เผยสูตร‘ขรก.เกษียณอายุ’ก่อนกำหนด ชดเชยสูงสุด15เท่า-เปิดทางคนอายุ40

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รองนายกรัฐมนตรีเผยความคืบหน้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดข้าราชการพลเรือน เบื้องต้นใช้สูตรคำนวณคล้ายโครงการในอดีต แต่เพิ่มเพดานเงินชดเชยสูงสุดเป็น 15 เท่า ย้ำไม่ใช่ทุกคนจะได้รับเท่ากัน เตรียมเสนอ ครม. กลาง พ.ย. นี้ ตั้งเป้าลดจำนวนข้าราชการ 5% ต่อปี รวม 3 หมื่นคนภายใน 5 ปี พร้อมยุบตำแหน่งชดเชยจำนวนผู้ลาออก

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ามาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือน ภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ได้รับข้อมูลเบื้องต้นแล้ว โดยหลักเกณฑ์การดำเนินโครงการจะใช้สูตรคำนวณในลักษณะคล้ายกับมาตรการที่เคยดำเนินการในอดีต แต่ปรับเพิ่มเพดานเงินชดเชยสูงสุดขึ้นเป็น 15 เท่า ทั้งนี้ จำนวนเงินที่แต่ละคนจะได้รับขึ้นอยู่กับอายุราชการที่เหลืออยู่ โดยขอให้รอรายละเอียดที่ชัดเจน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จะเป็นผู้ชี้แจงอีกครั้ง

เมื่อถามว่า จะเพิ่มเงินชดเชยจากเดิมเท่าใด นายปกรณ์ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด แต่ยืนยันว่าเพดานสูงสุดอยู่ที่ 15 เท่า ไม่ถึง 20 เท่า เนื่องจากมีสูตรการคำนวณที่กำหนดไว้ ไม่ใช่การนำเงินเดือนของทุกคนไปคูณด้วย 15 เท่าโดยตรง เพราะแต่ละคนจะได้รับเงินไม่เท่ากัน

ส่วนคุณสมบัติด้านอายุของผู้เข้าร่วมโครงการ เบื้องต้นกำหนดไว้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ตามมติที่เคยกำหนดไว้ แต่หากมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการไม่เต็มตามจำนวนที่กำหนด อาจพิจารณาเปิดโอกาสให้ผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไปเข้าร่วมได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น ผู้ที่ต้องการลาออกไปดูแลญาติพี่น้อง หรือดูแลสุขภาพและตนเอง

เมื่อถามว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถกลับเข้ารับราชการได้อีกหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า เบื้องต้นจะให้ผู้เข้าร่วมโครงการลงนามยินยอมออกจากราชการ และไม่กลับเข้ารับราชการอีก ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใด รวมถึงตำแหน่งตุลาการและอัยการด้วย เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ให้การแยกทางเป็นไปด้วยดี แต่หากลาออกจากโครงการแล้วกลับเข้ารับราชการใหม่ อาจมีการเรียกเงินที่ได้รับคืน

สำหรับเป้าหมายของโครงการ รัฐบาลตั้งเป้าให้มีข้าราชการเข้าร่วมลาออกประมาณ 5% ต่อปี โดยจะดำเนินโครงการเป็นระยะเวลา 5 ปี รวมเป้าหมายผู้ลาออกจากราชการประมาณ 30,000 คน

นายปกรณ์กล่าวถึงการปรับลดตำแหน่งราชการด้วยว่า จะมีการยุบตำแหน่งเช่นกัน แต่ไม่ใช่การยุบตำแหน่งที่ข้าราชการผู้เข้าร่วมโครงการครองอยู่โดยตรง จะเป็นการยุบตำแหน่งอื่นในจำนวนเทียบเท่ากับผู้ที่ออกจากราชการ เพื่อให้จำนวนข้าราชการลดลงมากที่สุด พร้อมย้ำว่าโครงการไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการลดจำนวนบุคลากร แต่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐด้วย โดยอาจนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2570 ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ตั้งเป้าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงกลางเดือน พ.ย. นี้ โดยในระยะแรกจะครอบคลุมเฉพาะข้าราชการพลเรือน ส่วนข้าราชการทหารและตำรวจมีโครงการในลักษณะดังกล่าวดำเนินการอยู่แล้ว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img