หน้าแรกCOLUMNISTS2569 ปีแห่งการศึกษาลู่ทางลงทุนใหม่ๆ ของ EGATi ก่อนบุกหลายโปรเจกต์ยักษ์

2569 ปีแห่งการศึกษาลู่ทางลงทุนใหม่ๆ ของ EGATi ก่อนบุกหลายโปรเจกต์ยักษ์

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นับจาก บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (EGATi) ตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 เพื่อเป็นกลไกในการลงทุนต่างประเทศของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 19 ปีผ่านมา มีโครงการในมือหลัก ๆ ไม่มากนัก เป็นโครงการน้ำเงี้ยบ ที่ สปป.ลาว กำลังการผลิตติดตั้ง 290 เมกะวัตต์, โครงการ Floating Solar หรือ “โซลาร์ลอยน้ำ” กำลังผลิตติดตั้ง 37 เมกะวัตต์, โครงการร่วมลงทุนในธุรกิจเหมืองถ่านหิน ที่กะลิมันตัน กับบริษัท Adaro Indonesia กำลังผลิต 50 ล้านตันต่อปี และ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ที่เวียดนาม ขนาดกำลังผลิต 1,320 เมกะวัตต์

เมื่อมีโอกาสในธุรกิจพลังงานใหม่ ๆ ที่รออยู่ ในปี 2569 จึงเป็นปีที่ EGATi กำลังศึกษาอย่างเข้มข้นหลายโปรเจกต์ ก่อนที่จะเดินหน้าบุกขยายการลงทุน “รังสิมา พักเกาะ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGATi เล่าให้ฟังว่า “มีหลายโปรเจกต์ที่อยู่ระหว่างการศึกษาแบบเจาะลึก เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ในปีนี้ ทั้งความเป็นไปได้ในการลงทุน โมเดลธุรกิจ และการประเมินความเสี่ยง รวมถึงเงินลงทุน โดยเราจะไปทางพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ Net Zero ปี 2050”

รังสิมา พักเกาะ

แต่เพื่อให้การลงทุนที่เล็งไว้ราบรื่น คล่องตัว ทำได้ทันการณ์ จำเป็นต้องขจัดอุปสรรคเสียก่อน “รังสิมา” บอกว่า การที่ EGATi ถือหุ้นโดย กฟผ. 100% ก็ทำให้มีข้อได้เปรียบในแง่มีเครดิต ทำให้มีต้นทุนทางการเงินที่ดี และมีความน่าเชื่อถือ แต่อีกด้านการที่เราเป็นรัฐวิสาหกิจก็มีเงื่อนไขที่ทำให้ไม่คล่องตัวนัก จึงอยู่ระหว่างการปลดล็อกกฎ โดยได้เสนอขอผ่อนปรนสัดส่วนเงินลงทุน จากปัจจุบันหากเกิน 25% ต้องเข้าครม. ซึ่งจะขอปรับสัดส่วนให้มากกว่า 25% รวมถึงขนาดการลงทุนที่เหมาะสมมากขึ้นที่จะจบในขั้นตอนของคณะกรรมการบริหาร กฟผ. ไม่ต้องไปครม.และรูปแบบการเงินใหม่ ๆ ที่จะขอผ่อนปรนด้วย

ถ้าปลดล็อกเงื่อนปมตรงนี้แล้ว มีโครงการอะไรในมือที่จะเดินหน้าบ้าง ในปี 2569 จะเป็นปีแห่งการศึกษาลู่ทางการลงทุนใหม่ ๆ ของ EGATi “รังสิมา” เล่าว่า กลยุทธ์หลักจะเน้นจับมือพันธมิตร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สปีดเร็วกว่า ภายใต้การประเมินพันธมิตรและลักษณะโครงการ ซึ่งโครงการที่พุ่งเป้าลงทุนในอนาคตจะสอดคล้องกับเป้าหมายของกฟผ.และลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงจะเน้น M&A (Mergers and Acquisitions) เพื่อสนับสนุนรายได้กลับมาทันทีไม่ต้องรอนาน

