นายกฯ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสะสางปมทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ย้ำต้องดำเนินคดีและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ชี้หากพบการแก้ไขผลสอบจริงต้องเพิกถอนเฉพาะส่วนที่ทุจริต พร้อมประกาศชัดไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะเป็นใคร หากมีหลักฐานถึงต้องถูกดำเนินการทั้งหมด
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือกรณีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยระบุว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด พร้อมวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าการกระทำที่ถูกกล่าวหาเป็นไปตามข้อเท็จจริงหรือไม่ โดยเห็นว่าเป็นกรณีที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการแก้ไขข้อสอบและผลสอบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลบางรายได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ
“ถือเป็นการเอาเปรียบคนที่มีความรู้ความสามารถ เป็นการทำลายระบบคุณธรรมของราชการ และเป็นการปิดโอกาสของคนที่สอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง หากพบว่ามีการทุจริตจริง ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด” นายอนุทิน กล่าว
สำหรับกระแสข่าวที่มีการตีความว่าการสอบครั้งนี้อาจถูกประกาศให้เป็นโมฆะทั้งหมดนั้น นายอนุทิน ชี้แจงว่า ยังไม่สามารถสรุปเช่นนั้นได้ โดยต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หากพบว่ามีการทุจริตในส่วนใด ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตย่อมต้องถูกเพิกถอนหรือเป็นโมฆะ
“หากคนใดเข้ามาโดยกระบวนการที่ถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเข้ามาด้วยการแก้ไขข้อสอบหรือการทุจริต ก็ต้องถูกเพิกถอนสิทธิทั้งหมด เปรียบเสมือนทฤษฎีผลไม้มีพิษ หากต้นทางไม่ถูกต้อง ผลที่ตามมาก็ไม่อาจถือว่าถูกต้องได้” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถูกถามถึงจุดเริ่มต้นของการทุจริตครั้งนี้ นายอนุทิน ระบุว่า การสอบดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งอยู่ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย โดยยืนยันว่าก่อนหน้านี้เคยสั่งระงับการสอบมาแล้ว เนื่องจากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใส และได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงกระบวนการสอบให้รัดกุมมากขึ้น
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีคลิปเสียงที่มีการกล่าวอ้างถึงความเชื่อมโยงของบุคคลทางการเมืองว่า ขณะนี้ยังไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นของจริงหรือไม่ เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยย้ำว่าหลักฐานมีความสำคัญมากกว่ากระแสข่าวหรือข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์
“หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นคลิปจริง และมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้น” นายอนุทิน กล่าว
ส่วนกรณีที่มีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยออกมาชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว นายอนุทิน ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องเร่งปฏิเสธในเวลานี้ เพราะทุกอย่างควรเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
นายอนุทิน ยืนยันด้วยว่า กระทรวงมหาดไทยจะให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการขยายผลการสอบสวนทั้งในอดีตและปัจจุบัน หากพบความผิดต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดหรืออยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม
“เรื่องทุจริตไม่มีคำว่าเอาอยู่หรือเอาไม่อยู่ แต่จำเป็นต้องเอาจริง เพราะหากปล่อยผ่าน ผู้ที่เสียหายที่สุดคือประชาชนและระบบราชการของประเทศ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรมและความยุติธรรม โดยใช้พยานหลักฐานเป็นตัวตัดสิน” นายอนุทิน กล่าว.




















