วิกฤติเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ถูกยกให้มีสเกลสุดสกปรกระนาบเดียวกับเลือกตั้งยุค 2500 เลวร้ายกว่าเลือกตั้งยุคสามหน้าที่มี กกต. ติดคุก กลายเป็นไม้ขีดก้านเดียวถูกจุดลุกพรึบทั่วประเทศ
พฤติการณ์การซื้อเสียงก่อนเลือกตั้ง เมื่อซื้อไม่เข้าเป้า กระสุนสู้กระแสไม่ได้ ตามมาด้วยพฤติการณ์ซื้อยกหน่วยตามแผนที่วางเอาไว้
งานนี้ถูกตั้งข้อสังเกตทำเป็นขบวนการ ประกอบด้วยบางพรรคการเมือง ขรก. บางก๊วนในกระทรวงคลองหลอด และองค์กรที่ถูกฟ้องร้องมากที่สุด
จังหวะนี้มีการตั้งคำถามไปที่ “นายกฯ หนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะเป็น รมว.มหาดไทย ถึงการใช้อำนาจของกระทรวงมหาดไทยเข้าไปแทรกแซงกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือกปน. “มท.ทำได้เพียงอำนวยความสะดวกหากได้รับคำร้องขอจาก กกต.” ระดับ มท.1 การันตีรัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
พร้อมตอบข้อสงสัยว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวข้องกับการโกงเลือกตั้ง “ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย” เป็นคำสัตย์ที่ยืนยันต่อสาธารณะ
ทั้งหมดที่ได้คะแนนเป็นกอบเป็นกำจนกลายเป็นพรรคเบอร์ 1 ล้วนเกิดจากนำเสนอนโยบายเด็ด จนประชาชนมั่นใจเลือกเข้ามา และปิดจบที่เชื่อมั่นไม่มีการทุจริตการเลือกตั้ง

ต่างกับท่าทีของ “ผู้กอง” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ครั้งนี้ฟาดเรียบตามเป้า ทำให้ระดับบ้านใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยหลายคนควันออกหู แค้นฝังหุ่น ที่ทำให้พ่ายยับไปหลายเขต อีกหลายเขตต้องทุบคลังยุทโธปกรณ์ออกมาทำลายล้างกันเพิ่ม
ขาใหญ่แห่งเขากระโดงเล็งตัดหางลอยแพให้เป็นฝ่ายค้าน สัญญาณชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ชนิดที่แกนนำพรรคโทรศัพท์ติดต่อไปที่เจ้าแห่งเขากระโดง แต่ปลายทางไม่รับสาย
ระดับ “ผู้กอง” ผู้เล่นคีย์แมนแห่งอำนาจ ที่เคยดับเครื่องชน “บิ๊กตู่” พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสมัยเป็นนายกฯ จนเกือบตกเก้าอี้นายกฯมาแล้ว
แม้แต่ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังเจอทีเด็ดเข้าชนิดกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ล่าสุดลูบเหลี่ยม “นายใหญ่” นายทักษิณ ชินวัตร จนส่งให้ “เสี่ยหนู” ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดมาแล้ว
ด้วยลีลาถึงลูกถึงคน สร้างพรรคใหญ่ชั่วข้ามคืน เป็นอีกชนวนหนึ่งที่ขาใหญ่แห่งเขากระโดงจำเป็นตั้งการ์ดสูงเอาไว้ก่อน
เป็นที่มา “ผู้กอง” ปล่อยหมัดเด็ด “กังวลเรื่องการรับรองผลการเลือกตั้งของกกต. มากกว่าการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลใหม่”
เตือนพรรคภูมิใจไทยนิ่ม ๆ ระวังเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองรุนแรงถึงขั้นล้มกระดานเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ โดยข่มขวัญมิตรเก่า “กล้าธรรมมีความพร้อมหากต้องเลือกตั้งใหม่”
สอดรับกับมุมมองระดับปรมาจารย์ทางกฎหมาย “ครั้งนี้ไม่แน่ใจจะให้กกต.ติดคุกหรือไม่” นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ชี้ปมบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดที่ผ่านความเห็นจากกกต.
เช่นเดียวกับ นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พลิกมุมคิดในแนวทางเดียวกันที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย “มีโอกาสที่ศาลต้องวินิจฉัยว่ามันไม่ลับเสียแล้ว”
ท่ามกลางกระแสมีเสียงกระซิบจากรั้วทำเนียบรัฐบาลส่งสัญญาณให้รีบรับรองผลการเลือกตั้ง โดยไม่ต้องรอให้ครบ 60 วัน คือ 9 เม.ย. 69 เพื่อรีบชิงกุมอำนาจตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว
งานนี้ตั้งรัฐบาลใหม่สำเร็จ ได้นายกฯ คนที่ 33 แน่ แต่หลังจากนั้นขึ้นอยู่กับจังหวะของชนชั้นปกครองกดรีโมทเข้าสู่สมรภูมินิติสงครามหรือไม่
………………………….
คอลัมน์ :ไขกุญแจ-ไขแหลก
โดย #ราษฎรเต็มขั้น




















