หน้าแรกCOLUMNISTSเหลียวหลังแลหน้า-การเมืองปีม้าไฟ!! เปิดดีลฟอร์ม“จัดตั้งรัฐบาล”แต่หัววัน

เหลียวหลังแลหน้า-การเมืองปีม้าไฟ!! เปิดดีลฟอร์ม“จัดตั้งรัฐบาล”แต่หัววัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ทุก ๆ ปี การเมืองไทยจะมีจุดพีก-จุดไคลแมกซ์ ที่ไม่มีใครคาดการณ์ไว้ก่อนเกิดขึ้นเสมอ!!!

อย่างปีที่แล้ว 2568 ตั้งแต่ช่วงต้นปีไปจนถึงเดือนที่ 6 “มิถุนายน” เก้าอี้นายกฯ ของ “แพทองธาร ชินวัตร” ยังมั่นคง สั่นคลอนยาก ไม่มีสถานการณ์ใด ๆ ที่บ่งบอกออกมาก่อนเลยว่า “อิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร” จะปิดฉากการเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วย “คลิปเสียงปลิดชีพตัวเอง” กับบทสนทนากับ “ฮุน เซน” จนทำให้ต้องหลุดจากนายกฯ จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 29 ส.ค.2568

รวมถึงใครเลยจะคาดคิดว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่มีเสียง สส. เป็นอันดับ 3 ในสภาฯ รองจาก “พรรคประชาชน (ปชน.)-พรรคเพื่อไทย (พท.)” จะขึ้นมาเป็นนายกฯ จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ตามด้วยการยุบสภาฯ 12 ธ.ค.2568 เพราะแม้ก่อนหน้านั้น โหรหลายสำนักชี้เปรี้ยง “โหงวเฮ้ง-ดวงอนุทิน” ถึงเก้าอี้นายกฯ แน่ แต่ก็คงไม่มีใครคาดคิดว่า จะมาในจังหวะแบบนี้

เช่นเดียวกัน หากย้อนดูคำทำนายดวงเมือง-การเมืองไทย ของโหรทุกสำนักเมื่อต้นปี 2568 จะพบว่า ไม่มีโหรรายใด ทำนายตรง ๆ ว่า ไทยกับกัมพูชา จะเกิดฉากรบกันถึง 2 รอบ จนทำให้ทั้งสองฝ่ายสูญเสียทั้งทหาร-ประชาชน จำนวนมาก การเมืองไทยแต่ละปี จึงมักเกิดเหตุการณ์ที่หลายคนไม่คาดคิดขึ้นได้ตลอด

สำหรับ การเมืองไทยปี 2569 ที่ตรงกับ ปีมะเมีย-ปีม้าธาตุไฟ ที่บางคนก็เรียก “ปีม้าไฟ” ก็เป็นอีกหนึ่งปี ที่เชื่อว่า การเมืองไทยจะเกิดเหตุการณ์อะไรหลายอย่างขึ้น แบบหลายคนคาดไม่ถึงเช่นกัน แต่หากวิเคราะห์ถึงการเมืองไทยปีนี้ จะมีทิศทางอย่างไร

ก็ต้องบอกว่า หาก “เหลียวหลัง-แลหน้า” จากปี 2568 ที่ผ่านมา จนมาถึงปีนี้ 2569 จะพบว่า…

ไฮไลต์-ฉากใหญ่การเมืองไทยเรื่องใหญ่ ๆ ในปีนี้ เป็นผลต่อเนื่องมาจากการเมืองไทยปีที่แล้ว โดยหากตัดเรื่อง “สถานการณ์ไทย-กัมพูชา” ที่แม้ตอนนี้จะมีการหยุดยิงไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ก็ยังวางใจไม่ได้ หลายเสียงพูดตรงกัน “สงครามยังไม่จบ” การรบรอบที่ 3 มีโอกาสเกิดขึ้นสูง เมื่อ “ฮุน เซน” เห็นว่าพร้อมรบและต้องการทวงคืนพื้นที่ ซึ่งทหารไทยยึดคืนมาได้ “ฮุน เซน” มันเอาแน่ เตรียมก่อกวนยั่วยุไทยไม่ช้าก็เร็วในปีนี้!

