“…..ขอให้แยกแยะระหว่างการตั้งคำถามเพื่อความเข้าใจ กับการกล่าวโทษโดยใช้อารมณ์ แต่ควรหลีกเลี่ยงการสื่อสารที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประเทศ ขออย่าได้หลงเชื่อ หรือขยายข่าวที่ก่อให้เกิดความกลัว ความเกลียดชัง หรือความแตกแยกในสังคม….”
@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 3 ม.ค.69 เข้าสู่ปีใหม่ ขอให้ประเทศไทยกลับสู่สถานการณ์ความสงบ และของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวของทหารที่ไปปกป้องชายแดนไทย คงจะอยากเห็นคนในครอบครัวได้กลับสู่อ้อมอกของครอบครัวอีกครั้ง
@@@……ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา…..พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวว่า ภายหลังจากที่ฝ่ายไทยและกัมพูชาได้มีถ้อยแถลงร่วมฯ และดำเนินการตามกรอบความตกลงร่วมกันนั้น รัฐบาลและกองทัพไทย ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ ตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ขอเรียนให้ประชาชนเข้าใจว่า การหยุดยิงและการลดระดับความตึงเครียดตามถ้อยแถลงร่วม มิได้หมายถึงการหยุดเตรียมพร้อมตามหลักสากล ทุกกองทัพในโลก ยังคงรักษาความพร้อมอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศตนตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ หากมีการละเมิดข้อตกลง หรือสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
@@@……ในขณะเดียวกัน ขอแจ้งเตือนว่า ในห้วงเวลานี้ พบว่า มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวลือ และการตั้งคำถามบางลักษณะในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจมุ่งสร้างความตื่นตระหนก ความโกรธหรือความไม่ไว้วางใจระหว่างคนไทยด้วยกันเอง ขอเน้นย้ำว่า ความกลัวและความแตกแยก คือเป้าหมายของสงครามข้อมูลข่าวสาร ซึ่งมิใช่ผลประโยชน์ของประเทศไทย จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ขอให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อ ขอให้แยกแยะระหว่างการตั้งคำถามเพื่อความเข้าใจ กับการกล่าวโทษโดยใช้อารมณ์ สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างสร้างสรรค์ แต่ควรหลีกเลี่ยงการสื่อสารที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประเทศ ขออย่าได้หลงเชื่อ หรือขยายข่าวที่ก่อให้เกิดความกลัว ความเกลียดชัง หรือความแตกแยกในสังคม
@@@……ขอเรียนย้ำว่า หลังจากมีถ้อยแถลงร่วมฯ เกิดขึ้น มิได้หมายถึงว่า เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความอ่อนแอ แต่เป็นช่วงเวลาที่สังคมไทยต้องใช้สติ ความเข้าใจ และความร่วมมือร่วมใจกัน ประเทศไทยจะยืนหยัดได้อย่างมีศักดิ์ศรี ด้วยความเป็นเอกภาพของประชาชน การดำเนินการอย่างมีวุฒิภาวะ และการยึดมั่นในหลักกฎหมายและมาตรฐานสากล ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ร่วมกันดูแลความมั่นคงของชาติ และขอความร่วมมือ ให้ติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการเป็นหลัก

@@@……ตรวจเยี่ยม…..นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานของกำลังพลแนวหน้าตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยัง ฐานปฏิบัติการภูหลวง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งตรวจสภาพภูมิประเทศและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลในพื้นที่ จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยัง จุดผ่านแดนปากช่องจอม และ พื้นที่ปราสาทคณา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกำลังป้องกันชายแดน และรับฟังรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนโดยตรง

@@@……ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจแก่กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน และเข้มแข็ง พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแนะนำกำลังพลให้ยึดมั่นในขวัญกำลังใจและพลังทางจิตใจ โดยได้กล่าวถึง คาถาของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ซึ่งเป็นคาถาที่ตนเองใช้ท่องเป็นประจำ “นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา” สวด 9 จบ และได้ตั้งไว้ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและเสริมพลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรมช.กลาโหม ได้ร่วมพบปะให้กำลังใจกำลังพล และมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจ เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องต่อประเทศชาติและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน

