นายกฯ ย้ำรัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการทุกเรื่อง หากดำเนินการตามระเบียบและข้อกฎหมาย หลังถูกถามกรณี กมธ.กฎหมายฯ มีมติ 7 ต่อ 0 เชิญชี้แจงในที่ประชุมสภาฯ เผยหนังสือเชิญยังมาไม่ถึง พร้อมโต้กระแสเอาคืนทางการเมืองว่า “ผมไม่ได้ติดหนี้อะไรใคร ไม่ต้องมาเอาคืนกับผม”
เวลา 14.10 น.วันที่ 6 พ.ย.69 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีมติ 7 ต่อ 0 เสียง เชิญนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า รัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือทุกกรณีที่ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย แต่การปฏิบัติต้องอยู่ภายใต้กรอบอำนาจที่กฎหมายกำหนด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้หารือกับประธานสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับความถูกต้องของการเชิญดังกล่าวแล้วหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า คำชี้แจงของตนมีความชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนหนังสือเชิญจากนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมายฯ นั้น นายกรัฐมนตรีสอบถามกลับว่าเป็นหนังสือเรื่องใด ก่อนระบุว่า หากเป็นหนังสือดังกล่าวก็แสดงว่ายังส่งมาไม่ถึงตน
นายอนุทินยืนยันว่าไม่ได้ขัดข้องหากต้องเข้าไปชี้แจง แต่ต้องพิจารณาตามข้อบังคับและกฎหมาย เมื่อถูกถามว่าการเชิญครั้งนี้เป็นการพุ่งเป้ามาที่ตัวนายกรัฐมนตรีหรือเป็นการเอาคืนทางการเมืองหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบกลับว่า “เอาคืนเรื่องอะไร” พร้อมกล่าวว่า “ผมไม่ได้ติดหนี้อะไรใคร ไม่ต้องมาเอาคืนกับผม”
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้สั่งการให้นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจงต่อ กมธ.การกฎหมายฯ ในประเด็นทุจริตสอบท้องถิ่น นายอนุทินยืนยันว่าได้สั่งการแล้ว โดยหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนเลขานุการรัฐมนตรีได้ทำหนังสือแจ้งไปยังอธิบดีกรมการปกครองให้รับทราบ
นายกรัฐมนตรีอธิบายว่า การรับส่งหนังสือราชการต้องผ่านขั้นตอนของแต่ละหน่วยงาน ทั้งฝ่ายรับหนังสือและผู้พิจารณาเสนอเรื่องตามลำดับ จึงไม่ใช่เอกสารทุกฉบับที่จะต้องส่งถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการให้ข้อมูลว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้สั่งการนั้น เป็นการกล่าวโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ และไม่ทราบว่ามีเจตนาให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือไม่
เมื่อถามว่าการลงมติ 7 ต่อ 0 ของ กมธ. ได้มีการตรวจสอบข้อกฎหมายแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องศึกษาข้อกฎหมายเพิ่มเติม เพราะหากการดำเนินการเป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมาย ตนก็พร้อมปฏิบัติตาม ส่วนกรณีที่ถูกถามว่า กมธ. ใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบสั้น ๆ ว่า “แล้วแต่จะคิด”
นายอนุทินกล่าวย้ำว่า หากมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเชิญบุคคลเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ รัฐบาลก็พร้อมดำเนินการตามกรอบอำนาจและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะการชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ต้องไม่ขัดต่อระเบียบและกฎหมายที่บัญญัติไว้



















