หน้าแรกCOLUMNISTSอยากให้“เลือกตั้งโมฆะ”ไปไม่ถึงฝัน!!! “ขั้วอนุรักษ์”หนุน“อนุทิน”ฝ่าวิกฤติต้าน

อยากให้“เลือกตั้งโมฆะ”ไปไม่ถึงฝัน!!! “ขั้วอนุรักษ์”หนุน“อนุทิน”ฝ่าวิกฤติต้าน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นาทีนี้ระหว่าง “การจัดตั้งรัฐบาล” ที่มี “พรรคภูมิใจไทย” (ภท.) เป็นแกนนำ กับ “การวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 เป็นโมฆะหรือไม่” เชื่อว่าหลายคนคงตอบตรงกัน คือ การเห็นโฉมหน้าฝ่ายบริหารชุดใหม่ คงจะเกิดขึ้นก่อน

ยิ่ง “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงการประกาศรับรอง สส.แบบบัญชีรายชื่อว่า “น่าจะสามารถรับรองได้ภายในวันพุธนี้ (4 มี.ค.) และไม่มีการขยายกรอบเวลา การเข้ารับหนังสือรับรอง ที่ต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 6 มี.ค.”

ส่วนที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับ กกต. เกี่ยวกับเรื่องของการจัดการเลือกตั้งนั้น “ประธาน กกต.” ระบุว่า “ไม่มีความกังวลใจ เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่ของเราตามกฎหมาย และเป็นสิทธิของผู้ยื่นเรื่องฟ้องร้อง และ กกต.ก็จะสู้คดีต่อไป ไม่มีอะไร”

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ประชุม กกต. มีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต จำนวน 396 คนไปเรียบร้อยแล้ว เป็นไปตามกฎหมายคือ การประกาศรับรองผลไม่เกิน 95% หรือไม่น้อยกว่า 380 เขต จาก 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ

ถ้าในสัปดาห์นี้ มีการรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน จากนั้น ภายใน 15 วันหลังประกาศรับรองครบ สส. 95-100% เพื่อไปสู่ขั้นตอน เปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือก “ประธานรัฐสภา” ต่อไป ซึ่งตามไทม์ไลน์น่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือน มี.ค.เป็นต้นไป

จากนั้นช่วงกลางมี.ค.ถึงต้นเม.ย.จะเข้าสู่กระบวนการ โหวตเลือก “นายกรัฐมนตรี” ซึ่งมาถึงวันนี้แน่นอนว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค ภท. จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัย 2 แน่นอน ซึ่งมาถึงวันนี้รวมเสียง สส.ได้เกือบ 300 เสียง แม้จะมีความพยายามผลักดันให้ “พรรคประชาชน” (ปชน.) ตั้งรัฐบาลแข่ง โดยมี “พรรคเพื่อไทย” (พท.) และ “พรรคกล้าธรรม” (กธ.) มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

แต่ดูแล้ว “แกนนำพรรคส้ม” คงไม่รับลูก เพราะจะติดข้อครหา “ตระบัดสัตย์” หลังเคยประกาศจะไม่ร่วมรัฐบาลกับ “พรรคสีเขียว”

แม้ “พรรค กธ.” จะไม่ขอร่วมรัฐบาล เพียงต้องการให้ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ปชน. มาทำหน้าที่นายกฯ และเป็นรัฐบาลรักษาการ โดยอ้างว่า “การจัดการเลือกตั้งมีปัญหา” จากนั้น “ให้ยุบสภาฯ ทันที”

แต่อย่าลืมหลายคนก็วิจารณ์ว่า ความพยายามตรวจสอบการเลือกตั้ง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ เข้าทำนอง “ขี้แพ้ชวนตี” ยิ่งคะแนนระหว่าง “ภท.” กับ “ปชน.” ห่างกันเกือบ 80 ที่นั่ง ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่จริง ๆ “พรรคสีส้ม” อาจแพ้มากกว่าเดิมก็ได้