โดยหากไม่นับเรื่องไทย-กัมพูชา ฉากใหญ่เรื่องสำคัญที่สุด ของการเมืองไทยปีนี้ที่เป็นผลต่อเนื่องจากปีที่แล้วก็คือ…

การเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ที่จะเป็น “ฉากใหญ่-ชี้ชะตาประเทศไทย”

ซึ่งชั่วโมงนี้ ทุกกระแสเสียงยังเชื่อว่า “พรรคส้ม-พรรคประชาชน” ยังน่าจะได้ สส.ทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์ รวมกันแล้วมากกว่า “พรรคสีน้ำเงิน-พรรคภูมิใจไทย” แต่คงไม่ถึงกับจะได้ สส.เกินกึ่งหนึ่ง หรือแลนด์สไลด์อย่างที่พยายามปั่นกระแส

กระนั้นโอกาสพลิก…มันก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน แม้ดูแล้ว การที่ “ภูมิใจไทย” จะมาเป็นพรรคอันดับ 1 เอาชนะ “พรรคส้ม” เพื่อสร้างความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลทันทีหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง ถึงตอนนี้จับกระแสแล้ว ยังน่าจะยากอยู่

เว้นเสียแต่ โค้งสุดท้าย…จะเกิดกระแสเรียกร้องให้ “ฝ่ายไม่เอาส้ม-ไม่ยอมรับแดง-ไม่เอาเพื่อไทย-ไม่ยอมรับทักษิณ ชินวัตร” รวมถึง “พวกพลังเงียบ-ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร”

โดยหากในช่วงโค้งสุดท้าย “กลุ่มพลังเงียบ” ต่างเทเสียงไปให้ “พรรคสีน้ำเงิน” ทั้งหมด ไม่มีเบี้ยหัวแตกไปให้พรรคอื่น เช่น “พรรคประชาธิปัตย์-พรรครวมไทยสร้างชาติ-พรรคไทยภักดี-พรรคพลังประชารัฐ-พรรคเศรษฐกิจ” รวมถึง เรียกร้องอย่า“โนโหวต” แต่ให้เลือก “พรรคสีน้ำเงิน” ไปแบบเป็นกอบเป็นกำไปเลย เพื่อให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกฯ และพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ประเมินไว้ก่อนว่า หากกระแส…เทเสียงให้ “สีน้ำเงิน” ไปให้หมด เพื่อให้ชนะขาด “สีส้ม” ถ้ากระแสนี้แรงจริง ปลุกขึ้น ก็ไม่แน่ “พรรคภูมิใจไทย” อาจพลิกเบียด “พรรคประชาชน” แบบสูสีก็ได้ หรือหากมาเป็นที่ 2 แต่แพ้ไม่มาก ห่างกันไม่เกิน 15-20 เสียง โดยช่วงแรก “พรรคภูมิใจไทย” ก็ต้องยอมให้ “พรรคประชาชน” เดินเกมตั้งรัฐบาลก่อนตั้งแต่คืนวันที่ 8 ก.พ.69 ตามมารยาท

แต่ในทางลับ ก็อาจมี “สัญญาณพิเศษบางอย่าง” สั่ง “บล็อก” บางพรรคการเมืองเอาไว้ ไม่ให้ไปตั้งรัฐบาลกับ “พรรคส้ม” โดยเฉพาะพรรคตัวแปร “พรรคเพื่อไทย” จน “พรรคประชาชน” รวมเสียงได้ไม่เกินกึ่งหนึ่ง แม้จะพยายามทุกทาง ซึ่งหากรวมเสียงไม่ได้ ก็ถึงคิวของ “พรรคภูมิใจไทย-อนุทิน” แล้วที่จะเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลแทน ถ้าทุกอย่างเดินไปตามแผนที่วางกันไว้ ก็อาจทำให้ “อนุทิน” คัมแบ็กนายกฯ รอบ 2 ได้

อย่างไรก็ตาม สูตรให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาลก่อน แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ จากนั้นพรรคภูมิใจไทยถึงค่อยตั้งรัฐบาล มันก็อาจเกิดการพลิกผันขึ้นได้เช่นกัน ถ้ามีข้อเสนอบางอย่างที่ทำให้ “ผู้ได้รับข้อเสนอ” ปฏิเสธไม่ลง

เช่น พรรคประชาชนพยายามตั้งรัฐบาลแล้ว แต่ตั้งไม่ได้ ได้เสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพราะพรรคตัวแปรอย่าง พรรคเพื่อไทยไม่ยอมมา ขณะที่พรรคอื่น ๆ เช่น พรรคกล้าธรรม ของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” พรรคส้มก็ไม่ดึงมาร่วมรัฐบาลด้วยอยู่แล้ว แต่พรรคประชาชนก็อาจไม่ยอมเป็นฝ่ายค้านง่าย ๆ อาจยอมยื่นเงื่อนไข ให้แคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทย อย่าง “ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ขึ้นเป็นนายกฯ แล้วมีพรรคประชาชนร่วมรัฐบาล โดยหากเพื่อไทยได้มาสัก 100 ที่นั่งขั้นต่ำ มาเป็นพรรคอันดับ 3 แล้วได้เงื่อนไขเก้าอี้นายกฯ มาประเคนให้ มีหรือที่ “เพื่อไทย” จะไม่ยอมรับ?

