หน้าแรกCOLUMNISTSมือมั่นคง“รัฐบาลใหม่”      

มือมั่นคง“รัฐบาลใหม่”      

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

  

สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง เผชิญหน้าระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา กำลังถูกบีบให้โลกเลือกข้างอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ระหว่างตะวันตกที่นำโดยสหรัฐอเมริกากับขั้วพันธมิตร นำโดยจีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ

แรงกระเพื่อมนี้สะเทือนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจและการเมืองไทย โดยเฉพาะในตลาดทุน และวิกฤติพลังงานเพียงแค่สัปดาห์เดียว ราคาน้ำมันดิบผันผวนพุ่งสูง จนรัฐบาลต้องตัดสินใจเด็ดขาดสั่งระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่ 1 มี.ค. 69 เพื่อรักษาสำรองทางยุทธศาสตร์ 60 วัน ขณะที่ตลาดหุ้นดิ่งนรก ถึงขั้นประกาศเบรกซื้อขายเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี

เคราะห์ซ้ำด้วยภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่กำลังพุ่งกระฉูด จากต้นทุนค่าระวางเรือและประกันภัยขนส่งที่พุ่งกระฉูด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าไฟฟ้าของประชาชน

ในมิติความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งยกระดับอารักขาบุคคลสำคัญ-สถานที่เชิงสัญลักษณ์ที่อาจเชื่อมโยงกับความขัดแย้ง

ขณะที่รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ชะตากรรมแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ที่กระจายอยู่ตามประเทศต่าง ๆ  แม้รัฐบาลเตรียมแผนอพยพฉุกเฉินรองรับหากสถานการณ์บานปลาย

แต่ในจังหวะวิกฤติเช่นนี้ ต้องขอชื่นชม “นายกฯ หนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เดินเกมไว เชิญนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร มาขอคำปรึกษาหารือด่วนที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

แต่นี่เป็นเพียงแผนเผชิญเหตุเบื้องต้น โจทย์ใหญ่ที่แท้จริง คือ การรอพิสูจน์ฝีมือรัฐบาลชุดภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ซึ่ง “นายกฯ หนู” เคยประกาศกร้าว “พรรคภูมิใจไทย รับผิดชอบมิติความมั่นคง-เศรษฐกิจ” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของชาติ

เพราะนิยามด้านมั่นคงในยุคโลกปั่นป่วน ถูกขีดเส้นครอบคลุมตั้งแต่ความมั่นคงนอก-ในประเทศ ไซเบอร์ พลังงาน เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน

“ทีมไทยแลนด์” ที่ประกอบด้วย “นายกฯ-รมว.กลาโหม-รมว.คลัง-รมว.พาณิชย์-รมว.ต่างประเทศ” และทีมด้านความมั่นคง-ด้านเศรษฐกิจที่ถูกดึงเข้ามาช่วยกอบกู้ประเทศ

หากเผยโฉมหน้าทั้งหมด เชื่อว่าสังคมต้องซี๊ตปาก เพื่อสร้างความมั่นใจในการรับมือระเบียบโลกใหม่ เมื่อระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มเสื่อมมนตร์ขลัง ระบบการค้า การเงิน ภูมิรัฐศาสตร์ กฎหมายระหว่างประเทศจ่อไร้ระเบียบ ท่ามกลางชาติยักษ์ใหญ่เบ่งกล้ามบีบเค้นชาติเล็ก

ลำพังแค่ “รมว.คลัง-รมว.ต่างประเทศ” คงรับมือไม่อยู่แน่ หากขาด “มือความมั่นคง ในยุคเปลี่ยนผ่าน” ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อ่านเกมความขัดแย้งมหาอำนาจทะลุปรุโปร่ง สามารถจัดการไฮบริด-วอร์ การก่อการร้ายข้ามชาติยุคไฮเทคได้

วันนี้ต้องลุ้น “นายกฯหนู” เลือกเฟ้นใครนั่ง รมว.กลาโหม หรือรองนายกฯ ดูแลความมั่นคง เชื่อได้ว่านาทีนี้ต้องตัดชื่อ “ทหารอาชีพ” ที่มีบารมีคุมกองทัพได้เบ็ดเสร็จทิ้งไป

แล้วหาตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่า โดยเฉพาะ สายพลเรือนความมั่นคง ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หรือสายนักการทูตที่มีความยืดหยุ่นสูงในเวทีโลก หรือสายนักการเมืองรุ่นใหญ่ มีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองสูง  เพื่อช่วยเติมเต็มเกมรุกบนเวทีโลก ยึดการทูตนำการทหารในวันที่โลกไร้ระเบียบ

………………………….

คอลัมน์ :ไขกุญแจ-ไขแหลก

โดย #ราษฎรเต็มขั้น

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img