จากการตรวจสอบเอกสารบันทึกการประชุม ที่พบว่า “สว.นรเศรษฐ์ ปรัชญากร” ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯ หารือที่ประชุมกรรมาธิการเมื่อเดือนก่อน (17 มี.ค.) ในการขอมติให้ตรวจสอบคุณสมบัติ “ขนุน” อดีตผู้ต้องขังมาตรา 112 เพื่อดึงเข้ามาทำงานในคณะกรรมาธิการฯ
จากบันทึกการประชุม คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ครั้งที่ 9/2569 เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาพบว่า มีระเบียบวาระที่ 4.7 เรื่องการพิจารณาบรรจุแต่งตั้งบุคลากรช่วยงานกรรมาธิการ
โดย “นรเศรษฐ์ ปรัชญากร” ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้หารือต่อที่ประชุมถึงกรณี “สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ” หรือ “ขนุน” อดีตนักโทษคดี 112 ซึ่งปัจจุบันช่วยงานกรรมาธิการฯโดยไม่มีตำแหน่งเป็นทางการ และมิได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด
ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน และเขียนรายงานเรื่องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง โดยเหตุที่ยังไม่มีตำแหน่ง เนื่องจาก เคยเป็นผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 แต่ปัจจุบันได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้ว

และ “สิรภพ” มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ทาง “ประธานนรเศรษฐ์” จึงได้หารือกับ “รศ.นิฟาริด ระเด่นอาหมัด” รองประธานกรรมาธิการฯ คนที่ 1 โดยเห็นว่า ควรให้โอกาสผู้ที่กลับตัวได้เริ่มชีวิตใหม่ จึงเสนอให้หารือกรณีดังกล่าวไปยังสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อขอความเห็นทางกฎหมายว่า “ผู้ที่เคยต้องโทษแต่ได้รับอภัยโทษแล้ว สามารถดำรงตำแหน่งในกรรมาธิการได้หรือไม่” จึงเห็นสมควรหารือต่อที่ประชุมเพื่อมีมตินำเรื่องดังกล่าวหารือสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
และหากผลการพิจารณาเป็นประการใด จะนำเข้าหารือต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมาธิการ ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ ส่งบันทึกข้อความที่ขอให้สำนักกฎมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เสนอความเห็นต่อกรณีดังกล่าวเพื่อให้กรรมาธิการพิจารณาด้วย
โดยมติที่ประชุม ได้ร่วมพิจารณาแล้ว ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น
สำหรับ “ขนุน-สิรภพ” คือนักศึกษาที่ถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 จากกรณีปราศรัยในการชุมนุม 18 พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ เมื่อปี 2563 เกี่ยวกับบทบาทของสถาบัน และเขาเป็นเพื่อนสนิทกับ “รุ้ง-ปนัสยา”
ต่อมาวันที่ 25 มี.ค.67 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก “ขนุน” 2 ปี โดยถูกคุมขังรวมเป็นระยะเวลา 1 ปี 5 เดือน ตลอดช่วงที่ถูกคุมขัง เขาพยายามยื่นขอประกันตัวต่อศาลรวม 16 ครั้ง และเคยอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวเกือบ 1 เดือน จนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ไม่เคยได้รับการประกันตัว
จนกระทั่งวันที่ 27 ส.ค.68 “ขนุน-สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ-สมบัติ ทองย้อย-ธนพร-ทีปกร” ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ หลังเข้าหลักเกณฑ์ได้รับอภัยโทษ ตาม พ.ร.ฎ.อภัยโทษฯ ที่ออกมาช่วงปลายเดือนก.ค. ปีเดียวกัน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เคยลงบทสัมภาษณ์ “ขนุน” ว่า “สถานที่แห่งนี้ ผมต้องจำทนอยู่ สิ่งแวดล้อมที่ไม่อำนวยต่อการศึกษาหาความรู้ ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ต้องห่างไกลจากครอบครัวและหนังสือที่รัก สมควรแล้วหรือที่ต้องอยู่ในที่แห่งนี้”

“ขนุน” บอกด้วยว่า “ผมเป็นคนหนึ่งที่มีเป้าหมายในชีวิตค่อนข้างแน่นอน พูดในนามปัจเจก ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อายุเพิ่ง 24 แต่กลับถูกจองจำอย่างไม่เป็นธรรม ผมก็หวังเพียงได้อิสรภาพ ได้เรียนหนังสือ ได้กลับบ้าน ได้อ่านหนังสือในชั้นที่บ้าน ทำอาหารให้ ป๊ากับแม่กิน มีชีวิตเช่นคน ๆ หนึ่ง และผมอยากได้มันกลับคืนมา”
จนกระทั่งวันนี้ “ขนุน-สิรภพ” ได้ปรากฎเป็นข่าว ตามที่ประธาน กมธ.สิทธิมนุษยชน วุฒิสภา ได้มีมติหารือกับสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา /เพื่อขอความเห็นทางกฎหมาย ว่า “ขนุน” ที่เคยต้องโทษคดี 112 แต่ได้รับอภัยโทษแล้ว สามารถดำรงตำแหน่งในกรรมาธิการได้หรือไม่…ถือเป็นเรื่องที่ถูกหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า…เหมาะสมหรือไม่???
…………..
คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram



















