รองนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เผยยังไม่ได้รับรายงานคำร้องขอนิรโทษกรรมของ “ทักษิณ” หลังสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลส่งอนุกรรมการกลั่นกรอง ย้ำคดีทุจริตและ ม.112 ไม่อยู่ในเงื่อนไขตามกฎหมาย ส่วนข้ออ้างคดีมีที่มาจากรัฐประหาร ยังไม่ขอให้ความเห็นจนกว่าจะเห็นเอกสาร
เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2569 ที่ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จ.อุดรธานี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงกรณีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ว่า มีการรายงานกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมแล้วหรือไม่ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน เนื่องจากคณะกรรมการชุดใหญ่ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมากลั่นกรองคำร้องที่ยื่นเข้ามา เพื่อพิจารณาว่าแต่ละกรณีเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายหรือไม่ หากคณะอนุกรรมการมีมติอย่างไรก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นทั้งคำร้องและคำวินิจฉัยชี้ขาด สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายเลขานุการ จะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลและนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการ
เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดใหญ่สามารถมีความเห็นแตกต่างจากคณะอนุกรรมการได้หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับว่าคณะกรรมการชุดใหญ่จะมีมติอย่างไร
ส่วนได้ตรวจสอบข้อมูลนอกรอบแล้วหรือไม่ว่า กรณีของนายทักษิณเข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรมหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการตรวจสอบ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดใด ๆ เห็นเพียงกระแสข่าวว่าจะมีผู้ยื่นคำร้องเข้ามา รวมถึงมีอีกหลายรายที่ยื่นคำร้องเช่นกัน แต่ขณะนี้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล
เมื่อถามถึงเงื่อนไขคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าอยู่นอกหลักเกณฑ์การนิรโทษกรรมหรือไม่ นายปกรณ์ ยืนยันว่า กฎหมายเขียนไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า คดีทุจริตและคดีมาตรา 112 ไม่อยู่ในเงื่อนไขของ พ.ร.บ.ดังกล่าว
เมื่อถามว่า การที่มีชื่อนายทักษิณยื่นคำร้องจะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะตนทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีใครมาสั่งการหรือบอกให้ดำเนินการอย่างไร และทราบเรื่องจากกระแสข่าวเท่านั้น
ส่วนจะกลายเป็นประเด็นทางการเมืองต่อไปหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะตนพิจารณาในมิติทางกฎหมายเป็นหลัก แต่ไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากทุกคนต่างจับตามองการทำงานของคณะกรรมการอยู่ ใครจะกล้าทำผิดกฎหมาย
เมื่อถามว่า หากนายทักษิณทราบอยู่แล้วว่าคดีของตนเองไม่เข้าเกณฑ์ แต่ยังยื่นคำร้องเข้ามา จะมีผลอย่างไรหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า การยื่นคำร้องเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และไม่มีโทษ ใครเห็นว่ากรณีของตนเข้าเงื่อนไขก็สามารถยื่นเข้ามาได้เช่นกัน โดยคณะกรรมการจะพิจารณาวินิจฉัยไปตามหลักเกณฑ์
สำหรับระยะเวลาการพิจารณาหลังมีผู้ยื่นคำร้อง นายปกรณ์ กล่าวว่า ต้องเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองของคณะอนุกรรมการก่อน เมื่อมีมติแล้วก็ต้องพิจารณาถึงเหตุผลประกอบ ก่อนเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อพิจารณาต่อไป
ส่วนกรณีที่นายทักษิณให้เหตุผลว่าคดีของตนมีที่มาจากผลพวงของการรัฐประหาร จะถือว่าเข้าเงื่อนไขการนิรโทษกรรมหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ในขณะนี้ เพราะยังไม่ได้เห็นเอกสารคำร้อง แม้จะได้ยินประเด็นดังกล่าวจากกระแสข่าวมาบ้างแล้ว แต่เมื่อยังไม่มีรายละเอียด จึงไม่กล้าให้ความเห็นล่วงหน้า



















