“ผบ.ทร.”ยันกองทัพเรือจำเป็นเร่งจัดหา“เรือฟริเกต”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“…..การจัดหาเรือฟริเกตเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากำลังรบตาม “สมุดปกขาวกองทัพเรือ” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างมั่นคงในระยะยาว…”

@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 9 พ.ค.69 เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรื่องของการจัดหาอาวุธยุทธปกรณ์ยังคงมีความจำเป็นสำหรับกองทัพไทย 

@@@…..เรื่องของการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำที่ 2 ของ กองทัพเรือ….พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายตามสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับกรณีการเลื่อนโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำที่ 2 ของ กองทัพเรือนั้น ขอชี้แจงว่า การจัดหาเรือฟริเกตเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากำลังรบตาม “สมุดปกขาวกองทัพเรือ” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างมั่นคงในระยะยาว และยังคงยืนยันถึงความจำเป็นเร่งด่วนของโครงการเสริมสร้างกำลังกองทัพดังกล่าว เนื่องจากเรือฟริเกตเป็นกำลังรบหลักที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการปฏิบัติการทางเรือ ทั้งในด้านการรักษาอธิปไตย การคุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางทะเล และภารกิจด้านความมั่นคงในทุกมิติ โดยเฉพาะในบริบทของสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความท้าทายสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

@@@……อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือมีความเข้าใจถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณและความจำเป็นของรัฐบาลในการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศในภาพรวม และพร้อมที่จะดำเนินการปรับแผนงานและกระบวนการจัดหาให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยพยายามรักษาสมดุลระหว่างความพร้อมรบและความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของแผ่นดิน ทั้งนี้ กองทัพเรือจะพิจารณาหนทางปฏิบัติต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ทั้งในด้านระยะเวลา งบประมาณ เทคโนโลยี และการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ กองทัพเรือขอยืนยันว่า จะยังคงทำหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมทั้งดำเนินการทุกขั้นตอนภายใต้กรอบกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด

@@@……กระทรวงกลาโหม….พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ชี้แจงแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับและเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะทุ่นระเบิดที่ใช้วัสดุไม่ใช่โลหะ ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดต่อเครื่องตรวจจับแบบเดิม ว่า กระทรวงกลาโหมยึดหลักการจัดหาและพัฒนาอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับลักษณะภัยคุกคาม ภารกิจ และความจำเป็นในการใช้งานจริง ภายใต้งบประมาณที่เหมาะสม โดยสถานการณ์การวางทุ่นระเบิดในปัจจุบันมีทั้งการวางตามแนวชายแดนในพื้นที่ภูเขาและทุรกันดาร รวมถึงการลอบวางในพื้นที่ชุมชนในลักษณะระเบิดแสวงเครื่อง สำหรับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านการตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิด ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ และกรมการทหารช่าง ซึ่งปัจจุบันยังคงใช้เครื่องตรวจจับโลหะควบคู่กับวิธีการอื่น เช่น การตรวจค้นด้วยสายตา การใช้เหล็กแหลมตรวจค้น และการใช้สุนัขทหารที่ผ่านการฝึกเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานภาคสนาม

@@@……รมว.กลาโหม กล่าวว่า หากมีความจำเป็นเร่งด่วนในการเปิดพื้นที่ จะใช้วิธีการทำลายทุ่นระเบิดที่มีอยู่เดิม เช่น การใช้บังกะโลตอร์ปิโด แต่หากไม่ใช่ภารกิจเร่งด่วน จะใช้การปฏิบัติร่วมระหว่างกำลังพล เครื่องตรวจค้น สุนัขทหาร และยานยนต์กวาดล้างทุ่นระเบิด เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และลดความเสี่ยงต่อกำลังพลมากที่สุด ในส่วนของแนวทางการจัดหาและพัฒนาอุปกรณ์สำหรับพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูมิประเทศป่าเขา พื้นที่ขรุขระ และมีสิ่งกีดขวางจำนวนมาก กระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญกับการพิจารณาเทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และสามารถใช้งานได้จริงในพื้นที่ปฏิบัติการ รวมถึงสามารถซ่อมบำรุงและดูแลรักษาได้อย่างต่อเนื่อง

