หัวหน้าพรรคประชาชนมองการเตือนประชาชนสำรองอาหารและเสบียง 72 ชั่วโมงใน 33 ประเทศ เป็นสัญญาณให้ไทยเร่งยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ใช่แค่สงคราม แต่รวมถึงวิกฤตสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ จี้รัฐบาลมีแผนเผชิญเหตุและสื่อสารให้ประชาชนรู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
เมื่อวันที่ 30 ต.ค.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 33 ประเทศแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมสำรองอาหารและเสบียงสำหรับการดำรงชีวิต 72 ชั่วโมงว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดทำแผนและสร้างความชัดเจนในการเตรียมความพร้อม โดยรัฐบาลรับทราบว่าอังกฤษ กลุ่มประเทศนอร์ดิก และญี่ปุ่น ได้ประกาศแนวทางให้ประชาชนเตรียมพร้อมในกรอบเวลา 72 ชั่วโมง
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมดังกล่าวไม่ได้มีความกังวลเฉพาะเรื่องสงครามโลกเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งวิกฤตสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ สิ่งที่ต้องการเห็นคือภาครัฐมีความพร้อม และประชาชนได้รับข้อมูลที่ชัดเจนว่าควรปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต
พร้อมระบุว่า สิ่งที่ไม่อยากเห็นคือเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น โดยเฉพาะปัญหาอุทกภัย ประชาชนต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดวิกฤตสงครามโลกขึ้น แต่การเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่เป็นสิ่งที่ภาครัฐควรดำเนินการให้มีประสิทธิภาพมากกว่าที่ผ่านมา
เมื่อถามว่าปัจจุบันรัฐบาลมีความพร้อมรับมือภัยต่าง ๆ แล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จากปัญหาน้ำท่วม ปัญหาสารพิษ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา มักพบว่าประชาชนต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยตนเอง ขณะที่การทำงานของหน่วยงานรัฐเพื่อเข้ามาปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนยังมีให้เห็นไม่มากนัก
นายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า หากถามว่าประชาชนมีความพร้อมหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนทุกคนพร้อม แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐมีแผนรับมือ แผนเผชิญเหตุ และกลไกการทำงานที่พร้อมเพียงใด โดยทุกฝ่ายต้องช่วยกันสื่อสารและผลักดันให้ประเทศไทยมีมาตรฐานการเตรียมพร้อมที่ดีไม่แตกต่างจากต่างประเทศ
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์แล้วมักถูกประชาชนโต้แย้งกลับ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อาจเป็นเพราะประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อนายกรัฐมนตรี โดยตนเองคงไม่สามารถตอบแทนประชาชนได้ว่าเหตุใดจึงมีปฏิกิริยาเช่นนั้น



