ยิ่งการเลือกตั้ง ที่เพิ่งผ่านพ้นไป “พรรค ปชน.” มีจุดอ่อนหลายอย่าง ทั้งบทบาทของ “ผู้นำพรรค” ก็เทียบเคียงไม่ได้กับ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” โดยในการหาเสียงก็ถูกโจมตีในหลายประเด็น ทั้งคำพูด “มีทหารไว้ทำไม” ซึ่งถูกขยายผลในช่วงเกิดเหตุการปะทะกัน ระหว่าง “ไทย-กัมพูชา”

แถมผู้สมัคร สส.หลายคนมีปัญหา บางคนถูกแจ้งข้อหาในช่วงหาเสียง ทั้ง ๆ ที่พรรคประกาศนโยบายหาเสียง “มีเรา ไม่มีเทา” หรือ “การแก้ไขมาตรา 112” ซึ่งถูกย้ำถามในระหว่าง ร่วมดีเบตกับตัวแทนพรรคการเมืองต่าง ๆ จนถูกมองว่า หากเข้าไปเป็นแกนนำรัฐบาล อาจถูกต่อต้าน นำมาสู่ปัญหาความขัดแย้ง ให้เกิดขึ้นในสังคม

นั่นหมายความว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ ไม่ได้หมายความว่า “พรรค ปชน.” จะคว้าชัยชนะได้ 

อีกทั้ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกมาชี้มูลความผิด อดีต สส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) 44 คน ซึ่งมีแกนนำพรรค ปชน. และ ว่าที่ สส.ในขณะนี้ ร่วมประมาณ 10 คน ติดร่างแหไปด้วย

ที่น่าสังเกต ไม่รู้เป็นเหตุบังเอิญหรือไม่ วันที่ 4 มี.ค. ซึ่งมีข่าว กกต.จะรับรอง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ด้านกลุ่มที่เคลื่อนไหวให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็เดินหน้าจัด “การเลือกตั้งจำลอง” เพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหา หลัง กกต. กำหนดให้บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ซึ่งทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

โดย “นรเศรษฐ์ ปรัชญากร” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา พร้อมด้วย กมธ. และ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. ได้มาร่วมแถลง โดยจัดพื้นที่จัดการเลือกตั้งจำลองเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด รวมถึงมีการติดตั้งคูหา ไว้ภายในห้องรับรองสมาชิกบริเวณชั้น 2 อาคารรัฐสภา  

“สว.นรเศรษฐ์” กล่าวว่า “การสาธิตการเลือกตั้งจำลองดังกล่าว เพื่อพิสูจน์ว่า บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด สื่อถึงผู้ลงคะแนนได้จริงหรือไม่ และเมื่อผลการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ จะต้องทำอย่างไรต่อไป อย่างไรก็ตาม ทาง กมธ.ได้เชิญผู้สังเกตการณ์มาอย่างหลากหลายทั้งทูตจาก 7 ประเทศ นักกฎหมายระดับประเทศ อาทิ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ, นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ และ กกต. รวมถึงช่างภาพของสื่อ ซึ่งเป็นผู้ที่ กกต. ดำเนินคดีมาร่วมพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วย ยืนยันว่า การพิสูจน์ครั้งนี้ไม่ได้มีประเด็นทางการเมือง ในเชิงวิทยาแต่เป็นการพิสูจน์ในเชิงวิชาการและหลักวิทยาศาสตร์ ว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นความลับหรือไม่”