“เราจะโฟกัสที่สปป.ลาวที่มีความสัมพันธ์และร่วมทุนกันมานาน แต่การลงทุนในอนาคต ใน สปป.ลาว ก็เป็นความท้าทายมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะพลังน้ำใน สปป.ลาวที่จะทำใหม่เหลือไม่มากนัก และกรอบการทำความตกลง (MOU) ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาล สปป.ลาวในการผลิตไฟฟ้า 15,000 เมกะวัตต์ เพื่อส่งกลับมาที่ไทยก็เหลือประมาณพันกว่าเมกะวัตต์เท่านั้น และ สปป.ลาวก็มีพันธมิตรหลายประเทศ ตอนนี้เรากำลังศึกษาร่วมกับรัฐวิสาหกิจของสปป.ลาวถึงโครงการลงทุนในอนาคตร่วมกัน ซึ่งกำลังดูโครงการพลังน้ำที่ใกล้หมดอายุเพื่อเข้าไปดำเนินการต่อ เช่น  ห้วยเฮาะ เทินหุนบุน น้ำเทิน 2 เป็นต้น”

รวมถึงหาโอกาสในการลงทุนจาก โครงการ LTMS-PIP (Lao PDR-Thailand-Malaysia-Singapore Power Integration Project) ที่จะเพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าเป็นสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์ โครงการนี้เป็นการซื้อขายและจัดส่งไฟฟ้าที่ผลิตใน สปป.ลาว ส่งต่อไปยังสิงคโปร์ ผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทยและมาเลเซีย เราก็กำลังดูว่าจะไปลงทุนในประเทศปลายทางอย่างสิงคโปร์ได้อย่างไร

นอกจากนี้ ก็มองที่จะขยายการลงทุนที่ฟิลิปปินส์ และอินโดนิเซีย เพราะมีนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนชัดเจน รวมถึงเวียดนามที่กำลังศึกษาลู่ทางการลงทุนโครงการพลังงานหมุนเวียนที่นั้นเพิ่มเติม และภูฏานด้วย ซึ่งกำลังขยายการลงทุนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำรองรับการพัฒนาประเทศ และขายไฟฟ้าไปยังประเทศข้างเคียง รวมถึง ติมอร์-เลสเต ซึ่ง 2 ประเทศนี้เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาลที่เราต้องเข้าไปซัปพอร์ต

อีกธุรกิจที่ EGATi กำลังเข้าไปศึกษาแบบเจาะลึก ก็คือ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) “รังสิมา” อธิบายว่า “เมื่อถ่านหินถูกลดบทบาทลงไป เราต้องปรับพอร์ทการลงทุน เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งทิศทางต้องมาที่เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ โดยจะประสานการทำงานกับ กฟผ.ซึ่งได้รับใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper License) เพื่อนำเข้า LNG มาเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าในต้นทุนที่เหมาะสม ภารกิจของเราหลัก ๆ ก็จะนำส่วนที่เหลือไปหาตลาดส่งออก ส่วนในรายละเอียดจะต้องประสานข้อมูลกับ กฟผ. ศึกษารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมก่อน”

แล้วก็ยังมีพลังงานใหม่ ๆ ที่ EGATi กำลังศึกษาคู่กันไป ทั้ง โครงการ Green Hydrogen โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เป็นต้น ซึ่ง SMR ต้องให้ได้ข้อสรุปในปีนี้เช่นกัน โดยจะเน้นการเข้าไปลงทุนในเทคโนโลยี เพราะ SMR อยู่ในแผนที่จะทำในประเทศไทยโดยมี กฟผ.นำร่อง ทาง EGATi ก็จะทำหน้าที่สนับสนุนเทคโนโลยี

“รังสิมา” ย้ำว่า EGATi ทำหน้าที่เป็นกลไกของ กฟผ.ในการลงทุนต่างประเทศ ดังนั้นภารกิจของเราก็จะช่วยสร้างความมั่นคง และนำรายได้กลับมาให้ประเทศไทย ทำให้ กฟผ.ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแม่ มีเม็ดเงินนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน มีเม็ดเงินในการดูแลประชาชน และรักษาเสถียรภาพค่าไฟฟ้า

…………………………………

คอลัมน์ : เข็มทิศพลังงาน

โดย…“ศรัญญา ทองทับ”

สนับสนุนโดย…บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img