สภาฯออกเอกสารแจงชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ยันชัด “อำนาจเรียก-บรรจุวาระ” ต้องใช้มติ ไม่ใช่สั่งตามอำเภอใจ
เมื่อวันที่ 3 พ.ย.69 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ (PRESS RELEASE) ชี้แจงถึงแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร สืบเนื่องมาจากกรณีที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฟ้องร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการสามัญฯ ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้นำเรื่องดังกล่าวหารือร่วมกันในการประชุมประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการสามัญฯ เมื่อวันพุธที่ 23 ตุลาคม 2569
ในการประชุมดังกล่าว ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดทำแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญฯ ทั้ง 37 คณะ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักกรรมาธิการทั้ง 3 สำนัก (สำนักกรรมาธิการ 1, สำนักกรรมาธิการ 2 และสำนักกรรมาธิการ 3) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการทุกคณะ ได้ร่วมกันเสนอแนวทางการดำเนินงาน และประธานสภาผู้แทนราษฎรมีดำริเห็นชอบตามแนวทางดังกล่าว จนปรากฏเป็นข่าวและเกิดข้อคิดเห็นในสังคมขึ้น

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณชนใน 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
แนวทางการดำเนินงานไม่ได้เป็นการจำกัดอำนาจ
อำนาจของประธานคณะกรรมาธิการยังคงมีอยู่เช่นเดิม โดยเป็นการอธิบายบทบัญญัติของกฎหมายให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ เพื่อลดข้อโต้แย้งระหว่างกรรมาธิการด้วยกัน และทำให้การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
การนัดประชุมคณะกรรมาธิการ
โดยหลักแล้วต้องเป็นไปตามมติของคณะกรรมาธิการ โดยในการประชุมคณะกรรมาธิการครั้งแรกของสมัยประชุม จะมีการกำหนดวันประชุมประจำสัปดาห์ เช่น ทุกวันพุธช่วงเช้า หรือทุกวันพฤหัสบดีช่วงเช้า เป็นต้น ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมาธิการอาจกำหนดนัดประชุมเป็นพิเศษได้หากมีเหตุจำเป็น เช่น กรณีคณะกรรมาธิการได้งดประชุมไปมาระยะหนึ่ง ประธานคณะกรรมาธิการก็มีอำนาจ นัดประชุมได้
การบรรจุระเบียบวาระการประชุม
เนื่องจากข้อบังคับการประชุมไม่ได้กำหนดระเบียบวาระการประชุมของคณะกรรมาธิการไว้เป็นการเฉพาะ ในทางปฏิบัติ จึงกำหนดการพิจารณาออกเป็น 4 วาระ ได้แก่
(๑) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
(๒) รับรองบันทึกการประชุม
(๓) เรื่องพิจารณา
(๔) เรื่องอื่น ๆ
ในการพิจารณาศึกษาหรือดำเนินการต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 ซึ่งคณะกรรมาธิการอาจเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ จะถูกบรรจุในระเบียบวาระที่ 3 (เรื่องพิจารณา) ซึ่งการดำเนินการต่าง ๆ ในวาระนี้ต้องเป็นไปตามมติของคณะกรรมาธิการ สำหรับอำนาจบรรจุระเบียบวาระของประธานคณะกรรมาธิการ จะต้องมีกฎหมายกำหนดให้อำนาจไว้ (เช่น รายงานการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการเมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว ตามข้อบังคับการประชุมฯ ข้อ 96) ส่วนในเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ ประธานคณะกรรมาธิการก็มีอำนาจบรรจุระเบียบวาระในวาระที่ 1 และวาระที่ 4 ได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ
อย่างไรก็ตาม ประธานคณะกรรมาธิการไม่อาจเรียกหรือเชิญบุคคลหรือผู้แทนหน่วยงานใดเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการในระเบียบวาระนี้ได้
การเรียกบุคคลหรือเอกสาร
เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 กำหนดอำนาจเรียกบุคคลหรือเอกสารให้เป็นของคณะกรรมาธิการ การใช้ประโยชน์จากอำนาจดังกล่าวจึงต้องเป็นไปตามมติของคณะกรรมาธิการเท่านั้น ประกอบกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 17/2563 วินิจฉัยว่าอำนาจเรียกเป็นการเชิญหรือการขอความร่วมมือ ดังนั้น ไม่ว่าจะใช้ถ้อยคำในหนังสืออย่างไร ก็เป็นการใช้อำนาจเรียกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 ทั้งสิ้น ประธานคณะกรรมาธิการจึงไม่อาจกระทำได้เพียงลำพัง

การพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับของคณะกรรมาธิการ
รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 กำหนดห้ามมิให้คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาในเรื่องที่ซ้ำซ้อนกัน แต่อาจพิจารณาศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวข้อง กันได้ตามระเบียบที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรกำหนด ดังนั้น ในกรณีที่คณะกรรมาธิการมากกว่าหนึ่งคณะพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน จึงต้องดำเนินการตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องที่มีความเกี่ยวข้อง กันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีหลักการให้เกิดการพูดคุยระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎรกับประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกที่เกิดประสิทธิภาพในการตรวจสอบฝ่ายบริหารควบคู่ไปกับประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการหลายคณะภายในสัปดาห์เดียวกัน
ระเบียบดังกล่าวไม่ได้มีเจตนารมณ์เพื่อก่อให้เกิดความยุ่งยากหรือล่าช้าในการทำงานของคณะกรรมาธิการแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการปฏิบัติ ตามขั้นตอนที่กฎหมายและระเบียบกำหนดไว้



