@@@……ด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อการพึ่งพาตนเอง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดขนาดเล็กและหุ่นยนต์ตรวจการณ์ภาคพื้นมาตั้งแต่ปี 2559 โดยผลิตต้นแบบในปี 2563 และส่งมอบให้หน่วยใช้งานทดลองในปี 2566 พร้อมติดตามผลการใช้งานในปี 2567 ปัจจุบัน หุ่นยนต์ดังกล่าวได้รับการรับรองมาตรฐานจากคณะกรรมการยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหม และอยู่ระหว่างการร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อผลิตเชิงพาณิชย์ รองรับการใช้งานของเหล่าทัพ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมยังคงมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและความมั่นคงให้กับประเทศในระยะยาว

@@@……ที่กองบัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน…. พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในกิจกรรมวันกำลังสำรอง ประจำปี 2569 โดยมีผู้บังคับบัญชาและผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานและองค์กรกำลังสำรองเข้าร่วมพิธี สำหรับกิจการกำลังสำรองของประเทศไทย ได้กำเนิดขึ้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งทรงเล็งเห็นความสำคัญของกำลังภาคประชาชน และทรงพระราชทานกำเนิด “กองเสือป่า” เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2454 ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการกำลังสำรองไทย จนถึงปัจจุบันครบรอบปีที่ 115 และต่อมา เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2548 คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้วันที่ 6 พฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันกำลังสำรอง” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 6 ในฐานะ “พระบิดาแห่งกิจการกำลังสำรอง” และเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติกำลังพลสำรอง ที่พร้อมยืนหยัดและเคียงข้างกองทัพในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งในยามปกติและสถานการณ์วิกฤติ รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้รับทราบถึงประวัติความเป็นมา คุณค่าและความสำคัญของกำลังสำรอง กลไกหลักในการร่วมสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของกองทัพ เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งกองทัพบกโดยหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ได้ร่วมกับหน่วยงานและองค์กรกำลังสำรอง จัดกิจกรรมในโอกาสวันกำลังสำรองขึ้นเป็นประจำทุกปี

@@@……โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวให้โอวาทในพิธีประดับเครื่องหมายยศให้กับกำลังพลสำรอง ซึ่งในปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาตามแผนการเรียกกำลังพลสำรองเพื่อเข้ารับราชการทหารประจำปี 2568 รวม 89 นาย โดยได้แสดงความยินดีและชื่นชมกำลังพลสำรองทุกนายที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจเข้ารับการฝึกอบรม เพื่อเป็นกำลังพลสำรองที่ดีและมีคุณภาพ รวมทั้งมีภาวะความเป็นผู้นำที่มีความพร้อมด้วยความรู้และขีดความสามารถด้านการทหาร โดยขอให้ทุกนายนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ยึดมั่นในระเบียบวินัยและเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม รวมทั้งมีอุดมการณ์อันแน่วแน่ในการธำรงรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมปฏิบัติภารกิจร่วมกับกำลังประจำการของกองทัพ ในการพิทักษ์รักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

@@@……กองบัญชาการกองทัพไทย….พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รับมอบทุนการศึกษาจาก ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้บุตรของกำลังพลกองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปี 2569 โดยมี คุณปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นผู้มอบ สำหรับการมอบทุนการศึกษาฯ ในครั้งนี้ เพื่อนำมาส่งเสริม พัฒนาศักยภาพ และขยายโอกาสด้านการศึกษาให้แก่เยาวชน ซึ่งเป็นบุตรของกำลังพล เพิ่มโอกาสในการเข้ารับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น อันจะนำมาซึ่งความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์สังคมไทย ให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน และสนับสนุนส่งเสริมความมั่นคงให้แก่สถาบันครอบครัว ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวขอบคุณ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ที่ได้กรุณามอบทุนการศึกษาให้กับบุตรของกำลังพลกองบัญชาการกองทัพไทย อย่างต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งการมอบทุนดังกล่าวเป็นการบำรุงขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลของกองบัญชาการกองทัพไทยในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการศึกษาให้กับบุตรของกำลังพลที่มีผลการเรียนดี ซึ่งจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ พัฒนาประเทศชาติในอนาคตต่อไป.

…………..

คอลัมน์  : “Military Key”

โดย.. “รหัสมอร์ส

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img