นายใหญ่“ทักษิณ”ใกล้พ้นถูกจองจำ พรรค“เพื่อไทย”ยังอยู่ใต้เงา“ชินวัตร”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

เดือนหน้า พฤษภาคม ข่าวของ “ทักษิณ ชินวัตร” จะกลับมาอยู่บนพื้นที่สื่ออีกครั้ง หลังเกือบเจ็ดเดือนกว่าที่ผ่านมา หากไปจากพื้นที่สื่อ

เพราะวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.นี้ ทักษิณ จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษทั่วไปเพื่อคุมประพฤติเพราะครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี หรือ 8 เดือน

โดยมีรายงานว่า คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม จะมีการประชุมกันวันพุธที่ 29 เม.ย.นี้ เพื่อพิจารณา การพักการลงโทษเพื่อให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด ที่มีชื่อของทักษิณ อยู่ด้วย หลังก่อนหน้านี้ ผ่านการพิจารณามาตามลำดับขั้นตอนจากคณะกรรมการพักการลงโทษของเรือนจำกลางคลองเปรม และตามด้วยคณะกรรมการพักการลงโทษของกรมราชทัณฑ์ จนส่งมาที่คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม

สำหรับการพิจารณาการให้พักโทษกับทักษิณและนักโทษคนอื่นที่ถูกส่งชื่อไปให้กรรมการฯ กรรมการจะพิจารณาโดยดูจากข้อมูลต่าง ๆ มาประกอบ เช่น พฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี มาพิจารณาประกอบ

ซึ่งเมื่อคณะกรรมการฯพิจารณาเห็นชอบให้มีการพักโทษ และมีคำสั่งให้ปล่อยตัวนักโทษ จะต้องแจ้งต่อผู้บัญชาการเรือนจำ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร

ที่ดูจากลำดับขั้นตอนการพิจารณา และข่าวที่ปรากฏ ก็คือ ไม่มีอะไรพลิก “ทักษิณ” จะได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำวันที่ 11 พ.ค.นี้ แน่นอน

โดยหลังทักษิณ ออกมาแล้ว ก็คงเก็บเนื้อเก็บตัวสักระยะ จากนั้น พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ยังไง ทักษิณ ได้โผล่ออกมาโลดแล่นในบริบทการเมืองไทยแน่นอน เพียงแต่รอบนี้ คงไม่เหมือนครั้งที่แล้ว เพราะตอนออกจาก รพ.ตำรวจชั้น 14 ช่วงนั้น เป็นยุครัฐบาลเพื่อไทย “ทักษิณ” ก็คอยออกมากำกับ-สั่งการ รัฐบาลเศรษฐา ทวีสินและรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร แบบเปิดเผย เช่นมีการไปร่วมประชุมสัมมนากับสส.เพื่อไทยอย่างเปิดเผย รวมถึงการให้สัมภาษณ์ทางการเมือง ในการแนะนำสั่งการรัฐบาลเช่นการออกมาตำหนิการทำงานของกระทรวงมหาดไทยยุคอนุทิน เป็นรมว.มหาดไทย จนสุดท้าย ก็สั่งให้เพื่อไทย ยึดคืนมหาดไทยจากภูมิใจไทย จนเกิดการแตกหักกันเกิดขึ้น ภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล รวมถึงการออกมาให้ความเห็นทางการเมืองอีกหลายสิบครั้ง เช่น เรื่องยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะกลับประเทศไทย -การสนับสนุนนโยบายการเปิดกาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจร -การสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้านโยบายดิจิทัลวอลเล็ต แจกเงินหมื่น-การออกมาพูดถึงปัญหาไทย-กัมพูชา-การไปช่วยผู้สมัครนายกฯอบจ.ของเพื่อไทยหาเสียง เช่น ที่เชียงราย ศรีสะเกษ  เป็นต้น

แต่เมื่อยุคนี้ เป็นยุครัฐบาล ภูมิใจไทย ทักษิณ จะไปทำแบบสมัยเพื่อไทยก็ไม่ได้ ขืนล้ำเส้นมากเกินไป อนุทิน ปรับเพื่อไทยออก แล้วดึงกล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลแทน เพื่อไทย จะกลายเป็นฝ่ายค้าน จะพากันแย่กันไปหมด แต่ด้วยนิสัยและดีเอ็นเอของทักษิณ ที่การเมืองเข้าเส้น ยังไง หลังออกมาแล้ว ได้เห็น ทักษิณ เคลื่อนไหวและคอมเมนต์ประเด็นการเมืองแน่ แต่จะต้องรักษารูปมวยพอสมควร จะโฉ่งฉ่างแบบยุครัฐบาลเพื่อไทยไม่ได้แล้ว

ส่วนการขยับของ “พรรคเพื่อไทย” พบว่าเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยให้ครบตามจำนวน ไม่มีอะไรให้เป็นที่กล่าวถึงทางการเมือง เพราะหลายคน ก็เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ขณะที่บางคนที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามา หลายคนก็เคยเป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยมาก่อนในช่วงก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 แต่ได้ลาออกไปช่วงหาเสียงเลือกตั้งโดยเฉพาะพวกที่ลงสมัครระบบเขตเลือกตั้ง  อันเป็นแท็กติกที่เพื่อไทยป้องกันไว้ เพราะคนที่ลงสมัครสส.ระบบเขต จะถูกร้องเรียนว่าทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งได้ง่ายกว่าคนที่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งหากโดนร้องเรียนขึ้นมาและกลายเป็นคดีขึ้นมา ก็อาจเสี่ยงนำไปสู่การถูกร้องยุบพรรคได้ แต่เมื่อตอนนี้ การหาเสียงจบสิ้นลงแล้ว บางคนก็ชนะการเลือกตั้ง ได้กลับเข้ามาเป็นสส.เช่น จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด แต่บางคน ก็แพ้การเลือกตั้งสอบตก เช่น สรวงศ์ เทียนทอง ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ดังนั้นเมื่อเข้าสู่โหมดการเมืองปกติ จึงมีการตั้งให้กลับมาเป็นกรรมการบริหารพรรคต่อไป  

สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริหารชุดใหม่และหน้าที่ความรับผิดชอบ มีทั้งสิ้น 29 คน ประกอบด้วย 1.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค 2.นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค ด้านกฎหมาย 3.นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวพรรค ด้านวิชาการ 4.นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคด้านข้อมูลและกิจการพิเศษ 5.นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคด้านการต่างประเทศ 6.นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคด้านกิจการสภา 7.นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคเหนือบน 8.น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคเหนือล่าง 9.นางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคอีสานบน 10.น.ส.จิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคอีสานกลาง เป็นต้น

แต่ที่หลายคนฮือฮากันทางการเมือง ก็คือการที่ มีการตั้ง “คณะที่ปรึกษาพรรค” ที่ประกอบไปด้วยระดับแกนนำ-คีย์แมนเพื่อไทย ตัวจริงเสียงจริง อยู่ในคณะที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย

โดยมีรายชื่อดังนี้ แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลูกสาวทักษิณ –ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.อุดมศึกษาฯ หลานทักษิณ ลูกเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ –สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่เคยเป็นผอ.เลือกตั้งพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา –สมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งรอบนี้ ไม่ได้เป็นทั้งรัฐมนตรีและสส. แต่ก็ผลักดันลูกสาว ที่เป็นสส.สมัยแรก ณัฐธิดา เทพสุทิน ไปเป็นรองหัวหน้าพรรค และประธานภาคเหนือล่าง ดูแลพื้นที่อย่างสุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เป็นต้น –ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ อดีตรมว.มหาดไทย อดีตรมว.กลาโหม ซึ่งบทบาททางการเมืองในเพื่อไทย ชื่อนี้ไม่ต้องพูดถึงมาก เพราะมีบทบาทอย่างมากมาตั้งแต่ยุคตั้งพรรคไทยรักไทยตอนปี 2544 และปัจจุบัน ก็ยังมีบทบาทอยู่แม้จะแก่ชราไปมาก และไม่มีตำแหน่งการเมืองใด ๆ –นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกฯ ซึ่งรู้กันดีว่าเป็นอีกหนึ่งสายตรงของทักษิณ และ เทวัญ ลิปตพัลลภ อดีตสส.หลายสมัย น้องชายสุวัจน์ที่ย้ายมาจากพรรคชาติพัฒนาในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยลงสมัครระบบปาร์ตี้ลิสต์แต่อันดับยังไม่ถึง

ตามข่าวที่ออกมาก็คือ บทบาทของคณะที่ปรึกษาพรรค จะทำหน้าที่เหมือนกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทยในอดีต ซึ่งในอดีตคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค จะมีบทบาทในพรรคเพื่อไทยอย่างมาก และต้องถือว่า พรรคเพื่อไทย คือพรรคการเมืองแรกให้มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค จนต่อมาหลายพรรคการเมือง ก็เดินตามรอย มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ตามโมเดลที่เพื่อไทยเคยทำ

ส่วนว่า กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยในอดีตสำคัญอย่างไร ก็ดูที่รายชื่อคนที่เคยเป็นประธานมาแล้วเช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมัยเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ตอนเลือกตั้งปี 2562 -ชัยเกษม นิติศิริ อดีตแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ตอนเลือกตั้งปี 2566 เป็นต้น

เรียกได้ว่า หลายคนเห็นชื่อคณะที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยแล้ว ต่างบอกตรงกันว่า เป็นบอร์ด-กรรมการที่มีอำนาจและมีบทบาทมากกว่า กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยด้วยซ้ำ

ยิ่งเมื่อดูจากรายชื่อที่มีคนในเครือข่ายตระกูล “ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์” สองคนคือแพทองธาร และยศชนัน ก็ยิ่งชัดว่า ยังไง “ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์” ก็ยัง ควบคุมคอนโทรลทุกอย่างในพรรคเพื่อไทย

และยิ่ง ทักษิณ ออกมาจากคุก ก็จะกลับมาคอนโทรลเพื่อไทย ได้เต็มตัวมากขึ้นกว่าตอนอยู่ในคุก ความเคลื่อนไหวของเพื่อไทยต่อจากนี้ จึงน่าติดตามว่า จากการที่มีคนของเพื่อไทย เข้าไปเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลแปดคน และมีสส.ในสภาฯ 78 คน รวมถึงทักษิณ กลับมาแล้ว

 สุดท้าย เพื่อไทย จะสามารถกลับไปมีสส.เกินหนึ่งร้อยที่นั่งได้หรือไม่ ในการเลือกตั้งรอบหน้า

…………………

คอลัมน์….“ส่องป้อมค่ายการเมือง”

โดย….“พระจันทร์เสี้ยว” 

                                                                                   

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img