‘อนุทิน’ เปิดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ดัน Wellness สร้างงาน รับมือสังคมสูงวัย ยกระดับเศรษฐกิจไทย

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นายกฯ เปิดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ชูแนวคิดสุขภาพองค์รวม ผนึกพลังทุกภาคส่วนพัฒนานโยบายสาธารณะ รับมือสังคมสูงวัย มุ่งส่งเสริมคนไทยสุขภาพดี พึ่งพาตนเองได้ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรม Wellness สร้างงาน พัฒนาทักษะบุคลากร และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ต.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “สังคมอยู่ดี มีพลัง : นโยบายสาธารณะเชิงบวกด้วยหัวใจ” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ร่วมผนึกพลังทุกภาคส่วน ก้าวสู่ระบบสุขภาพไทยที่ยั่งยืน” ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพให้สอดรับกับการเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขณะเดียวกันต้องส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถดูแลสุขภาพและพึ่งพาตนเองได้

นายกรัฐมนตรีระบุว่า จุดแข็งสำคัญของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ คือการเป็นพื้นที่กลางที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองที่หลากหลาย เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอและออกแบบนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยรัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนนโยบายผ่านกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงตามมาตรฐาน สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและพึ่งพาตนเองได้

นายอนุทินกล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องการนำประเทศไทยเข้าสู่ยุคการดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม โดยมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรม Wellness ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพกายและใจ โภชนาการ การออกกำลังกาย การป้องกันโรค การฟื้นฟูสุขภาพ การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและบริการต่าง ๆ มาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต

อุตสาหกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ทั้งโรงพยาบาลและคลินิก ผู้ผลิตนวัตกรรม ผู้ประกอบการท้องถิ่น สถานศึกษา ธุรกิจอาหารและสมุนไพร รวมถึงบุคลากรด้านการดูแลผู้ป่วย รัฐบาลจึงต้องสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปพร้อมกัน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า วิสัยทัศน์ของรัฐบาลคือการสร้างระบบสุขภาพที่ทำให้คนไทยมีสุขภาพดี ควบคู่กับการส่งเสริมอุตสาหกรรม Wellness ให้เป็นกลไกสร้างงาน พัฒนาบุคลากร เพิ่มทักษะฝีมือแรงงาน และเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจไทย โดยมองว่าสุขภาพของประชาชนและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด เพราะประชาชนที่มีสุขภาพดีย่อมมีศักยภาพในการทำงานและมีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

ในช่วงท้าย นายอนุทินกล่าวว่า สมัชชาสุขภาพแห่งชาติเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ ตลอดจนสร้างมาตรฐานและกติกาที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ

พร้อมหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยผลักดันข้อเสนอจากทุกภาคส่วนไปสู่การพัฒนานโยบายและแผนระดับประเทศ ทั้งด้านสุขภาพ สวัสดิการคนทำงาน และอุตสาหกรรมสุขภาพ เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการดูแลประชาชนทุกช่วงวัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างยั่งยืน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img