กลายเป็นข่าวใหญ่ เมื่อ “วรวัฒน์ นาคแนวดี” หรือ “แอ็คมี่” ที่อ้างตัวเป็น มหาเศรษฐีพันล้าน สร้างภาพลักษณ์ความมั่งคั่งเพื่อดึงดูดนักลงทุน ก่อนจะถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการหลอกลวง มูลค่ามหาศาล กว่า 1 พันล้านบาท พอสรุปพฤติกรรมฉ้อโกง ที่เป็นรูปแบบซ้ำ ๆ เดิม ๆ ได้ดังนี้
1.การสร้างโปรไฟล์และภาพลักษณ์เพื่อสร้างความเชื่อถือ
สร้างภาพลักษณ์มหาเศรษฐีคริปโต : “วรวัฒน์” มักนำเสนอตัวเองในฐานะ “เทพคริปโต” หรือ “วาฬบิตคอยน์” ที่รวยที่สุดในไทย โดยอ้างว่าถือครองบิตคอยน์จำนวนมหาศาล
ใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงสร้างเครดิต : เขามักถ่ายภาพคู่กับบุคคลสำคัญระดับโลก รวมทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย และผู้นำประเทศในแถบตะวันออกกลางเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตนเอง
การใช้คำนำหน้าและกิจกรรมการกุศล : มีการใช้นำหน้าชื่อว่า “ดร.” และทำกิจกรรม CSR เช่น การบริจาคเงินและโลหิตให้สภากาชาดไทย รวมถึงเคยมีข่าวจะบริจาคหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดมูลค่า 100 ล้านบาท เพื่อสร้างภาพลักษณ์ “นักธุรกิจใจบุญ”

2.การชักชวนลงทุนและพฤติการณ์ที่เข้าข่ายหลอกลวง
การการันตีผลตอบแทนสูงเกินจริง : เขาชักชวนให้ประชาชนลงทุนในเหรียญดิจิทัล เช่น WOWBiT และ ACET ONLY โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงถึง 500 เท่า ของเงินลงทุน
การประกอบธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาต : ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษวรวัฒน์และบริษัท 1000X ในข้อหาประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (เช่น ศูนย์ซื้อขายหรือนายหน้า) โดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านเว็บไซต์ 1000x.live และระบบ ACTPAY
ความเชื่อมโยงกับโบรกเกอร์เถื่อน : เขาถูกระบุว่าเป็นตัวแทนหลักของแพลตฟอร์มการซื้อขายอย่าง 101FX และ 168FX ซึ่งถูกตรวจสอบว่าเป็นโบรกเกอร์เถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาต จนได้รับฉายาว่า “ลิงดำ”

3.พฤติกรรมเมื่อเกิดปัญหาและหลังการหลบหนี
อ้างเหตุผลการถอนเงินไม่ได้ : เมื่อถึงกำหนดจ่ายเงินคืนนักลงทุน (1 มีนาคม 2569) แต่ถอนเงินไม่ได้ เขาอ้างว่าระบบถูกแฮ็ก หรือติดขัดข้อกฎหมายฟอกเงินระหว่างประเทศ
การหลบหนีและข่มขู่เหยื่อ : ปัจจุบันวรวัฒน์ได้หลบหนีไปยังประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) และยังคงโพสต์ภาพใช้ชีวิตหรูหรา พร้อมทั้งมีการส่งข้อความด่าทอผู้เสียหายว่า “โง่” และข่มขู่ว่า การฟ้องร้องจะไม่มีทางชนะ เพราะตัวเองมีเงินและเส้นสาย
สรุปภาพรวม “พฤติกรรมแอ็คมี่” คือการใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและโปรไฟล์ทางสังคมที่หรูหรา มาสร้างความเชื่อมั่น เพื่อ “ระดมทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผิดกฎหมาย” จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนรวมมูลค่ากว่า 1,386 ล้านบาท
………………..
คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram



