@@@……จากกรณีที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) ออกประกาศโดยระบุว่าการสู้รบกัมพูชา-ไทย จำนวน 2 ครั้งในปี 2568 นี้ กองทัพไทยได้ใช้วัตถุระเบิดหลายประเภท เช่น ลูกระเบิดทิ้งจากเครื่องบิน, ระเบิดพวง (ระเบิดลูกปราย), ระเบิดควันพิษ (สารเคมี), กระสุนปืนใหญ่ทุกประเภท, ระเบิดขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถคำนวณได้ต่อดินแดนกัมพูชา ทั้งในพื้นที่สู้รบ ที่ตั้งทางทหาร และเป้าหมายพลเรือน เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล วัด ชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรม เป็นต้น พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงต่อกรณีถ้อยแถลงของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) ดังนี้ 1.ประเด็นความกังวลต่อวัตถุระเบิดจากฝ่ายไทย กองทัพบกขอยืนยันว่า การใช้กำลังของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลักยุทธวิธีและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเป้าเฉพาะเป้าหมายทางทหารที่มีความจำเป็นทางยุทธการ มีการควบคุมทิศทาง ระยะ และผลกระทบอย่างรัดกุม ไม่ใช่การใช้อาวุธในลักษณะสุ่มเสี่ยงหรือกระจายโดยไม่เลือกเป้าหมาย จึงไม่ใช่สถานการณ์ที่ควรสร้างความตื่นตระหนกต่อประชาชน
@@@…… 2.ประเด็นระเบิดลูกปรายและอาวุธเคมี กองทัพบกยืนยันว่า ไม่มีการใช้อาวุธเคมีหรือสารพิษใด ๆ ตามที่มีการกล่าวอ้าง และการเชื่อมโยงฝ่ายไทยกับอาวุธต้องห้ามดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อมูลซ้ำซาก ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงระเบิดลูกปราย กองทัพบกขอย้ำว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยไม่ก่อให้เกิดวัตถุระเบิดตกค้างที่เป็นอันตรายต่อประชาชนตามที่ถูกกล่าวอ้าง 3.ประเด็นวัตถุระเบิดตกค้างในพื้นที่พลเรือน ข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดในปัจจุบันคือ การตรวจพบวัตถุระเบิดและกระสุนตกค้างจำนวนมากอยู่ในพื้นที่พลเรือนฝั่งไทย ทั้งในชุมชน บ้านเรือน วัด โรงเรียน โรงพยาบาล และพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นผลจากการกระทำของฝ่ายกัมพูชาเอง กองทัพบกจึงเห็นว่า ประเด็นด้านความปลอดภัยของประชาชนควรเริ่มจากการยอมรับข้อเท็จจริง และความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง มากกว่าการกล่าวโทษหรือบิดเบือนข้อมูลต่อสาธารณะ
@@@……โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า การปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทยดำเนินไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความจำเป็นทางยุทธการ และการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของประชาชนและการคุ้มครองพื้นที่พลเรือน การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือบิดเบือน ไม่เพียงไม่สะท้อนความเป็นจริงในพื้นที่ แต่ยังเสี่ยงต่อการสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อความปลอดภัยหรือเสถียรภาพในระยะยาว กองทัพบกจึงขอให้ทุกฝ่ายยึดถือข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบได้เป็นหลัก และร่วมกันลดการใช้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองฝ่าย

@@@……กองทัพเรือ….พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลกองป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ณ ฐานปฏิบัติการบ้านท่าเส้น (กาสิโนทมอดา) และฐานปฏิบัติการบ้านหนองรี (บ้านสามหลัง) เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญและมอบกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ โดยมี พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผบ.กปช.จต. นำตรวจพื้นที่ การตรวจเยี่ยมครั้งนี้สะท้อนถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาที่มีต่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของกำลังพล พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของกองทัพเรือในการปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงของชาติ โดยยังคงติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ภายใต้กรอบข้อตกลงหยุดยิง ด้วยความรอบคอบ ไม่ประมาท และดำรงความพร้อมของกำลังรบอย่างต่อเนื่อง

