“ศรีสุวรรณ”ยื่นร้อง“ผู้ตรวจการแผ่นดิน” สอบปมค่าไฟแฝง-ผลักภาระประชาชน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


ศรีสุวรรณ จรรยา” ยื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง กรณีค่าไฟฟ้าสาธารณะและต้นทุนแฝงในบิลค่าไฟประชาชน มองไม่เป็นธรรม อาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน พร้อมเรียกร้องทบทวนนโยบายย้อนหลัง 10 ปี และคืนเงินให้ประชาชน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 มิ.ย. 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการฯ อาคาร C นายศรีสุวรรณ จรรยา ในนามผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะกรณีการผลักภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะมาไว้ในบิลค่าไฟของประชาชน ซึ่งเห็นว่าอาจไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้า และอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย

หน่วยงานที่ถูกขอให้ตรวจสอบประกอบด้วย กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และกรมทางหลวง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเคยให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ ว่าประชาชนทุกครัวเรือนมีส่วนร่วมรับภาระค่าไฟส่องสว่างถนนสาธารณะทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการมาเป็นเวลานานหลายสิบปี คิดเป็นมูลค่าประมาณปีละ 1–2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ต่อมาได้มีการอภิปรายและเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจากคณะกรรมาธิการพลังงาน วุฒิสภา เกี่ยวกับต้นทุนแฝงในค่าไฟฟ้า

โดยระบุว่าค่าไฟฟ้าในปัจจุบันอาจมีต้นทุนแฝงรวมประมาณ 50–90 สตางค์ต่อหน่วย หรือคิดเป็นร้อยละ 12–22 ของค่าไฟทั้งหมด ประกอบด้วยต้นทุนสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่

ค่าความพร้อมจ่ายโรงไฟฟ้าและกำลังผลิตสำรอง (Take-or-Pay) ประมาณ 30–50 สตางค์ต่อหน่วย

ภาระจากนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ประมาณ 15–25 สตางค์ต่อหน่วย


ค่าไฟฟ้าสาธารณะและการอุดหนุนข้ามกลุ่ม ประมาณ 5–10 สตางค์ต่อหน่วย เช่น ไฟถนน ไฟทางหลวง และระบบสูบน้ำ


ภาระหนี้สะสมจากการตรึงค่าไฟในอดีต ประมาณ 10–20 สตางค์ต่อหน่วย จากการแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงของ กฟผ. ในช่วงวิกฤตราคา

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า โครงสร้างดังกล่าวอาจเป็นการผลักภาระต้นทุนที่ไม่เป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า และอาจเข้าข่ายขัดต่อหลักกฎหมายหลายฉบับ รวมถึงอาจพิจารณาได้ว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 หรือไม่

จึงได้ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งเสนอให้พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาโครงสร้างค่าไฟฟ้า และทบทวนนโยบายย้อนหลัง โดยอ้างว่าประชาชนอาจได้รับผลกระทบสะสมมานานหลายปี รวมถึงเรียกร้องให้มีการพิจารณาชดเชยหรือคืนเงินในส่วนที่เห็นว่าเป็น “ลาภมิควรได้” ต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img