แม้ “พรรคเพื่อไทย-ทักษิณ ชินวัตร-ตระกูลชินวัตร” จะต้องเสี่ยงกับการตั้งรัฐบาลกับ “พรรคประชาชน” ที่อาจ…จะต้องเจออะไรบางอย่างตามมา แต่ถ้าคนในเครือญาติตระกูล “ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์” อย่าง“ยศชนัน” ได้เป็นนายกฯ ในเวลาอันรวดเร็ว และเมื่อเป็นนายกฯ แล้ว ก็คุมอำนาจการยุบสภาฯ ไว้ในมือ มันก็ไม่แน่เช่นกันที่ “พรรคเพื่อไทย” ก็อาจพลิกไปร่วมตั้งรัฐบาลกับ “พรรคประชาชน” แล้วก็ไปดึงบางพรรคมาเสริมอีก เช่น พรรคประชาชาติ-พรรครวมไทยสร้างชาติ สูตรตั้งรัฐบาลแบบนี้ ก็ใช่ว่าจะปิดประตูตาย

แม้สูตรที่จะมีการบล็อกไม่ให้พรรคเพื่อไทยไปตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน จนพรรคประชาชนตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ ก็ไม่แน่อีกเช่นกัน หาก “อนุทิน-พรรคภูมิใจไทย” ขึ้นมาตั้งรัฐบาลแทน แต่ก็ยังรวมเสียงได้ไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพราะ “พรรคเพื่อไทย” ก็เล่นแง่ ไม่ยอมจับกับ “พรรคภูมิใจไทย” แบบง่าย ๆ เพราะถือว่าต่อรองได้ จน “พรรคภูมิใจไทย” ก็รวมเสียงได้ไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพราะพรรคประชาชนก็ไม่ยอมจับมือกับพรรคภูมิใจไทย มันก็ไม่แน่เช่นกัน หากพรรคภูมิใจไทยต้องการตั้งรัฐบาลให้จบเร็ว ก็อาจเสนอเก้าอี้นายกฯ ให้พรรคเพื่อไทย แต่โควตาประธานรัฐสภา ยังเป็นของพรรคภูมิใจไทย มันก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน

รวมถึงก็อาจมีสถานการณ์พลิกผันเกิดขึ้นบางอย่างได้เช่นกัน เช่น…ก็ไม่แน่อีกว่า การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง หากสุดท้าย เสียงโหวตตั้งนายกฯ ถ้า “สองฝั่ง” เสียงมันก้ำกึ่งกันจริง ๆ อาจได้เห็น “งูเห่าออกมาเลื้อย” ตอน “โหวตนายกฯ-ตั้งรัฐบาล” ก็ได้ เพราะตอนโหวต “นายกฯ อนุทิน” ปีที่แล้ว ยังจำกันได้ใช่ไหม ที่มี “งูเห่า-สส.แหกมติพรรค” ไปโหวตให้ “อนุทิน” เป็นนายกฯ กันก็หลายคน ทั้งจาก “เพื่อไทย-รวมไทยสร้างชาติ-ประชาธิปัตย์” ของแบบนี้ประวัติศาสตร์มันก็อาจกลับมาซ้ำรอยได้อีกรอบ!

อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า “สมการ-สูตรตั้งรัฐบาล-โหวตนายกฯ ข้างต้น” มันอาจไม่เกิดขึ้นเลย หากพรรคที่ได้เสียงอันดับ 1 ไม่ว่าจะเป็น “พรรคประชาชน” หรือ “พรรคภูมิใจไทย” ได้สส.หลังเลือกตั้งขั้นต่ำ 180 หรือขั้นต่ำ 200 ที่นั่งยิ่งดี ถ้าพรรคไหนทำได้ การจัดตั้งรัฐบาลก็จบเร็ว การต่อรองจากพรรคต่าง ๆ จะเกิดขึ้นยาก มีแต่จะวิ่งเข้าหาแกนนำทั้ง 2 พรรค เพื่อขอร่วมรัฐบาล ไม่อยากเป็นฝายค้าน พรรคไหนดีลช้า ก็ตกขบวน

ท่ามกลางกระแสข่าว แกนนำบางพรรคบางขั้ว “เปิดดีล” คุยกันเบื้องต้นแล้ว หลังเที่ยงคืน 8 ก.พ. จะตั้งรัฐบาลร่วมกัน!!

……………………………………………

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย…“พระจันทร์เสี้ยว” 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img