@@@……ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้ตรวจภูมิประเทศและฐานที่มั่นทางทหารเดิมของฝ่ายตรงข้าม ติดตามการสถาปนาความมั่นคงของฝ่ายเรา การจัดวางกำลัง การเสริมความแข็งแรงของแนวป้องกัน และการควบคุมพื้นที่สำคัญ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้าในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยแก่กำลังพลและประชาชน นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้พบปะ พูดคุย และให้กำลังใจกำลังพลในแนวหน้า พร้อมชื่นชมในความเสียสละ ความอดทน ความมีวินัย และความเป็นมืออาชีพของกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ยึดมั่นในคำสั่ง และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ โดยได้เน้นย้ำให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ มีสติ และยึดถือระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม กองทัพเรือยึดมั่นในหลักการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ควบคู่กับการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงหยุดยิง พร้อมสนับสนุนหน่วยกำลังในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ การแพทย์ และการส่งกำลังบำรุง เพื่อให้กำลังพลสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเต็มขีดความสามารถ

@@@……ตามที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งลดจำนวนอุบัติเหตุจากการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 นั้น กองทัพไทย โดย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ได้ร่วมกันจัดตั้งจุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 ภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ด้วยการจัดตั้งจุดบริการประชาชนในห้วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อดูแล อำนวยความสะดวก และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง

@@@……สำหรับการจัดตั้งจุดบริการประชาชนในครั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดตั้งจุดบริการประชาชน จำนวน 34 จุด ประกอบด้วย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำนวน 31 จุด บนเส้นทางสายหลักและเส้นทางสายรอง รวมถึงจังหวัดที่เป็นเส้นทางหลักซึ่งมีการเดินทางหนาแน่น และจุดตรวจสภาพยานพาหนะ จำนวน 3 จุด โดย โรงเรียนช่างฝีมือทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ จำนวน 1 จุด และกรมยุทธบริการทหาร จำนวน 2 จุด
ขณะเดียวกัน กองทัพบก ได้จัดตั้งจุดบริการประชาชน จำนวน 87 จุด ครอบคลุมตลอดเส้นทางที่มีการสัญจรหนาแน่น กองทัพเรือ ได้จัดตั้งจุดบริการประชาชน จำนวน 76 จุด ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จันทบุรี และตราด และกองทัพอากาศ ได้จัดตั้งจุดบริการประชาชน จำนวน 13 จุด ได้แก่ จุดบริการประชาชนที่ตั้งดอนเมือง บริเวณท่าจอดรถต่างจังหวัดตรงข้ามศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จังหวัดปทุมธานี รวมถึงกองบินที่ 1–7 กองบิน 21, 23, 41, 46 และ 56 ตลอดจนสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในภาพรวมของกระทรวงกลาโหม ผ่านการบูรณาการกำลังพล ทรัพยากร และการประสานงานเชิงนโยบาย เพื่อเสริมความต่อเนื่องในการอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย และสนับสนุนการดำเนินงานของจุดบริการประชาชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสำคัญของประเทศ
@@@……การดำเนินการดังกล่าว เป็นการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยสูงสุดระหว่างการเดินทาง ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยให้บริการอย่างครบวงจร อาทิ จุดพักรถ การให้คำแนะนำการใช้เส้นทาง การบริการเครื่องดื่ม การบริการตรวจสภาพและซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ การบริการสุขา และการบริการทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 อย่างเป็นรูปธรรม

@@@……ทั้งนี้ กองทัพไทย ขอเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลความปลอดภัย และส่งต่อความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนตลอดการเดินทางในห้วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์ และขอมอบของขวัญแก่ประชาชนในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ผ่านจุดบริการประชาชนเนื่องในเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ เพื่อร่วมส่งมอบความปรารถนาดี และสร้างความอุ่นใจให้แก่พี่น้องชาวไทยในการเดินทางกลับภูมิลำเนา ด้วยความสวัสดิภาพตลอดเทศกาลแห่งความสุขนี้
…………..
…………..
คอลัมน์ : “Military Key”
โดย.. “รหัสมอร์ส”



















