‘พริษฐ์’ ลั่นคดีโกง สว. ไม่จบแค่ 77 คน ชี้ประชาชนฟ้อง กกต. ได้โดยตรง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘พริษฐ์’ ชี้ คดี ‘โกง สว.’ ไม่จบง่ายแน่ ทั้ง ‘กกต. สีน้ำเงิน’ และ ‘นักการเมืองสีน้ำเงิน’ หลังคำวินิจฉัย ‘ประธานศาลอุทธณ์’ ประชาชนฟ้องอาญา ‘กกต.’ โดยตรงได้ ลั่น ‘อาชญากรรมทางประชาธิปไตย’ ครั้งนี้ ต้องไม่ถูกตัดตอนให้เหลือเอาผิดแค่ 77 คน

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.69 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า…[ เรื่องคดีโกง สว. ไม่จบง่ายแน่ๆ สำหรับทั้ง กกต. สีน้ำเงิน และ นักการเมืองสีน้ำเงิน ]

หลังจาก กกต. เสียงข้างมากมีมติสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว. เพียงแค่ 77 คน เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา ผมย้ำมาตลอดว่าเรื่องคดีโกง สว. จะจบแค่นั้นไม่ได้ เพราะมติดังกล่าวขัดกับทั้งหลักการ-หลักกฎหมาย-หลักฐาน และเป็นมติที่จงใจมองไม่เห็น “ช้าง” 3 ตัว ((1) ความเป็นขบวนการ / (2) ความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย / (3) มาตรฐาน กกต. เองในอดีต)

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธณ์วันนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าคดีโกง สว. จะไม่จบง่ายๆสำหรับคน 2 กลุ่ม (นอกเหนือจาก 77 คนที่ กกต. สั่งฟ้อง):

(1) กกต. สีน้ำเงิน

ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายมีความกังวลใจว่าการเอาผิด กกต. ในฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จะถูกบีบให้ต้องดำเนินการผ่าน ป.ป.ช. – ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็จะมีความน่ากังวลตามมา ว่าในเมื่อ ป.ป.ช. และ กกต. มีที่มาจาก สว. สีน้ำเงิน เหมือนกัน ป.ป.ช. จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมากับ กกต. หรือไม่

แต่พอมาวันนี้ คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธณ์ ไม่เพียงแต่รับประกันสิทธิของผู้เสียหายในการฟ้อง กกต. ตรงไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่ยังนิยามอีกว่า ผู้เสียหายจากการโกง สว. ให้รวมถึง “ประชาชนทุกคน” ที่ถูก “พรากอำนาจอธิปไตยไป”

นั่นหมายความว่า จากเดิมที่เราเคยคาดว่าผู้ที่จะฟ้อง กกต. ต่อศาลโดยตรงได้ (อย่างมากที่สุด) จะต้องเป็น สว. สำรอง หรือ ผู้สมัคร สว., ตอนนี้ กลายเป็นว่าประชาชนทั่วไปสามารถดำเนินการได้ด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ทันทีที่ กกต. เผยแพร่คำวินิจฉัยเกี่ยวกับมติเมื่อ 14 ก.ย. อย่างเป็นทางการ (ซึ่งจะต้องเผยแพร่ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลงมติ หรือภายใน 13 พ.ย.) การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ กกต. ก็จะปรากฏชัด และจะเป็นเนื้อหาและเอกสารชิ้นสำคัญที่ประชาชนสามารถนำไปใช้ฟ้อง กกต. ต่อศาลได้

(2) นักการเมืองสีน้ำเงินที่อยู่เบื้องหลัง

เมื่อ กกต. มีการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 77 คนไปที่ศาลฎีกา (ซึ่งจะต้องสั่งฟ้องภายใน 60 วันนับแต่วันที่ กกต. จัดทำคำวินิจฉัยเสร็จ หรือภายใน 12 ม.ค.) ศาลฎีกาจะมีอํานาจสั่งไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ ตาม รธน. มาตรา 226

โดยหากข้อเท็จจริงและหลักฐานดังกล่าวที่ศาลไต่สวน ปรากฏชัดว่ามีผู้กระทำความผิดคนอื่น (เช่น ระดับ นายกฯ / รัฐมนตรี / สส. / กรรมการบริหารพรรค) กกต. ก็มีหน้าที่ต้องนับว่าข้อมูลดังกล่าวเป็น “ความปรากฏ” ที่เป็นเหตุให้ กกต. สั่งฟ้องกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาที่ศาลฎีกาเพิ่มเติมจาก 77 คน

หาก ณ เวลานั้น กกต. กำลังถูกฟ้องไปที่ศาลเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามข้อ (1), กกต. ก็คงต้องคิดหนักหากจะกระทำการใดๆที่จะเป็นการปฏิบัตินหน้าที่โดยมิชอบซ้ำสอง

อาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งนี้ จะต้องไม่ถูกตัดตอนให้เหลือการเอาผิดแค่ 77 คน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img