“พลพีร์ สุวรรณฉวี” ตอบโต้คำวิจารณ์อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ทั้งปมคดีทุจริตสอบท้องถิ่นและการแก้ปัญหาน้ำท่วม ย้ำกระทรวงดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วน พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูขวัญกำลังใจข้าราชการ ส่วนการตรวจสอบนายอำเภอ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา
เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 13 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยออกมาวิจารณ์การทำงานของกระทรวง โดยเฉพาะกรณีคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า หากเป็นตนคงรู้สึกอับอายที่เคยดูถูกข้าราชการในที่ประชุมใหญ่ รวมถึงกรณีที่มีผู้เรียกอดีตปลัดฯ ว่า “ปลัดหมื่นล้าน” ตลอดจนโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีประเด็นอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรรัฐ
นายพลพีร์กล่าวด้วยว่า ได้รับข้อมูลว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องมีการขายกิจการไปแล้ว แต่เรื่องยังอยู่ระหว่างดำเนินการ เมื่อถูกถามว่าบริษัทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับอดีตปลัดฯ หรือไม่ นายพลพีร์ตอบว่า ขอให้ไปตรวจสอบชื่อบริษัท โดยจำได้ว่าเป็นบริษัทที่มีชื่อขึ้นต้นว่า SP
ส่วนกรณีคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่าอดีตปลัดฯ ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยหรือไม่นั้น นายพลพีร์กล่าวว่า ตนเป็นผู้ที่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้น้อยที่สุด ต้องพิจารณาว่าใครเป็นผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ พร้อมย้ำว่าการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรฐานและจัดระเบียบกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนฟื้นฟูขวัญกำลังใจของข้าราชการที่ถูกดูหมิ่นมาโดยตลอด
นายพลพีร์กล่าวถึงการทำงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอีก 2 คน ได้แก่ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ว่า ต่างมีแนวทางและภารกิจของตนเอง โดยนายเจเศรษฐ์ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายวรศิษฎ์มุ่งประสานงานระบายน้ำในกรุงเทพฯ และบูรณาการแผนรับมือฝนในพื้นที่ภาคใต้
สำหรับกรณีที่ ป.ป.ช. ปล่อยตัวผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบท้องถิ่น 3 คน นายพลพีร์ระบุว่า เป็นขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการในส่วนของตนครบถ้วนแล้ว การได้รับการปล่อยตัวไม่ได้หมายความว่าจะพ้นจากคดี หากมีการส่งสำนวนมา ก็สามารถเรียกตัวมาสอบถามเพิ่มเติมได้ โดยต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนข้อสงสัยของสังคมนั้น ยอมรับว่าตนเองก็มีข้อข้องใจเช่นกัน เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระ
นายพลพีร์ยังกล่าวถึงคำวิจารณ์ของอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ระบุว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึกว่า การทำงานของตน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในพื้นที่เป็นไปด้วยดี โดยมองว่าผู้ที่ไม่ได้ลงไปช่วยปฏิบัติงานจริงอาจมีเสียงวิจารณ์มากกว่าผู้ที่อยู่หน้างาน
ทั้งนี้ ระบุว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่และหน่วยงานหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น กระทรวงกลาโหม และกระทรวงคมนาคม ร่วมกันปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยระดับน้ำเริ่มลดลง มีการจัดส่งยารักษาโรคจำนวนมาก รวมถึงเรือและเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมระบุว่า การประเมินผลงานของผู้ปฏิบัติงานควรรับฟังเสียงจากประชาชนและข้าราชการในพื้นที่ประกอบด้วย ไม่ควรพิจารณาจากกระแสในสื่อสังคมออนไลน์เพียงอย่างเดียว
นายพลพีร์ยืนยันว่า ทุกหน่วยงานไม่ได้ละเลยการช่วยเหลือประชาชน และไม่ต้องการให้ประชาชนต้องอยู่ในน้ำเกิน 3-4 วัน หรือแม้แต่วันเดียวก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ จึงต้องให้ความสำคัญกับทั้งการช่วยเหลือเร่งด่วนและการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย
สำหรับจังหวัดปราจีนบุรี มีผู้ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาประมาณ 70,000 คน โดยมีกำหนดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 16 ต.ค. อย่างไรก็ตาม นายพลพีร์ระบุว่า ได้เสนอให้เร่งหารือเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเริ่มต้นได้เร็วขึ้น ไม่ควรรอจนถึงวันประชุมตามกำหนด หากสามารถดำเนินการได้ก่อน
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีแสดงท่าทีจริงจังต่อพฤติกรรมของนายอำเภอรายหนึ่ง และมีข้อสั่งการให้ตรวจสอบนั้น นายพลพีร์กล่าวว่า อธิบดีกรมการปกครองได้ดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว โดยมีคำสั่งย้ายนายอำเภอคนดังกล่าวไปดำรงตำแหน่งที่อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี
สำหรับการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของอธิบดีกรมการปกครองและปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยขณะนี้ตนขอให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นหลัก ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องเป็นไปตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง





















