การไม่เป็นหนี้!! ถือเป็นลาภอันประเสริฐ… เป็นคำกล่าวที่ใครหลายคนต่างยอมรับและให้เป็นหนึ่งในคติในการใช้ชีวิตยิ่งในยุคนี้สมัยนี้ สมัยที่เศรษฐกิจตกสะเก็ด และยังต้องเผชิญปัญหาเยอะแยะแบบชนิดเอามือก่ายหน้าผากอย่างเดียวคงไม่พอ
ดังนั้น การไม่เป็นหนี้ จึงถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว จะมีคนสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่ไม่มีหนี้ให้ปวดหัว
อย่างที่บอก ในเมื่อเศรษฐกิจยังไม่สดใส ยังอึมครึม การขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีของประเทศยังขยายตัวในอัตราที่ต่ำ รายได้ที่เข้ากระเป๋าจึงไม่ได้เหลือเฟือ อู้ฟู่ เหมือนดั่งเก่าก่อน
ในเมื่อรายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่ากับรายจ่าย จึงหนีไม่พ้นที่ต้องกู้เงินมาเพื่อใช้จ่าย เพื่อปะทังชีวิตให้อยู่รอดต่อไปได้ และเมื่อรายได้ยังไม่เพียงพอกับการใช้หนี้
สุดท้าย…ก็กลายเป็นหนี้เสีย โดยล่าสุด เมื่อเดือนต.ค.68 หนี้เสียของคนไทยได้ทะยานขึ้นแตะระดับที่ 1.29 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 9.5% ของหนี้รวมทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 66 ที่มีหนี้เสียอยู่ที่ 1.05 ล้านล้านบาท
ด้วยเหตุนี้ความพยายามในการแก้ไขปัญหานี้เสีย และปัญหาหนี้สิน จึงเกิดขึ้นมาในหลายรูปแบบ เพราะหวังว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนคนไทยที่เป็นหนี้

อย่างล่าสุด ที่แบงก์ชาติ แบงก์พาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ได้ร่วมกันออกมาตรการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” และได้เปิดให้ลูกหนี้เข้าร่วมโครงการเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็พบว่าบรรดาลูกหนี้ต่างแห่เข้าร่วมโครงการ เกือบ 90,000 ราย เข้าไปแล้ว
โครงการนี้ ได้เน้นคนที่เป็นหนี้เสียวงเงินไม่เกินรายละ 100,000 บาท โดย สามารถรวมได้ทุกหนี้ทุกแบงก์ที่อยู่ในเครดิตบูโร ทั้งหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล
สิ่งที่ลูกหนี้จะได้ถ้าเข้าโครงการนี้ จะมีทั้งส่วนลดเมื่อ “จ่ายปิดจบหนี้” ถ้ามีเงินก้อนก็จ่ายปิดหนี้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) ที่รับโอนหนี้เสียมาจะได้ส่วนลดเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันในเรื่องของดอกเบี้ยก็จะไม่มี ถ้าขอ “ผ่อนชำระเป็นงวด” โดยลูกหนี้จะได้ลดหนี้บางส่วนแล้วไปผ่อนต่อกับ SAM นานสูงสุด 3 ปี ถ้าจ่ายได้ตามสัญญา จะได้รับการยกเว้นดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายที่ค้างจ่ายตามสัญญาเดิมก่อนเข้ามาตรการที่พักแขวนไว้ทั้งหมด
เรียกได้ว่าลูกหนี้เหมือนจะได้ “ส่วนลด” เป็นก้อนใหญ่ แต่ในความจริงแล้ว หากจ่ายไม่ตรงเวลา ปิดหนี้ไม่ได้ ก็จะไม่ได้ส่วนลดเหล่านี้เลย

ส่วนกรณีที่ได้ตกลงค่างวดกันแล้วแต่จ่ายไม่ไหว ประวัติในเครดิตบูโรจะกลับไปสู่บัญชี 26 หรือหนี้ที่ค้างจ่ายเกิน 90 วัน จากการชำระหนี้กับเอเอ็มซี ที่รับซื้อหรือรับโอนหนี้มา
ในทางกลับกันแล้วบรรดาลูกหนี้ที่ชำระตรง ชำระต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่าเป็นลูกหนี้ดีล่ะบรรดานายแบงก์มีอะไรมาช่วยเหลือกันบ้าง
แม้เวลานี้มีหลายแบงก์ที่ออกมาตรการมาสนับสนุนอย่างแบงก์ออมสิน ที่มีมาตรการ “วินัยดี มีคืน” จะให้เงินของขวัญรายละ 1,000 บาท เน้นไปที่ลูกหนี้มีวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท
หรือ….ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ให้เงินคืน 1,000 บาท สำหรับลูกหนี้สถานะบัญชีปกติ วงเงินกู้ทุกบัญชีภายใต้หลักประกันเดียวกันไม่เกิน 2 ล้านบาท
หรือ… ทหารไทยธนชาติ ที่มีมาตรการ “ผ่อนดีมีรางวัล” สำหรับคนผ่อนบ้าน, สินเชื่อส่วนบุคคล, จำนำทะเบียนรถ ถ้ามีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ย้ายหนี้หรือรีไฟแนนซ์มา ก็จะได้ส่วนลด อัตราดอกเบี้ย เพิ่ม
ทั้งหลายทั้งปวง…ก็ต้องมารอดูกันต่อไปว่าความพยายามในการแก้ไขปัญหาหนี้ของภาครัฐนั้นจะสัมฤทธิ์ผลได้แค่ไหน แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อแก้หนี้ก้อนนี้ไปแล้ว หนี้เสียก้อนใหม่จะไม่เกิดขึ้นอีก!!
…………….
คอลัมน์ : EC Focus by Virgo



















