร Care คืนสิทธิ์ความเป็นธรรมให้กับผู้ส่งเงินประกันสังคมมาตลอดทั้งชีวิต
ด้านการเปิดเผยข้อมูล และสร้างการมีส่วนร่วม – ถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ด ประกันสังคมและอนุกรรมการ เปิดเผยการทํางาน และเปิดเผยมติรวมถึงบันทึกการประชุมของบอร์ดประกันสังคมและอนุกรรมการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชนและความโปร่งใส
ด้านสุขภาพ – ทําการประชาสัมพันธ์สิ่งที่การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค P&P ( Promotion and Prevention ) เช่น การตรวจสุขภาพเชิงรุก การฉีดวัคซีนป้องกันโรคเป็นต้น
ด้านเทคโนโลยีบริการความสะดวกเข้าถึงง่าย – วางกรอบงบประมาณทางด้านไอที ลดงบประมาณจากเดิม 1,500 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดการทุจริตและเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ลงทุนระบบเอง โดยจะใช้วิธีการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และใช้ระบบร่วมกับส่วนกลางของภาครัฐให้ได้มากที่สุดเพื่อประหยัดงบประมาณ



















