“ปัญหาที่แก้ได้ง่ายดายที่สุด กลับไม่มีรัฐบาลไหนทำได้สำเร็จ” โดยไม่ต้องไปพูดถึงแผนการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ที่เพิ่งปรับประกาศใช้ใหม่ ใครไล่พลิกอ่านไปทีละหน้าแล้วจะรู้สึกหว้าเหว่ประเทศไทยเสียจริงๆ
ปัญหานั้นคือสลากกินแบ่งรัฐบาลขายเกินราคา
คราวก่อนครม.เพิ่งมีมติตบโบนัสให้กับหน่วยงานนี้ชนิดค้านสายตาท่านผู้ชมทางบ้าน เพราะไร้ประสิทธิภาพใกนจัดสรรสลาก ก่อให้เกิดช่องโหว่ผูกขาด-ขายขาด โดยอ้างเหตุผลว่าสะดวกและประหยัดต้นทุน
แต่พ่อค้าคนกลาง ยี่ปั้ว ซาปั้ว ได้ “ส่วนแบ่งเค้กทางเศรษฐกิจชิ้นโต”
ลองนั่งนึกภาพดู การจัดสรรสลากตามโควตาที่กระจุกตัว ผูกขาด ก่อนปล่อยไหลตามถนนเกือบทุกสายวิ่งไปบรรจบที่ปลายทาง “ยี่ปั้ว-ซาปั้ว” กินค่าหัวคิว ก่อนกระจายให้รายย่อยถึงส่งตรงถึงผู้ซื้อ
ต้นทุนสลากฉบับละ 72.80 บาทกว่าจะเดินทางถึงผู้ค้ารายย่อยตกฉบับละ 90 บาท ถึงมือผู้บริโภคฉบับละ 100 บาทถ้วน
พิมพ์สลากแต่ละงวด100ล้านใบ ดีดลูกคิดไม่ถูกว่า “ยี่ปั้ว-ซาปั้ว”…“ได้ส่วนแบ่งเค้กทางเศรษฐกิจชิ้นโต” ไปเท่าไหร่

ลองเอา 17.20 คูณ 75 ล้านฉบับต่องวด เป็นเงิน 1,290 ล้านบาทต่องวด ยังไม่นับรวมการปั่นราคา การรวมเลขชุด การปล่อยเลขดังให้กลายเป็นกระแส เพื่อเพิ่มมูลค่า และอีก 25 ล้านฉบับที่เหลือเดินทางถึงผู้ค้ารายย่อยโดยตรง
สะท้อนให้เห็นว่าการพิมพ์สลากเพิ่มถึง100ล้านฉบับ ล้มเหลวแก้ปัญหาหวยแพง
ทำเอากฎหมายสลากกินแบ่งเป็นหมัน จับผิดลงโทษใครไม่ได้ โดยเฉพาะ “ยี่ปั้ว-ซาปั้ว” และ “ผู้มีอิทธิพลบางคนในสำนักงานสลากกินแห่งรัฐบาล” ต้นต่อทำสลากราคาแพง และอย่าไปพูดถึงผู้ค้ารายย่อย ซึ่งเป็นปลายเหตุ
แว่วเสียงมาตามลมหากยังไม่ปรับการซื้อขายผ่าน “ออนไลน์” ก็เตรียมขยับขยายพิมพ์เพิ่มให้เต็มขีดความสามารถให้ถึง 200 ล้านฉบับต่องวด หลังปรับสูตรการพิมพ์และจำหน่ายสลากใหม่แล้ว ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเดิมๆได้ โดยเฉพาะหวยชุดขายเกินราคา
ยิ่งแก้ก็เหมือนลิงแก้แห ราคาสลากแพงขึ้น หวยรวมชุด 5 ใบราคาขั้นต่ำ 600 บาท
หวยรวมชุด 2 ใบขั้นต่ำ 200 บาท มีขายเกลื่อน
หวยใบ 80 บาทพอมีให้เห็น ส่วนใหญ่ 100 บาทถ้วน

คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ผู้แทนสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ที่ครม.แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ กฎหมาย การตลาดหรือสังคม
ทุกท่านเป็นคนเก่ง นับเป็นหนึ่งในตองอู เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน แถมมีผู้ทรงคุณวุฒิที่ครม.แต่งตั้งเข้ามาเสริมทัพอีก
คำถามคือ “คนเก่ง และเชี่ยวชาญ” ทำไมไม่กล้าหาญแก้ปัญหานี้ หรือถูกโครงสร้างอำนาจและโครงสร้างผลประโยชน์กดทับ
ทั้งที่การจำหน่ายออกสลากเป็นการพนันรูปแบบหนึ่ง “รัฐย่อมต้องมีหลักธรรมมาภิบาล” บริหารจัดการให้เกิดความโปร่งใส ทั้งการจัดจำหน่าย การใช้เงินรายได้

โดยเฉพาะ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังเตรียมขึ้นเวทีสัมมนาประจำปี เพื่อแลกเปลี่ยนและต่อต้านการทุจริต ส่งเสริมความซื่อสัตย์ ท่ามกลางผู้นำทั่วโลกเข้าร่วม
“ปีนี้ให้ความสำคัญกับบทบาทความซื่อตรง การต่อต้านการทุจริตในการฟื้นตัวหลังยุคโควิด-19 นายกฯมีเจตนารมณ์เร่งแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันให้ได้โดยเร็ว โดยเฉพาะการสมยอมทั้งสองฝ่าย” นายกฯขึงขังย้ำหัวตะปูใครโกงไม่ปล่อยเอาไว้แน่
ขอให้ฉายหนังตัวอย่างจัดการทุบส่วนแบ่งเค้กทางเศรษฐกิจชิ้นโตที่กองสลากฯก่อน เพื่อนำร่องก่อนสะสางการทุจริตที่มันซุกซ่อนอยู่เกือบทุกโครงการในงบประมาณแผ่นดิน เอาเงินที่มีคนโกงเงินแผ่นดินกลับมาฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ระบาด
อย่าลืมว่าคนโกงล้วนฉลาดหลักแหลม ชนิดบนหิมะไร้ร่องรอย เอาผิดยาก และเฟ้นหาเครื่องมือ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่โคตรเก่ง แต่มันโง่ เพราะโกงไม่เป็น เอามาปราบคนฉลาดแกมโกง
………………………………..
คอลัมน์ : ไขกุญแจ/ไขแหลก
โดย : “ราษฎรเต็มขั้น”