“หัวหน้าพรรครวมใจไทย” จี้ “สุริยะ” เร่งจัดการทุนเทา ฮุบ แตงกวา พริก มะเขือเทศ เสี่ยงถูกยื่นคุ้มครองสิทธิ เป็นคิวต่อจากใบกะเพรา “บุญรวี”กระทุ้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งตรวจสอบ หวั่นกระทบความมั่นคงพันธุ์พืชไทย เผยเล่ห์กลุ่มทุนต่างชาติใช้นอมินีคนไทยแห่ยื่นจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ เกือบ 3,000รายการ
วันที่ 28 ต.ค.2569 เวลา 10.30น. ที่รัฐสภา นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมใจไทย แถลงว่า พรรครวมใจไทยห่วงใยสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหาร และพืชเศรษฐกิจไทย กำลังเผชิญหน้าความท้าทายครั้งใหญ่ ทราบว่า มีกลุ่มทุนต่างชาติอาศัยช่องว่างกฎหมาย ใช้คนไทยเป็นนอมินียื่นจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตามพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ขอส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งตรวจสอบจัดการเด็ดขาด ปกป้องประโยชน์เกษตรกรไทยระยะยาว อาชีพเกษตรเป็นอาชีพหลักคนไทย หากกลุ่มทุนต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินี จดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ จะเสี่ยงต่อเอกราชพืชเศรษฐกิจไทย แสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพการตรวจสอบของรัฐบาล ปล่อยให้กลุ่มทุนต่างชาติใช้นอมินีจดทะเบียนสวมสิทธิ์เป็นเจ้าของพันธุ์พืชไทยอย่างง่ายดาย
นายบุญรวี กล่าวต่อว่า ขณะนี้พบว่า มีคำขอจดทะเบียนพืชพันธุ์ใหม่ เกือบ 3,000คำขอ กลุ่มพืชที่ยื่นคำขอมากสุด ได้แก่ พืชไร่ 686คำขอ ข้าวโพด 530คำขอ พืชผัก 484คำขอ เช่น แตงกวา แตงร้าน พริก มะเขือเทศ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักกลุ่มพืชผัก และยังพบการยื่นจดทะเบียนกลุ่มไม้ประดับ อาทิ กล้วยไม้สกุลหวาย และสกุลบานชื่น ขณะที่พืชยืนต้นที่ขอจดทะเบียนมากสุด ได้แก่ ส้มเขียวหวาน ทุเรียน ขอให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เร่งตรวจสอบการยื่นคำขอจดทะเบียนพืชพันธุ์เหล่านี้ที่มีการยื่นเข้ามามากในช่วง 2ปีที่ผ่านมา

“ผมกลัวจะถูกต่างชาติฉกชิงไปหมด โดยเฉพาะแตงกวา พริก มะเขือเทศ ที่เป็นพันธุ์พืชหลัก ไม่อยากให้ซ้ำรอยต้นกะเพรา ถ้าพืชพันธุ์เศรษฐกิจหลักไปอยู่ในมือกลุ่มทุนต่างชาติ จะทำให้พืชผักราคาแพงขึ้น เสี่ยงต่อการเสียเอกราชทางพันธุ์พืชไทย”นายบุญรวี กล่าว
หัวหน้าพรรครวมใจไทย กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการยื่นจดทะเบียนกะเพรา 4สายพันธุ์ ขอชม นายสุริยะที่สั่งการกรมวิชาการเกษตร เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีบริษัท ซีพีแรม จำกัด ยื่นจดทะเบียนสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ กะเพรา 4สายพันธุ์ ให้เสร็จใน 7วัน เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องตามกฎหมาย หาแนวทางป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนต่างชาติอาศัยช่องโหว่กฎหมายผูกขาดสิทธิเหนือพันธุ์พืชที่เป็นมรดกไทย แต่ยังเป็นห่วงว่า ในอนาคตหากไม่คุ้มครองเรื่องต้นกะเพราให้ดี พันธุ์กะเพราพื้นบ้านไทย อาจจะสูญพันธุ์ เหลือแต่ 4สายพันธุ์ของเอกชน และจะมีราคาแพงขึ้น



















