คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบศึกษา ‘ไวรัสฮันตา’ เป็นโรคติดต่ออันตราย แม้ประเมินความเสี่ยงแพร่ระบาดยังต่ำแต่ต้องเฝ้าระวัง เหตุอัตราตายสูงถึง 50%
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 69ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และกรรมการจากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมประชุม โดยนายพัฒนากล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบแนวทางรองรับสถานการณ์ไวรัสฮันตาเชื่อมโยงกับเรือสำราญในเส้นทางแถบมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ โดยมอบหมายให้กรมควบคุมโรคประสานผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และจัดทำการประเมินความเสี่ยง ข้อเสนอทางวิชาการ ตลอดจนเตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวัง ห้องปฏิบัติการ แนวทางตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน และการสื่อสารความเสี่ยงต่อประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคตามกฎหมาย
“ไวรัสฮันตาเป็นโรคอุบัติใหม่/อุบัติซ้ำจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูง คือมีอาการปอดอักเสบ หายใจล้มเหลว และไตวายเฉียบพลัน มีอัตราป่วยตายสูงประมาณ 30-40% มีรายงานการแพร่ระหว่างคนในบางสายพันธุ์ เกี่ยวข้องกับการเดินทางระหว่างประเทศ ยังไม่มีการรักษาจำเพาะและไม่มีวัคซีนใช้แพร่หลายทั่วโลก” นายพัฒนา กล่าว

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทยยังไม่พบการระบาดในประเทศ มีข้อมูลวิจัยพบสัตว์ฟันแทะที่เป็นพาหะของเชื้อ ขณะนี้มีมาตรการที่ดำเนินการ คือ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศได้เข้มงวดเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่ที่มีรายงานโรค ประสานข้อมูลกับสายการบิน ท่าเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด, ระบบเฝ้าระวังภายในประเทศ ได้แจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ เพิ่มการคัดกรองและสอบสวนโรค เน้นผู้มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะหรือเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง, การเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ โดยไทยมีศักยภาพรองรับการตรวจวินิจฉัยไวรัสฮันตา, การสื่อสารความเสี่ยง สื่อสารข้อมูลข้อเท็จจริงต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำว่าไม่ได้แพร่ติดต่อง่ายเหมือนโควิด 19 หรือไข้หวัดใหญ่ แนะนำป้องกันตนเองจากการสัมผัสสัตว์ฟันแทะและสิ่งปนเปื้อน และการประเมินความเสี่ยง ประชาชนทั่วไปมีควาเมสี่ยงต่ำ เชิงระบบสาธารณสุขต้องเฝ้าระวัง

ด้าน นพ.มณเฑียร กล่าวว่า โรคไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีพาหะนำโรคคือสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู การติดต่อคือการสัมผัสปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายของสัตว์ฟันแทะที่ฟุ้งกระจายในอากาศหรือสัมผัสสารคัดหลั่งจากสัตว์ที่ติดเชื้อแล้วมาสัมผัสแผลบนผิวหนังหรือเยื่อบุของร่างกาย เช่น ตา จมูก ปาก เป็นต้น โดยทั่วไปไม่ติดต่อจากคนสู่คน ยกเว้นบางสายพันธุ์ที่พบได้น้อยมาก จากการสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานาน มีระยะฟักตัว 1-8 สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ
อาการแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่ม Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome (HFRS) ก่ออาการไตวายหรือเลือดออก พบในยุโรปและเอเชีย ผู้ป่วยมีอาการไข้ ปวดศีรษะรุนแรง ปวดหลัง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาจมีความดันต่ำ เลือดออกและไตวายเฉียบพลัน อัตราป่วยตายต่ำร้อยละ 1-15 และ 2.กลุ่มอาการHantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) ก่ออาการโรคปอดรุนแรง พบในทวีปอเมริกา อาการเริ่มต้นคือ ไข้ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมาประมาณ 4-10 วัน มีอาการไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก อัตราป่วยตายสูง 20-40% อาจถึง 50%



















