วันเสาร์, เมษายน 5, 2025
หน้าแรกCOLUMNISTS“ทรัมป์”ขึ้นภาษีทุบโลก “รัฐบาลไทย”ทำอะไรอยู่!!
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ทรัมป์”ขึ้นภาษีทุบโลก “รัฐบาลไทย”ทำอะไรอยู่!!

กระเทือนกันไปทั้งโลก! หลัง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศ เก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าในสหรัฐฯทุกประเภทกับประเทศที่ได้ดุลการค้า เมื่อช่วงเช้าตามเวลาไทย เมื่อวันที่ 3 เม.ย 68 ที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็น สหภาพยุโรป ที่เรียกเก็บที่ 20% จีน 34% ญี่ปุ่น 24%นอกจากนี้ยังมี แอฟริกาใต้ 30% ไต้หวัน 32% อินเดีย 26% กัมพูชา 49% สปป.ลาว 48% เวียดนาม 46% เมียนมา 44% อินโดนีเซีย 32% มาเลเซีย 24% ฟิลิปปินส์ 17% สิงคโปร์ 10%

ขณะที่ ประเทศไทย ก็หนีไม่พ้นเช่นกัน เพราะเป็นประเทศต้นๆ ที่ได้ดุลการค้าจากสหรัฐฯ ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เช่นกัน โดยถูกเรียกเก็บภาษีสูงถึง 37%

ทั้งหมดจะมีผลในวันที่ 9 เม.ย.นี้เป็นต้นไป!!

อย่างที่รู้กันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ กลิ่นอายการเรียกเก็บภาษีของ “ทรัมป์” นั้น มีมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว หลังทรัมป์ ได้รับชัยชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2

เพราะฉะนั้น การเตรียมตัวเตรียมใจของภาคเอกชนในหลายๆ กลุ่มอุตสาหกรรม ที่หนีไม่พ้น ก็น่าจะเกิดขึ้นกันมาก่อนหน้านี้แล้ว

ใครไหวตัวทัน ก็อาจกระจายความเสี่ยง ด้วยการหาตลาดใหม่ เพิ่มปริมาณการส่งออกไปที่อื่น เพื่อชดเชยการส่งออกไปสหรัฐฯ หรืออีกหลากหลายวิธี เพื่อเอาตัวรอดให้ได้

อย่างที่รู้กัน!! สินค้าไทยที่ได้รับผลกระทบหนัก มีอยู่ราวๆ 15 กลุ่ม ได้แก่ 1.โทรศัพท์มือถือ 2.ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 3.ยางรถยนต์ 4.เซมิคอนดักเตอร์ 5.หม้อแปลงไฟฟ้า 6.ชิ้นส่วนอุปกรณ์การพิมพ์ 7.ชิ้นส่วนรถยนต์ 8.อัญมณี 9.เครื่องปรับอากาศ 10.กล้องถ่ายรูป 11.เครื่องปรินเตอร์ 12.วัตถุดิบอาหารสัตว์ 13.แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ 14.ข้าว และ 15.ตู้เย็น

ภาคเอกชนที่สายป่านยาวๆ ก็รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง อยู่แล้ว แต่ “บรรดาเอสเอ็มอี” ที่มีกำลังไม่ถึง สายป่านไม่ยาว แก้ปัญหาไม่ทันการณ์ ที่มีจำนวนไม่น้อย ก็ต้องรับสภาพ!!

ต่อให้ ณ เวลานี้ “พิชัย ชุณหวชิร” ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล จะรับหน้าเสื่อ ออกตัวเตรียมเดินทางไปเจรจากับสหรัฐฯในอีก 2-3 สัปดาห์นี้ เพราะไม่เช่นนั้น…“จีดีพีไทย” ฮวบแน่ อย่างน้อย ก็ราวๆ 1% ของจีดีพี

โดยมีแผนไป “ต่อรอง” ด้วยการ “นำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่ม” ทั้ง “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-ปลาทูน่า-เนื้อหมู” เพื่อลดช่องว่างของการได้เปรียบทางการค้า ที่ปัจจุบันไทยได้ดุลสหรัฐฯ อยู่ประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 70%

เช่นเดียวกับการ ลดภาษีสินค้านำเข้าบางรายการให้กับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยนำเข้าอยู่แล้วจากแหล่งอื่น เช่น “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-ถั่วเหลือง” รวมถึง การเพิ่มการลงทุนด้านพลังงานในสหรัฐฯ หรือ การลดเงื่อนไขต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้าของสหรัฐฯ

เรียกง่ายๆ ว่า จะทำทุกทางนั่นแหละ...ทั้งภาคบริการ การลงทุน ความมั่นคงการทหาร การเป็นพันธมิตรที่ดี หรือแม้แต่ภูมิรัฐศาสตร์ โดยมั่นใจว่า การเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯสำเร็จ

หรือจะเป็นการออก แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร” ที่ใจความส่วนหนึ่ง เสนอแนะให้เอกชนเร่งหาตลาดใหม่

รวมไปถึงการมีมาตรการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบให้กับภาคเอกชน ที่มีการส่งออกไปสหรัฐฯเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังเตรียมตัวไปเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อปรับสมดุลทางการค้ากับสหรัฐฯก็ตาม!!

แต่ทั้งหลายทั้งปวง…หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไม? มาทำอะไรกันป่านนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ รู้เรื่องกันมานานนับปี หรือเรียกได้ว่าตั้งแต่ “ทรัมป์” เดินสายออกหาเสียง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “เอกชน” ต่างก็เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเดินหน้า เร่งเจรจาเรื่องนี้มาโดยตลอด ทั้งการเรียกร้องผ่านสื่อ ทั้งการเรียกร้องผ่าน “ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล”

แม้แต่การ “เรียกร้อง” ผ่านนายกรัฐมนตรี ซึ่ง…ผลที่ได้รับมีแต่การ “ตั้งคณะกรรมการ-ตั้งคณะทำงานเจรจา” ซึ่ง “การเจรจาก็คือการเจรจา” ไม่ได้หมายความว่า จะมีคำตอบเป็นบวกในทันที

แม้ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะระบุว่า ที่ผ่านมา…ทำทุกทาง ยกคณะไปเจรจา แต่ไม่มีโอกาส ที่จะได้หารือกับ ทีมงานของ “ทรัมป์” โดยตรง หรือไม่มีโอกาส ต่อให้เป็นหลายๆ ประเทศ ที่ได้เข้าไปเจรจากับสหรัฐฯโดยตรง แต่สุดท้ายก็ถูกเก็บภาษีเหมือนกัน

ถามว่า? สิ่งเหล่านี้ใช่คำตอบ!! หรือใช่สิ่งที่รัฐบาลเพิ่งจะคิดออก หรือเพิ่งจะดำเนินการ ใช่หรือไม่? เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่รับกรรมทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ส่งออก

แต่…คนไทยทั้งประเทศ…นี่แหล่ะ…ที่ต้องรับกรรม เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจมีแต่ดิ่งเหว!!

………………………

คอลัมน์ : EC Focus by Virgo

- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img