สมชัย ศรีสุทธิยากร

ส่วน “สมชัย-อดีต กกต.” กล่าวว่า “ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าใครผิดหรือใครถูก ไม่ใช่ว่าการเลือกตั้งมีปัญหาอย่างไร แต่ทำให้เห็นว่า การออกแบบบัตรเลือกตั้งที่ใส่บาร์โค้ด และสามารถสแกนตรวจสอบ ย้อนไปถึงต้นขั้วได้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เรียงกันเป็นซีเรียลนัมเบอร์ มองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่อันตราย ส่วนขั้นตอนการนับคะแนน จะมีทีมวิเคราะห์ ที่มาจากประชาชน แต่ไม่ทราบว่าจะมาครบหรือไม่ เพราะมีความเกรงกลัวกับการจัดสถานการณ์การเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ทีมวิเคราะห์จะต้องถอดรหัสเอง โดยดูจากการนับคะแนน ถ่ายรูปบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ได้บอกว่า ให้ถอดรหัสอย่างไร เพื่อดูว่าแต่ละทีมถอดรหัสได้ถูกต้องหรือไม่ ว่าตัวแทนที่เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกอะไร และสุดท้ายจะมีการเฉลยว่า กระบวนการถอดรหัสทำอย่างไร โดยเราตั้งเป้าหมายว่าจะถูกต้อง 100% ดังนั้น นี่คือจุดอ่อนที่โอกาสข้างหน้ากกต. ต้องไม่ทำแบบนี้แล้ว ไม่ควรต้องมีบาร์โค้ดที่ออกแบบเป็นตัวเลข สืบหาต้นตอได้”

“ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์” ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม 1 ในบุคคลที่ถูก กกต.ฟ้องดำเนินคดี กล่าวว่า “จากความตั้งใจในการตรวจสอบกระบวนการ เมื่อเห็นว่ามีความเสี่ยงที่ทำให้การลงคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครกาอะไร ซึ่งหากการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. มีคนทราบก่อนและนำไปทุจริตก็เป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าการตรวจสอบพยายามให้เห็นถึงความเสี่ยงการทุจริตเลือกตั้ง ยืนยันว่าการดำเนินการตรวจสอบไม่ได้ตั้งธงว่า การเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างไร เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ขอให้ทุกคนเปิดใจตรวจสอบและร่วมพิจารณาว่าจะพัฒนาสิ่งเหล่านี้ทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม สุจริตเที่ยงธรรม และช่วยรักษาเสียงของประชาชน ด้วยความปลอดภัยของประชาชนทุกคน”

ก่อนหน้านั้น กกต.ได้แจ้งความดำเนินคดี กับผู้ที่ขัดขวางเลือกตั้ง โดยให้เหตุผลว่า ได้ตรวจสอบพบพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่กระทำกันเป็นขบวนการ โดยมีการเข้าไปถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ถ่ายภาพคิวอาร์โค้ด และพยายามถอดรหัสเพื่อพิสูจน์ผลการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตของกฎหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความไม่เชื่อมั่น ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ กกต. ทั้งที่ได้ยืนยันว่าการทำงานของ กกต. มีความโปร่งใสและเชื่อถือได้อยู่แล้วสำหรับหลักฐาน ที่นำมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนในครั้งนี้ ประกอบด้วยหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่บันทึกภาพไว้เอง และการรวบรวมข้อมูลจากสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยในเบื้องต้นจะดำเนินคดีกับกลุ่มภาคประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าวประมาณ 4-5 คน และจะมีการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อนำข้อมูลมามอบให้พนักงานสอบสวนในภายหลัง

หลายคนเชื่อว่า การจัดจำลองการเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องการนำบทสรุปที่เกิดขึ้น ไปต่อสู้คดีกับกกต. และนำไปสู่การใส่ในสำนวน ร่วมกับการพิจารณาคำร้อง ที่จะส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) เพื่อพิจารณว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ

สำหรับเรื่องกล่าวหาร้องเรียน ที่ส่งไป กกต.นั้น มีรวม 113 เรื่อง แบ่งเป็นมีผู้ร้องเรียน 99 เรื่อง และความปรากฏแก่ กกต.อีก 14 เรื่อง โดยมีการพิจารณาของ กกต.ประจำจังหวัด และเลขาธิการ กกต.เพื่อสั่งรับคำร้องให้ดำเนินการไต่สวนเป็นสำนวนแล้วอย่างน้อย 39 เรื่อง โดย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการหาเสียง โดยการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ตามมาตรา 73 (5) แห่ง พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. จำนวน 68 เรื่อง ถือว่าเยอะที่สุด ขณะที่การกระทำผิดเกี่ยวกับการซื้อเสียง ตามมาตรา 73 (1) มีจำนวน 31 เรื่อง ส่วนข้อกล่าวหาอื่น ๆ กระจายกันไป

