รัฐบาล“อนุทินพลัส”…ถังแตก!!

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รัฐบาลอนุทินพลัสไปรอดหรือไม่ ตามลุ้นดูกันยาว ๆ เฉพาะประเด็นร้อนที่ห้อยอยู่รอบเอวเขากระโดงรอปะทุได้ทุกดอก

ยังไม่นับรวมการแบ่งงานรับผิดชอบแบบผิดฝาผิดฝั่ง ล่าสุด “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โยนเผือกร้อนพ้นตัว 

“ผมให้ท่านช่วยสั่งการในนามของผมได้เลยในพื้นที่” มอบดาบอาญาสิทธิ์ให้ “อาจารย์วันนอร์” นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกฯ มีอำนาจสั่งการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้

ก่อนหน้านั้นก็ “มอบหมายงานไปเรียบร้อยแล้ว” ผู้นำประเทศที่ประชาชนตั้งใจเลือกพรรคภูมิใจไทยได้สส.เกือบ 200 ที่นั่ง เป็นแกนนำจัดตั้ง “รัฐบาลอนุทินพลัส” พยายามเบี่ยงประเด็นไม่ยอมตอบลงลึกรายละเอียด “โครงการไทยช่วยไทยพลัส” หรือโครงการคนละครึ่ง

โดยขอให้ “นายแบก” นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง คุมเกมนี้ แต่ “แบต” นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลสำนักงบประมาณ เผยไต๋ให้เห็นสภาพประเทศไทย “ถังแตก”

เห็นได้จากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่เป็นโครงการประชานิยมต่อเนื่องจากรัฐบาลอนุทินพลัส 1 โดยช่วงรณรงค์หาเสียงยิงแคมเปญโกยคะแนนเลือกตั้งมาเป็นกระบุง

นั้นหมายความว่า “ทีมเศรษฐกิจภูมิใจไทย” ยื่นพิมพ์เขียวส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาถึง “วงเงินที่ต้องใช้-ที่มาของเงินใช้ดำเนินการ-ผลกระทบ-ความเสี่ยงการดำเนินนโยบาย”

แต่วันนี้รัฐบาลไม่สามารถตอบได้ว่า สัดส่วนร่วมจ่ายเกณฑ์ รัฐจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% หรือไม่ รูปแบบจ่ายรวดเดียวหรือทยอยแบ่งจ่าย 4 เดือน กลุ่มเป้าหมายเกณฑ์เบื้องต้นอายุ 18 ปี แต่เปิดตัวเลขไม่ได้ว่าผู้มีสิทธิได้รับกี่คน เพราะต้องเกลี่ยงบประมาณก้นถุงก่อน

แหล่งที่มาของงบประมาณ เล็งดึงงบกลางปี 69 ที่เอาไว้ใช้สำหรับประเทศเกิดเหตุฉุกเฉิน มาใช้ก่อน และเตรียมออกพ.ร.บ.โอนเงินงบประมาณรายจ่ายปี 69 ช่วงเดือนมิ.ย.นี้ มาโปะ แต่ “แบต” การันตีรัฐบาลมีสภาพคล่อง “ถังไม่แตก”

สถานการณ์วิกฤติซ้อนวิกฤติ “ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล” ยังสวนกระแสเพื่อรักษาสัจจะ “พูดแล้วทำพลัส” ดันโครงการไทยช่วยไทยให้ทะลุกำแพง แม้มีเสียงท้วงติงจากหลายฝ่าย

โดยเฉพาะ “ไหม” น.ส.สิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ย้ำสามเวลาหลังอาหาร เบรกโครงการคนละครึ่ง เสนอรัฐบาลเปลี่ยนรูปแบบ“โครงการแจกเพียงแค่การเยียวยาเฉพาะหน้า” แต่ควรนำเงินที่เหลือน้อยนิดไปปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ปูอนาคตให้ประเทศดีกว่า

สอดคล้องกับ “เสี่ยโย่ง” นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยเป็นรมว.คลังสมัยวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเหลือแค่ “1 สตางค์ต่อลิตร” ในยุคนั้น

ออกโรงเตือนรัฐบาลอีกครั้ง ต้อง “ลดภาษีสรรพาสามิตน้ำมัน” ที่ไม่ใช่ช่วยคนใช้น้ำมันอย่างเดียว แต่น้ำมันเป็นต้นทุนสินค้าทุกประเภท เป็นทุนขนส่ง เท่ากับช่วยประชาชนทั่วประเทศในภาพรวม

หากยังขืนปล่อยให้น้ำมันแพง สินค้าทุกชนิดพาเหรดปรับขึ้นราคาแล้ว แต่เมื่อน้ำมันลดลง กระทรวงพาณิชย์ไม่มีศักยภาพไปกดให้ราคาสินค้าลงได้

และวันนี้ “เดอะแบกแต๋ม” นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ เร่งควบคุมราคาสินค้า แต่เป็นมาตรการที่ล้มเหลว ทำไม่ได้จริง เช่น น้ำมันพืชราคาพุ่ง แต่ปาล์มราคาตกต่ำ เกษตรกรชาวสวนปาล์มแทบล้มทั้งยืน

ทางออกคลายปมวิกฤติที่ดี รัฐบาลต้องทบทวนเลิกหว่านแจก “คนละครึ่งพลัส” หันไปลดราคาภาษีสรรพสามิต ที่ใช้ต้นทุนงบประมาณต่างกันไม่มาก แต่ควบคุมราคาสินค้าได้ทั้งแผ่นดิน

แต่ถ้าไม่กล้าทำ นายทุนน้ำมันก็ “รวยไม่ไหวแล้วโว้ย” แต่ประชาชนทั่วประเทศ “จนเกือบทนไม่ไหวแล้วโว้ย”

บริหารประเทศแบบนี้ระวังกลายเป็น “ระบอบเขากระโดง” แผ่นดินลุกเป็นไฟ

……………………………..

คอลัมน์ :ไขกุญแจ-ไขแหลก

โดย #ราษฎรเต็มขั้น 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img