แนะฝ่ายค้านทุ่มหมัดเด็ดซักฟอกม.151 “เทพไท”ชี้ดีกว่าเปิดศึกม.152ผลาญกระสุน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” วิเคราะห์เกมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้รัฐบาลได้เปรียบจากการยืดเวลาไปถึงเดือน ธ.ค. แต่ฝ่ายค้านยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์ แนะไม่ควรยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตาม ม.152 เพื่อแก้เกม เพราะอาจทำให้เสียสรรพกำลัง

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช ระบุถึงกรณีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎร และได้ข้อยุติว่าจะมีการอภิปรายในวันที่ 7-11 ธ.ค.69 ว่า ภายหลังมีการกำหนดวันอภิปราย ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเกมที่ฝ่ายรัฐบาลได้เปรียบ เนื่องจากสามารถควบคุมสถานการณ์ทางการเมืองและยืดระยะเวลาการอภิปรายออกไปจนถึงเดือน ธ.ค. ซึ่งอาจส่งผลให้การอภิปรายของฝ่ายค้านไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองได้อย่างเต็มที่

เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีพระราชพิธีสำคัญที่สังคมให้ความสนใจเป็นหลัก อีกทั้งยังเป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มุ่งให้ความสนใจกับการเฉลิมฉลอง ทำให้ประเด็นทางการเมืองอาจไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงมีกระแสข่าวว่าฝ่ายค้านอาจแก้เกมรัฐบาลด้วยการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 จนเกิดคำถามว่าฝ่ายค้านจะดำเนินการจริงหรือไม่ และหากยื่นญัตติดังกล่าวจะเกิดผลดีผลเสียอย่างไร

นายเทพไท ระบุว่า ส่วนตัวมองว่าการยื่นญัตติตามมาตรา 152 อาจเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองของฝ่ายค้านที่ต้องการโหมโรงหรือสร้างกระแสก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 เปรียบเสมือนการอภิปรายอุ่นเครื่อง อีกทั้งเมื่อระยะเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจถูกจำกัดลงเหลือ 4 วัน อาจทำให้สมาชิกฝ่ายค้านบางส่วนที่เตรียมตัวอภิปรายไม่มีโอกาสได้ใช้สิทธิ จึงอาจต้องการนำประเด็นเหล่านั้นไปอภิปรายในญัตติตามมาตรา 152 แทน

อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายค้านต้องการให้การอภิปรายประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายในการตรวจสอบรัฐบาล เปิดโปงข้อบกพร่อง และสร้างแรงกดดันทางการเมือง ก็ควรเก็บหมัดเด็ดและทุ่มสรรพกำลังทั้งหมดไปกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ในวันที่ 7-11 ธ.ค. มากกว่า ไม่ควรกระจายกำลังไปกับการอภิปรายหลายเวทีจนทำให้ข้อมูลสำคัญและน้ำหนักของการอภิปรายลดลง

ส่วนระยะเวลาประมาณ 1 เดือนก่อนถึงวันอภิปราย แม้อาจทำให้บรรยากาศทางการเมืองซบเซาลง แต่ฝ่ายค้านยังสามารถบริหารกระแสและสร้างประเด็นใหม่ ๆ ได้ โดยใช้ช่วงเวลาดังกล่าวรวบรวมข้อมูล ขุดคุ้ยข้อบกพร่องของรัฐบาลเพิ่มเติม หรืออาจมีเหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถนำมาใช้ประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

นายเทพไท ยังเห็นว่า การเลื่อนระยะเวลาการอภิปรายออกไป 1 เดือน ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่อาจกลายเป็นโอกาสของฝ่ายค้านในการเตรียมข้อมูลให้รอบด้านและมีน้ำหนักมากขึ้น จึงอยากให้ฝ่ายค้านเตรียมความพร้อมนำข้อมูลสำคัญไปอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 18 คน แม้เสียงในสภาผู้แทนราษฎรอาจไม่เพียงพอที่จะเอาชนะฝ่ายรัฐบาลได้ก็ตาม

แต่หากฝ่ายค้านสามารถชี้ให้ประชาชนเห็นถึงจุดอ่อน ความบกพร่องในการบริหารราชการแผ่นดิน และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติได้อย่างมีเหตุผลและมีหลักฐานชัดเจน ก็อาจทำให้เกิดพลังจากประชาชนนอกสภาฯ เข้ามากดดันรัฐบาล และกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img