ส่วนที่ภาคประชาชนและพรรคการเมือง เคลื่อนไหวยื่นคำร้อง “เอาผิด” กับ “กกต.” และเรียกร้องให้การมีจัดเลือกตั้งใหม่ มี 2 ส่วนคือ

1.กรณียื่นฟ้อง กกต.เอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นำโดยพรรค ปชน. ซึ่งได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นอกจากนี้ยังมีภาคประชาชน ได้ยื่นฟ้องในประเด็นนี้เช่นกัน โดย 17 มี.ค.69 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ จะนัดตรวจคำฟ้อง

2.กรณีภาคประชาชน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือถึง กกต.ค้านการรับรองผลการเลือกตั้งครั้งนี้ และให้จัดการออกเสียงเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ แต่เมื่อ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เท่ากับว่า การจัดเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ คงไม่เกิดขึ้นแน่นอนแล้ว

3.ภาคประชาชน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนักการเมืองบางพรรค ยื่นคำร้องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาส่งคำวินิจฉัยไปศาล รธน. พิจารณาสั่งให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ และบางส่วนยื่นฟ้องศาลปกครอง ขอคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้ประกาศผลการเลือกตั้ง นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

ปัจจุบันเรื่องนี้ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” สั่งการให้ “กกต.” ชี้แจงปม “บาร์โค้ด” ภายใน 15 วัน เบื้องต้น กกต.ได้ยื่นขอขยายระยะเวลา โดยผู้ตรวจการแผ่นดิน ขีดเส้นตายต้องแจงภายใน 27 ก.พ.นี้ ดังนั้น ใน 3 ประเด็นข้างต้น ยังเหลือลุ้นอยู่ 2 คำร้องคือ

1.กรณีเอาผิดทางอาญา กกต.ทั้งคณะ และผู้บริหารสำนักงาน กกต.ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้ง 69

2.กรณีลุ้นการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยชี้ขาดให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่

ขณะที่ กกต.ยังเชื่อมั่นว่าการที่มีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด และรหัสเลข 9 ตัว ในส่วนของเล่มที่ …. เลขที่ …. บนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.69 ที่หลายฝ่ายมองว่า ทำให้สามารถสอบย้อนกลับได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นใคร และลงคะแนนให้ใครนั้น จนถึงวันนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ย้อนกลับไปได้อย่างที่กล่าวอ้าง การเลือกตั้งจึงยังเป็นไปโดยตรงและลับ ตามนัยมาตรา 85 แห่ง รธน.ปี 2560

ส่วนการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา แม้ปรากฏบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ปรากฏรหัส 9 ตัว ที่ต้นขั้วนั้น มีรายงานว่า กกต.ใช้เทคนิคพิเศษในการจัดพิมพ์ โดยรหัสต่าง ๆ ยังคงมีเหมือนบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันที่ 8 ก.พ. ดังนั้นการจัดพิมพ์บัตรใหม่ดังกล่าว จึงไม่ขัดต่อระเบียบ กกต. ข้อที่ 129 ทำให้มั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ถูกสั่งให้เป็นโมฆะ

ที่สำคัญ การเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรก ที่พรรคการเมืองซึ่งเป็นตัวแทน “ฝ่ายอนุรักษ์นิยม” ชนะเลือกตั้งเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2544 ซึ่งเป็นการสร้างความชอบธรรม กับการยึดมั่นและปกป้องสถาบันที่สำคัญ ดังนั้นหนทาง ที่การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ น่าจะเป็นเรื่องยาก และอาจไม่เกิดขึ้นได้ เพราะ “ลมใต้ปีกการเมืองไทย” ร่วมออกแรงหนุน “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นแม่ทัพ ให้ช่วยสกัดกลุ่มตั้งเป้าปฏิรูปสถาบันต่าง ๆ ไม่ให้เติบโต และเป็น “หนามยอกอก” มาตลอดในช่วงที่ผ่านมา

……………………………………

คอลัมน์ : ล้วง-ลับ-ลึก

โดย…“แมวสีขาว”

                                                                                                                                               

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img